โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JOSH HOTEL ไลฟ์สไตล์โฮเทลยุค 80s สุดฮิปย่านอารีย์ที่ต่อให้ไม่เข้าพักก็ยังมาใช้เวลาที่นี่ได้

a day magazine

อัพเดต 02 เม.ย. 2564 เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2564 เวลา 16.26 น. • เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา

อารีย์ถือเป็นย่านฮอตฮิตของคนฮิปๆ ในกรุงเทพฯ เมื่อถึงช่วงวีคเอนด์ทีไรก็จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะเด็กๆ วัยรุ่น และคนวัยเริ่มทำงานที่ขอสวมวิญญาณเป็นคาเฟ่ฮอปเปอร์

เพราะแค่คาเฟ่สวยๆ ในอารีย์อย่างเดียว เราก็แทบใช้นิ้วมือนับจำนวนแทบไม่ไหว ยังไม่รวมร้านอาหาร แกลเลอรี บาร์ ร้านรวงต่างๆ ตามรายทางกับที่แอบซ่อนในตรอกซอกซอยให้ไปค้นพบอีกไม่น้อย แค่คิดว่าถ้าได้เดินเล่นสำรวจมุมนั้นมุมนี้ของย่านนี้ที่ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันรื่นรมย์ทั้งช่วงกลางวัน-กลางคืนก็รู้สึกแฮปปี้ขึ้นมาแล้ว

นอกจากสถานที่เก๋ๆ ที่เล่าไปตอนต้น ย่านอารีย์ยังมี JOSH HOTEL ไลฟ์สไตล์โฮเทลที่พร้อมต้อนรับผู้คนด้วยการตกแต่งยุค 80s กับไวบ์สนุกๆ มีชีวิตชีวา ราวกับได้นั่งไทม์แทชชีนย้อนกลับไปในอดีต ให้ได้ไปเยี่ยมเยือนกันด้วย

จากเดิมที่นี่เคยเป็นตึกหอพักเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 10 ปี ก่อนผลัดมือเปลี่ยนเป็นโฮสเทลที่ผ่านการปรับปรุงหลายครั้งกว่าจะกลายมาเป็นโฮเทลแห่งนี้เมื่อช่วงปลายปี 2018 โดยนักออกแบบที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งตัดสินใจคงอาคารชุดเดิมไว้ และปรับปรุงโครงสร้างของตึกเพิ่มโดยไม่ทุบทำลาย จะได้ไม่กระทบผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง

ด้วยคอนเซปต์ไลฟ์สไตล์โฮเทลที่ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ ที่นี่จึงเป็นเหมือนจุดแวะพักแบบที่ต่อให้ไม่ได้มานอนพักก็มาใช้บริการ เดินเล่น เอนจอยเหล่าร้านรวงในโรงแรมได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านโดนัท บาร์ หรือซีเลกต์ช็อปก็ตาม อีกทั้งที่นี่ยังจัดอีเวนต์ช่วงวันหยุดอยู่เรื่อยๆ 

ในช่วงที่ยังออกนอกประเทศไม่ได้แบบนี้ เราหนีร้อนไป staycation นอนริมสระว่ายน้ำ กินของอร่อย และช็อปปิ้งจบครบในที่เดียวกันแถวกรุงเทพฯ ก่อนก็ไม่เลวนะ

โฮเทลที่เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกับผู้เข้าพัก

JOSH HOTEL เริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อน 4 คน ได้แก่ จักรินทร์ อักษราวดีวัฒน์, วิศัลย์ ภู่ไพบูลย์, อนุวัตร มีนะโยธิน และ สุรชัย ลีลาธนมงคล ที่ทำงานหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น คนทำธุรกิจโรงแรม เจ้าของร้านอาหาร ดีไซเนอร์ จนถึงนักลงทุน โดยพวกเขามีความฝันเดียวกันคือ อยากสร้างโรงแรมที่ไม่ว่าใครมาก็รู้สึกมีชีวิตชีวา ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเนรมิตที่นี่ให้เป็นไลฟ์สไตล์โฮเทล เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ เน้นโลเคชั่นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก สร้างพื้นที่ให้มีสีสัน เสริมด้วยฟังก์ชั่นสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนยุคนี้

ขณะที่ยืนอยู่ด้านหน้า เราแทบไม่รู้สึกว่าที่นี่เป็นโฮเทลแบบที่เคยไปพัก เพราะด้วยการตกแต่งสไตล์ mid-century สีสันสดใส ดูสนุกสนาน ราวกับอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง The Grand Budapest Hotel ของ Wes Anderson ยังไงยังงั้น

