พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สถานที่ประทับ ณ เมืองเหนือ
Wongnai ชวนพสกนิกรไทยมาร่วมทำความรู้จักและเยี่ยมชม พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ บนดอยสุเทพ เชียงใหม่ หนึ่งสถานที่ประทับครั้งเมื่อ ร.๙ ทรงเสด็จมาทรงงานในเขตภาคเหนือ
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักที่ประทับในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จ.เชียงใหม่ ครั้งเมื่อทรงเสด็จมาทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ นอกจากนี้ยังทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นเรือนรับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จเยือนประเทศไทย จากแต่เดิมที่ให้ประทับรับรองแต่ในพระนครเท่านั้น
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ในปีพ.ศ. 2504 และพระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่า “ภูพิงคราชนิเวศน์” โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน 2 ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ “พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์”
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ มีลักษณะเป็นแผนผังแบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า “เรือนหมู่” มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นไทยประเพณีประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย ภายในประกอบไปด้วยท้องพระโรง ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องสรง สำหรับพระราชอาคันตุกะ ตั้งอยู่คนละด้าน มีเฉลียงใหญ่ และพลับพลาหอนกเป็นที่ประทับทอดพระเนตรทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่ ชั้นบนเป็นที่ประทับ ชั้นล่างเป็นที่อยู่ของมหาดเล็กและคุณข้าหลวง
เนื่องด้วยพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 1,373.197 เมตร จึงทำผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมสามารถพบเจอพืชต่าง ๆ ดอกไม้นานาพรรณ รวมถึงนก และผีเสือหลากหลายสายพันธุ์ ทั่วทั้งพื้นที่กว่า 200 ไร่ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม จากเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักทั้งหมดประมาณ 400 ไร่
สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีความต้องการเข้ามาเยี่ยมชมพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ก็สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20 บาท สำหรับผู้ใหญ่ชาวไทย 10 บาท สำหรับเด็กชาวไทย และ 50 บาท สำหรับชาวต่างชาติ
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเข้าชมพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
การเดินทาง