โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เมื่อ PTT ยังคงแข็งแกร่งในปฐพี เพราะได้แรงหนุนจากบริษัทในเครือ

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 19.04 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 10.40 น. • This’s Alano

บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดหุ้นอย่าง PTT ที่บริษัทย่อยต่างมีสัญญาณของผลประกอบการในทิศทางขาขึ้น ซึ่งในมุมของบริษัทแม่ ก็คงจะได้รับอานิสงส์ในทางที่ดีไปด้วย ดังนั้นทีมข่าว Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาหาคำตอบด้วยกันว่า PTT จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนไปดูกันเลย
สำหรับ PTTหรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คือผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจร โดยผ่านธุรกิจที่ดำเนินงานเองและธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ การสำรวจและผลิต จัดหาและจัดจำหน่าย ขนส่ง และแยกก๊าซธรรมชาติ ดำเนินกิจการค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเคมี และมีการลงทุนในธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในประเทศ และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ฟิทช์ เรทติ้งส์คาดว่า PTT จะยังคงเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในธุรกิจก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย แม้ว่าการแข่งขันในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas) จะเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่รัฐบาลจะอนุญาตให้บริษัทอื่นๆ นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างเร็วที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ก๊าซธรรมชาติเหลวที่นำเข้าเหล่านี้จะถูกจัดจำหน่ายแก่ผู้ใช้ ผ่านสถานีรับก๊าซธรรมชาติเหลว และระบบท่อก๊าซธรรมชาติ
ซึ่งปัจจุบัน PTT เป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว โดย PTT จะคิดค่าบริการตามที่หน่วยงานกำกับธุรกิจพลังงานเป็นผู้กำหนด นอกจากนี้ การที่ปตท. มีสัญญาการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวระยะยาวกับผู้ผลิตในต่างประเทศ และมีประวัติการดำเนินงานในธุรกิจนี้อยู่แล้ว น่าจะทำให้บริษัท มีความได้เปรียบในการแข่งขัน ฟิทช์ เรทติ้งส์คาดว่าผลกระทบต่อ PTT ทางการเงินในระยะสั้นจากการแข่งขันในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มมากขึ้น ยังมีไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม PTT เป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติขั้นกลางและขั้นปลายเพียงรายเดียว เป็นหนึ่งในบริษัทสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของประเทศ และเป็นผู้นำในธุรกิจน้ำมันและปิโตรเคมี ฟิทช์ เรทติ้งส์มองว่าสัดส่วนการถือหุ้นและการควบคุมของภาครัฐฯ ต่อ PTT อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ Petroliam Nasional Berhad (PETRONAS, อันดับเครดิต BBB+ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากระดับที่ภาครัฐฯ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินงานของ PTT ที่น้อยกว่า
ทั้งนี้ประเด็นราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน หลังปรับลงเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านั้น เนื่องจาก สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และสต็อกน้ำมันที่ลดลงอย่างมาก โดยประเด็นดังกล่าว ถือเป็นบวกต่อ PTT, PTTEPและ PTTGCอ้างอิงจากนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
เช่นกันกันกับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้คำแนะนำ PTTGC และ PTT เป็นหุ้นเด่นสำหรับครึ่งปีแรกของปี 64 เพราะได้ประโยชน์จากตลาดน้ำมัน - ปิโตรเคมีที่ยังไปได้ดี โดย PTTGCมีความน่าสนใจจากงบไตรมาส 2/64 ที่จะมีกำไรจำหน่ายหุ้น GPSCและ COD โรงงานใหม่ ขณะที่ PTT มีจุดเด่นจากราคา Laggardที่สุดไม่ว่าจะเทียบกับหุ้นในเครือ – ราคาน้ำมัน สามารถ TRADING ระยะสั้นหุ้น IRPC และ IVL จากงบไตรมาส 1/64 ที่ฟื้นตัวดี และมีปัจจัยบวกจากโอกาสเข้าดัชนี MSCI