นอกจากการออกแบบตกแต่งที่ดูเฟรนด์ลี่น่าถ่ายรูปแล้ว ทีมผู้ก่อตั้งยังพยายามทำให้โฮเทลเข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้นด้วยการเปิดพื้นที่ชั้น 1 เป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ คนนอกสามารถเข้ามาใช้งานได้ เกิดเป็นคอมมิวนิตี้ เป็นมากกว่าแค่ที่พักให้ผู้คนมานอนแล้วจากไป

บริเวณโฮเทลมีร้านอาหารญี่ปุ่น Kisu Izakaya กับร้านโดนัท Drop by Dough ให้เลือกกินได้หนำใจ และเมื่อเปิดประตูชั้น 1 เข้าไปจะพบกับคาเฟ่ Casa Lapin ร้านคราฟต์เบียร์ Taproom ป๊อปอัพสโตร์ Everyday kmkm รวมถึงบาร์ค็อกเทลที่มีชื่อว่า The Key Room No.72 อีกด้วย

หรือถ้าใครอยากเอนหลังอ่านหนังสือหรือเล่นน้ำดับร้อน ฝั่งด้านหน้าของโฮเทลก็มีสระว่ายน้ำที่มีกิมมิกเป็นชื่อโฮเทลประทับไว้เหมือนสระน้ำในยุค 80s คอยให้บริการ ชวนให้นึกถึงฉากที่ Stephen Dorff กับ Elle Fanning นอนคุยกันในภาพยนตร์เรื่อง Somewhere ของ Sofia Coppola

มีขนาดนี้ ต่อให้ไม่ต้องไปเดินเล่นข้างนอก อยู่แต่ในโฮเทลอย่างเดียวก็ยังได้เลยนะเนี่ย

สตอรีก็สำคัญไม่แพ้สถานที่

เพราะอยากสร้างความสนุกให้โฮเทล พวกเขาได้คิดสตอรีให้กับพื้นที่ด้วยการสร้างคาแร็กเตอร์ Mr.Josh ผู้เดินทางไปท่องเที่ยวมาแล้วทั่วโลกขึ้นมา โดยอ้างอิงจากคาแร็กเตอร์ของผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสี่คน แล้ววางให้โฮเทลเป็นเหมือนบ้านพักตากอากาศของ Mr.Josh ส่วนที่ต้องชื่อ Josh ก็เพราะชื่อนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนยุค 80s มากๆ 

“และขณะเดียวกันก็ย่อมาจาก Journey of Someone Hotel” อนุวัตรว่า “เราอยากให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของคนที่ชอบเดินทาง และเป็นจุดแวะพักระหว่างการท่องเที่ยว”

ด้วยเหตุนี้ในห้องพักจำนวน 71 ห้องจึงมีห้องพักพิเศษที่มีชื่อว่า Josh Room ซึ่งกว้างและตกแต่งไม่เหมือนห้องอื่นๆ เพื่อเสริมเรื่องราวของ Mr.Josh ให้ดูสมจริงมากขึ้น จนกลายเป็นห้องขายดีที่สุดแทบไม่มีวันไหนที่ห้องพักห้องนี้จะร้างลาผู้คนเลย

บาร์ค็อกเทล The Key Room No.72 ที่ซ่อนตัวในโฮเทลเองก็มีเรื่องราวเบื้องหลังแบบนี้เช่นเดียวกัน

“เราสร้างเรื่องราวต่อว่า Mr.Josh ล็อกตัวเองในห้องห้องหนึ่งหลังจากเดินทางมาอย่างยาวนาน และสร้างสรรค์เครื่องดื่มออกมา 9 ชนิด วันหนึ่งพอเปิดห้องนั้นออกมาก็กลายเป็นบาร์ The Key Room No.72  เพราะถือเป็นห้องที่ 72 ต่อจากห้องทั้งหมดของเราที่มี 71 ห้อง โดยเปิดให้ทุกคนเข้ามาดื่มด่ำกับรสชาติค็อกเทลที่เขาคิดค้นขึ้น เป็น hidden bar เล็กๆ นั่งได้ประมาณ 15 ที่นั่ง ซึ่งเครื่องดื่มแต่ละชนิดล้วนมีสตอรีทั้งสิ้น แรงบันดาลใจจากที่ไหน ประเทศอะไร เป็นต้น”

อนุวัตรเสริมต่อว่าสตอรีที่สร้างขึ้นมานี้ทำให้แขกชาวต่างชาติหลายคนถามหาและอยากเจอ Mr.Josh แบบตัวเป็นๆ จนเขาถึงกับต้องนำไปวางแผนกับผู้ก่อตั้งโฮเทลคนอื่นๆ ว่าจะหาคนมาสวมบท Mr.Josh เลยดีไหม ทว่าสุดท้ายเมื่อเจอวิกฤตโควิด-19 ก็จำต้องพับโครงการไป

