โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยคริปโต Podcast EP3 : ประชันผลตอบแทน : Bitcoin VS ทองคำ ใครจะอยู่ใครจะไปกันแน่ !!

Finnomena

อัพเดต 29 ก.ค. 2563 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 11.24 น. • Zipmex

FINNOMENA · คุยคริปโต Podcast EP3 : ประชันผลตอบแทน : Bitcoin VS ทองคำ ใครจะอยู่ใครจะไปกันแน่ !!

สำหรับผู้ที่ติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลมาสักระยะหนึ่ง คงจะเคยได้ยินการเปรียบเทียบของสินทรัพย์ 2 ชนิด นั่นก็คือ Gold และ Bitcoin มาบ้างไม่มากก็น้อยแต่โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นบทความต่าง ๆ นำเรื่องของปัจจัยพื้นฐานหรือ Fundamental Factors มาเปรียบเทียบกันมากกว่า ว่าแต่ละสินทรัพย์ไม่ว่าจะ Gold หรือ Bitcoin มีปัจจัยพื้นฐานเป็นอย่างไร โอกาสของอุปสงค์ อุปทานในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ในบทความนี้เราอยากจะนำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไปเพื่อให้นักลงทุนที่มีความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลมีไอเดียและกลยุทธ์ในการลงทุนที่ดีขึ้นรวมถึงมีความเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาเพื่อที่จะสามารถรับมือและเตรียมใจกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ครับ มุมมองที่เราอยากจะนำเสนอในบทความนี้คือเรื่องของ Price & Return ของทั้ง 2 สินทรัพย์นั่นเอง พวกเราทราบไหมครับว่า หากเรามีเงินลงทุนหนึ่งก้อนแล้วเลือกลงทุนในสินทรัพย์ 2 ชนิดที่แตกต่างกัน คือ Gold และ Bitcoin ผลลัพธ์ของการลงทุนจะเป็นเช่นไร สมมุติว่าเรากับเพื่อนสนิทของเรามีเงินลงทุนคนละ 1,000,000 บาท และมีความสนใจที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน เราต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนเพื่อนของเราเชื่อมั่นในการถือครองทองคำที่ได้ชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในโลกการเงินการลงทุน เรากับเพื่อนจึงตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ที่เราเชื่อมั่นแล้วค่อยมาวัดผลลัพธ์ของการลงทุนกันว่าใครกันแน่ที่จะเป็นผู้ชนะ โดยมีสมมุติฐานดังนี้ครับ เงินลงทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท

  • ช่วงเวลาที่เริ่มต้นลงทุนคือ มกราคม 2019 – กรกฏาคม 2020
  • ใช้กลยุทธ์ Buy and Hold หรือซื้อแล้วถือยาว ไม่มีซื้อเพิ่มหรือขายออกระหว่างทางซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นได้ตามรูปภาพนี้ครับ
ประชันผลตอบแทน: Bitcoin VS ทองคำ ใครมาแรงกว่ากัน?

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

เส้นสีฟ้าคือผลลัพธ์ของ Portfolio เราสำหรับกลยุทธ์ Buy and Hold ใน Bitcoin เส้นสีแดงคือผลลัพธ์ของ Portfolio เพื่อนเราสำหรับกลยุทธ์ Buy and Hold ใน Gold ครับ

เมื่อนำเงินลงทุน ซื้อและถือทองคำตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 ไปจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 1 ปีกับ 7 เดือนโดยประมาณ เงิน 1,000,000 บาท จะกลายเป็น 1,450,000 บาท ถือเป็นผลตอบแทนทั้งสิ้นประมาณ 45 % โดยที่ในระหว่างทางที่ถือทองคำอยู่นั้น มีบางช่วงเวลาที่เงินลงทุนติดลบไป 1.5 % หรือลดลงไปแค่ 15,000 บาท แต่หากนับจากจุดสูงสุดที่ Portfolio ของเราเคยวิ่งไปถึงแล้วปรับตัวลดลงมาเยอะที่สุด หรือ Max Drawdown นั้นจะเท่ากับ - 15 % หากเราเปิดดู Portfolio ในช่วงเดือนกลางเดือนกรกฎาคม 2020 เราจะมีเงินในพอร์ตถึง 1,450,000 บาท

ในกรณีของการซื้อและถือ Bitcoin ตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 ไปจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 1 ปีกับ 7 เดือนเช่นกัน เงิน 1,000,000 บาท จะกลายเป็น 2,450,000 ถือเป็นผลตอบแทน 145 % โดยที่ในระหว่างทางที่ถือ Bitcoin อยู่นั้น มีบางช่วงเวลาที่เงินลงทุนติดลบไป 13 % หรือกว่า 130,000 บาท แต่หากนับจากจุดสูงสุดที่ Portfolio ของเราเคยวิ่งไปถึงแล้วปรับตัวลดลงมาต่ำสุด หรือ Max Drawdown นั้นจะเท่ากับ -70 % ถ้าหากเราเปิดดู Portfolio ในช่วงเดือน พค 2019 เราจะมีเงินในพอร์ตถึง 3,300,000 บาท !!

พวกเราเห็นถึงความแตกต่างใน Price Movement ของ Gold กับ Bitcoin หรือไม่ครับ หากมองแค่ผิวเผินด้วยเงินลงทุนก้อนเดียวกันหากเลือกกลยุทธ์ Buy and Hold ใน Bitcoin ผลลัพธ์ที่ได้จะดีมากกว่าการลงทุนในทองคำอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่อยากจะชี้ชัดก็คือ ความผันผวนหรือ Volatility ของ Bitcoin นั้นสูงกว่า Gold อย่างเห็นได้ชัด สำหรับประเด็นของปัจจัยพื้นฐานหรือ Fundamental Factors ของทุกสินทรัพย์ที่เราเลือกลงทุนนั้นควรศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะปัจจัยพื้นฐานของมันคือตัวที่ขับเคลื่อนราคาในอนาคตว่าควรไปต่อหรือไม่และไปไกลแค่ไหน แต่ทักษะที่อยากให้นักลงทุนทุกคนศึกษาเพิ่มเติมก็คือเรื่อง Technical Analysis เพื่อดูจังหวะเวลาในการเข้าซื้อ ถือครอง หรือขายทำกำไรออกมาเมื่อแนวโน้มของราคาเริ่มอ่อนตัวลง ซึ่งมันจะทำให้ Portfolio ของเราไม่ต้องทนรับกับความผันผวนในระหว่างทางที่อาจจะต้องเจอ ลองคิดตามดูนะครับ ถ้าเป็นตัวเราเองเราจะทนรับการเหวี่ยงของเงินลงทุนได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากประสบการณ์ของผมที่คลุกคลีกับนักลงทุนเป็นจำนวนมาก คือพวกเรามักจะสติแตกและล้มเลิกแผนการทุกอย่างที่วางไว้ สุดท้ายก็ต้องรับกับความเสียหายที่เกิดขึ้นและเดินออกจากตลาดไป

ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนทุกคนให้หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องของ “จังหวะเวลา” ในการลงทุน ซึ่งมันจะทำให้เราสามารถควบคุมความเสี่ยงของ Portfolio ไม่ให้ขาดทุนเกินที่เราออกแบบไว้เพราะเราคงควบคุมความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดไม่ได้หรอกครับแต่สิ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือการควบคุมสติ ควบคุมความเสี่ยง และควบคุมตัวเองให้ปฎิบัติตามแผนการที่วางเอาไว้ตลอดการลงทุนครับ

Zipmex

คำเตือน ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...