จับตา 13 พ.ค.นี้ประกาศงบ

ด้านนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของ PTT จะประกาศในวันที่ 13 พ.ค.โดยคาดจะมีกำไรไตรมาส 1/64 ที่แข็งแกร่ง 3.12 หมื่นล้านบาท (1.1บาท EPS), เติบโต 137%จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุน 1.6 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยคาดปริมาณขายก๊าซจะอยู่ที่ 4,584 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (mmscfd) เติบโต 8% จากไตรมาสก่อน หนุนจากการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น 12% (IPP, SPP, EGAT) จากการปิดซ่อมบำรุง 14 วันของโรงไฟฟ้าถ่านหิน BLCP และการเริ่มดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ IPP ใหม่ (625MW) ของ GULF
ขณะที่ปริมาณขายให้กับ GSPs เติบโต 4%จากไตรมาสก่อน หนุนจากการดำเนินงานที่ราบรื่น โดย PTT ปิดโรง GSP2 เป็นเวลา 8 วันและลดกำลังการผลิต 50% ของ GSP5 40 วันในไตรมาสก่อนทำให้อัตราการผลิต GSP เพิ่มขึ้นสู่ 94.7% เทียบกับ 88.5% ในไตรมาสก่อน
ส่วนปริมาณขาย NGV ยังคงลดลง เนื่องจากผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลและเบนซิน โดย NGV จะยังมีผลขาดทุน EBIT 494 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้คาด PTT มีกำไรสต๊อก 9 พันล้านบาท เทียบกับ 2.6 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/63 ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนแอค่าเทียบกับดอลลาห์สหรัฐฯทำให้มีรายการขาดทุนค่าเงิน 8.6 พันล้านบาท เทียบกับกำไร 8.8 พันล้านบาท ใน ในไตรมาส 4/63

ผลงานไตรมาส 2 ยังคงแข็งแกร่ง

คาดปริมาณขายก๊าซไตรมาส 2/64 ยังคงอ่อนแอลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากการล็อคดาวน์บางส่วน แม้จะมีผลจากฤดูกาลในช่วงฤดูร้อน แต่การดำเนินงานสำหรับ GSPs จะยังแข็งแกร่งจากราคาผลิตภัณฑ์อ้างอิงทีสูงขึ้น (PE, PP) ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตจะสูงขึ้นจากไตรมาสแรก เนื่องจากไม่มีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ของ GSPs ในไตรมาส 2/64 กิจการร่วมค้าปิโตรเคมีและโรงกลั่นจะมีการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นและค่าการกลั่น
อย่างไรก็ตามนับจากต้นปีถึงปัจจุบันราคา PTT มีผลตอบแทนที่ต่ำกว่ากิจการร่วมค้าและบริษัทลูก 18-71% และราคาน้ำมันดิบดูไบ 41% หุ้นซื้อขายที่ระดับส่วนลด 27% จาก NAV เทียบกับเฉลี่ย 10% ใน 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนลดในระดับนี้มากเกินไปในมุมมองของเราเมื่อพิจารณาจากกระแสเงินสดที่ดีขึ้นของ PTT (2.57แสนล้านบาท, 3.19แสนล้านบาทและ 3.96 แสนล้านบาทในปี 64-66) และ ROE ที่สูงขึ้น (11.8%, 13.0%, และ 12.9% ใน ปี 64-66) จึงแนะนำ ซื้อ ลดเป้าหมายสู่ 47 บาท (จาก 48) เนื่องจาก การลดเป้าหมาย TOP