รู้จักขยับและปรับตัวถึงจะอยู่รอด

กว่า JOSH HOTEL จะออกมาเป็นหน้าตาอย่างที่ทุกคนเห็น ได้ผ่านการปรับเปลี่ยนมาเยอะมาก ถ้าย้อนดูในฟีดอินสตาแกรมของที่นี่ จะพบว่ามีสถานที่และมุมใหม่ๆ เกิดขึ้นทั้งภายนอกและภายในเสมอ

ในระยะเวลากว่า 2 ปีที่โฮเทลแห่งนี้เปิดให้บริการ อนุวัตรกับทีมผู้ก่อตั้งพูดคุยและทบทวนถึงความเหมาะสมของตัวสถานที่กับพื้นที่ใช้สอยอยู่เรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าพื้นที่หรือสิ่งที่เคยทำไว้ไม่ตอบโจทย์ก็รีบคิดหาวิธีปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น

 หนึ่งในนั้นคือ การพาพาร์ตเนอร์จากข้างนอกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่จากเดิมที่โฮเทลทำเองทั้งหมด

“มันคือการเรียนรู้ของเรา เพราะที่ผ่านมาเราได้เห็นสัจธรรมว่าถ้าเอาคนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วมาทำร้านมันดีกว่าเราลงไปทำเองทุกอย่าง เพราะมันจะวุ่นวายอยู่อย่างนั้น สู้เราชวนเขามาเป็นพาร์ตเนอร์เลยดีกว่า อีกอย่างธุรกิจโรงแรมในสมัยนี้เปลี่ยนเร็วมาก เราไม่สามารถมาเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ได้ทั้งหมด เราก็ตั้งใจทำในสิ่งที่ถนัดและมีความรู้ความมั่นใจให้ดีขึ้นแทน”

นอกจากนี้ โฮเทลยังเปิดพื้นที่ให้คนเข้าถึงมากขึ้นด้วยการจัดกิจกรรมและอีเวนต์อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการชวนดีเจมาเปิดเพลง ฉายหนังสารคดี จัดนิทรรศการศิลปะ และ flea market เป็นต้น 

“เราตั้งใจจะปักหมุดให้แถวนี้เป็นที่เคานต์ดาวน์สำหรับปีหน้า อยากตกแต่งให้ทั้งซอยเป็นธีมเคานต์ดาวน์ เพราะเรามองว่าย่านนี้มีโพเทนเชียล ถ้าหลายธุรกิจมาร่วมมือกันพลังจะยิ่งขยาย เราอยากให้ผู้ประกอบการในอารีย์เติบโตขึ้น”

และในช่วงที่ผู้คนยังเดินทางข้ามประเทศไม่ได้ พวกเขาก็ใช้เวลานี้ในการชวนพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ มาเป็นส่วนหนึ่งของโฮเทลเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีแพลนจะทำ Cinema Bar ที่ชั้น 2 และปรับห้องพักให้เป็นธีมหนัง เพื่อดึงดูดใจมูฟวี่เลิฟเวอร์ให้มาเยี่ยมเยือน กับรอต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลังจากสถานการณ์ดีขึ้นเป็นปกติ

ใครที่กำลังมองหาสถานที่ staycation ย่านอารีย์ แบบที่ตื่นขึ้นมาได้กลิ่นกาแฟหอมๆ ขนมปังกรุ่นๆ ก่อนออกไปตระเวนคาเฟ่ฮอปปิ้ง พอตกเย็นกินปิ้งย่างแบบญี่ปุ่น ดึกก็นั่งชิลล์ในบาร์ค็อกเทล แล้วค่อยขึ้นไปพักผ่อนสบายๆ

JOSH HOTEL รอต้อนรับอยู่เสมอ

และในช่วงที่ยังผู้คนยังเดินทางข้ามประเทศไม่ได้ พวกเขาก็ใช้เวลานี้ในการชวนพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ มาเป็นส่วนหนึ่งของโฮเทลเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีแพลนจะทำ Cinema Bar ที่ชั้น 2 และปรับห้องพักให้เป็นธีมหนัง เพื่อดึงดูดใจมูฟวี่เลิฟเวอร์ให้มาเยี่ยมเยือน กับรอต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลังจากสถานการณ์ดีขึ้นเป็นปกติ

JOSH HOTEL
address : อารีย์ซอย 4
tel : 02-102-4999, 02-010-4606
facebook: JOSH HOTEL 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...