ธุรกิจก๊าซฯ อัตรากำไรเพิ่มขึ้นตามราคาขาย

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 51.50 บาท ซึ่งคาดปัจจัยบวกจาก การฟื้นตัวของ demand/ กำลังการผลิตใหม่/ ลูกค้าใหม่ ของ ธุรกิจก๊าซฯ และธุรกิจลูก หนุนต่อเนื่องในครึ่งปีแรกไปจนครึ่งหลังปี 64 คาด yield ปันผลฟื้นมาที่ 5%
ทั้งนี้มอง Positive ต่อแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1/64 ของ PTT ที่ราว 29,015 ล้านบาท พลิกมีกำไรจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 59% จากไตรมาสก่อน โดยการฟื้นตัวดีดังกล่าว เพราะ 1.ธุรกิจ P&R มี stock gain ก้อนใหญ่ และ อัตรากำไรดีขึ้นตาม spread ปิโตรเคมี
2.ธุรกิจก๊าซฯ อัตรากำไรเพิ่มขึ้นตามราคาขาย ได้แรงหนุนหลักจากฝั่ง S&M (ราคาขายปรับขึ้นเร็วกว่าต้นทุน) และ GSP (ราคาขายขึ้นตามราคาปิโตรเคมี) และ 3.ธุรกิจน้ำมันได้ stock gain มากลบปริมาณขายที่ลดลง โดยสำหรับทิศทางไตรมาส 2/64 เรามอง core-operation ดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ฟื้นทุกธุรกิจ) และจากไตรมาสก่อน (ธุรกิจก๊าซฯ, E&P และ P&R ฟื้นต่อ)

กำไรไตรมาส 1/64 จะสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส

ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บอกว่ากำไรไตรมาส 1/64 จะสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 2.10 หมื่นล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 1.6 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 60% จากไตรมาสก่อน
โดยผลประกอบการที่พลิกฟื้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จะเป็นเพราะส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกในตลาดทั้งหกแห่งและผลการดำเนินงานของธุรกิจก๊าซดีขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากการที่ COVID-19 ระบาดรอบแรกทั่วโลกและเกิดสงครามราคาน้ำมันในไตรมาส 1/63
ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จะเป็นเพราะ ไม่ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในธุรกิจถ่านหิน 7.4 พันล้านบาทเหมือนกับในไตรมาส 4/63 รวมทั้ง PTTEP บันทึกกำไรพิเศษ 1.08 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 1/64 จากการซื้อโครงการ Oman Block 61 ได้ในราคาถูก
และ กำไรจากสต็อกเพิ่มขึ้น พร้อมกับ spread ของปีโตรเคมีดีขึ้นในบริษัทลูกโรงกลั่นและปีโตรเคมีในตลาดสามแห่ง ได้แก่ PTTGC, TOP และ IRPC โดยคาดว่าบริษัทลูกทั้งสามแห่งจะมีกำไรจากสต็อกก้อนใหญ่ในไตรมาส 1/64หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงขึ้น
ขณะที่ spread ของ LDPE, LLDPE, PP, PX, BZ และ ABS ในไตรมาส 1/64 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะอุปทานตึงตัวจากสภาพอากาศที่หนาวจัดในรัฐ Texas ประเทศสหรัฐ ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และอุปสงค์แข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรจากธุรกิจก๊าซของ PTT จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากคาดว่าปริมาณยอดขายก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน เป็น 4,584 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (mmscfd) เพราะ มีจำนวนวันที่ลดอัตราการเดินเครื่องกำลังผลิต (turndown) ของโรง GSP#5 น้อยลง และ อุปสงค์ก๊าซเพิ่มขึ้นจากกลุ่มโรงไฟฟ้าหลังจากมีโรงถ่านหินในประเทศหนึ่งโรงหยุดการผลิตแบบไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า
ดังนั้นยังคงคำแนะนำซื้อ PTT และประเมินรากาเป้าหมาย SOTP ปี 2565 ที่ 54.00 บาท เราเชื่อว่าราคาหุ้น PTT จะได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/64 และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 4.3% ในปี 2564 ทั้งนี้หุ้น PTT ยังคง laggard เมื่อเทียบกับหุ้นโรงกลั่นและปีโตรเคมีตัวอื่นๆ โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2564 ที่ระดับ 9.12 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.8 หมื่นล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...