โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ครูเทพ" ผู้ขับดันสู้ เมื่อโรงเรียนไทยยุคแรกจะให้เด็กเล่นฟุตบอลแต่มีคนไม่เห็นด้วย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 01.00 น.
เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

“ครูเทพ” ผู้ขับดันสู้ เมื่อโรงเรียนไทยยุคแรกจะให้เด็กเล่นฟุตบอลแต่มีคนไม่เห็นด้วย

กีฬาฟุตบอลในสมัยนี้เป็นกีฬาอันดับหนึ่งในโลกไปแล้ว แต่ก่อนที่คนไทยจะพบเห็นการเล่นฟุตบอลทั่วทุกมุมเมืองตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงแมตช์ผู้สูงวัย ยุคแรกเริ่มกระบวนการศึกษาในประเทศไทยยังไม่สนับสนุนให้เล่นกีฬาชนิดนี้ในโรงเรียน แต่จากการสืบค้นหลักฐาน นักวิชาการส่วนหนึ่งชี้ว่า มหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (ราชทินนามเมื่อเป็นที่สุด) คือบุคคลสำคัญที่มีส่วนในการผลักดันให้เล่นกีฬาชนิดนี้ในโรงเรียนในช่วงแรก

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้มีการปฏิรูปการศึกษาโดยตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกในพระบรมมหาราชวังเมื่อ พ.ศ. 2414 อาจารย์ใหญ่ท่านแรกคือพระยาศรีสุนทรโวหาร นับเป็นช่วงเวลาแห่งการตั้งต้นการปฏิรูปการศึกษาในไทย ภายหลังโรงเรียนหลวงที่จัดตั้งขึ้นแพร่หลายตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ช่วงเวลานั้นการศึกษาของประเทศไทยถือได้ว่าเจริญก้าวหน้าตามลำดับ

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้ประกาศตั้ง “กรมศึกษาธิการ” ขึ้น โดยยังเป็นกรมหนึ่งในราชการฝ่ายพลเรือน ทรงโปรดฯ ให้โอนโรงเรียนต่าง ๆ มาขึ้นกับกรมศึกษาธิการ ขณะที่ผู้บัญชาการกรมศึกษาธิการใน พ.ศ. 2430 คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

อีกไม่กี่ปีต่อมา รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้ตั้งกระทรวงธรรมการขึ้นโดยรวมกรมศึกษาธิการเข้ากับกรมธรรมการ (มีหน้าที่ด้านการศาสนา) เข้าเป็น “กระทรวงธรรมการ” เมื่อ พ.ศ. 2435 หลังจากนั้นจึงมีโรงเรียนมูลศึกษาขึ้นในวัดทั้งหัวเมืองและในเมืองหลวง

ช่วงเวลานั้นเองเป็นช่วงที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เริ่มจากเป็นนักเรียนสอนในโรงเรียนตัวอย่าง

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี มีนามเดิมว่า สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นบุตรของ พระยาไชยสุรินทร์ (เจียม เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ผู้เป็นเสนาบดี กระทรวงเกษตรและพระคลัง ในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 เมื่อพ.ศ. 2427 ท่านอายุได้ 8 ปี บิดาท่านก็ถึงแก่กรรม ฐานะทางบ้านได้รับผลกระทบ มารดาของท่านเป็นผู้เลี้ยงดูท่านและเหล่าน้องชายโดยอาศัยรายได้จากงานเย็บปักผ้าทั่วไป ในวัยเด็กนายสนั่นไม่เพียงต้องช่วยมารดาทำงาน ยังต้องช่วยสอนหนังสือน้องด้วย

นายสนั่นผ่านการเรียนที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ โรงเรียนสวนสุนันทาลัย และโรงเรียนตัวอย่าง (จาก พ.ศ. 2432-2435) เมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาจึงเข้าศึกษาที่โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ และสอบไล่ได้เป็นที่ 1 ของผู้สำเร็จวิชาครูชุดแรก ได้รับพระราชทานรางวัล เมื่อ พ.ศ. 2437 กระทรวงธรรมการยังคัดเลือกนายสนั่น ส่งไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ในช่วง พ.ศ. 2439 ได้รับการอบรมจากเซอร์โรเบิร์ต มอแรนท์ ข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษ ซึ่งเป็นอาจารย์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ และสำเร็จได้รับประกาศนียบัตรวิชาครูจากโรงเรียนฝึกหัดครู เบอโรโรด ใกล้กรุงลอนดอน เมื่อ พ.ศ. 2441

สุจิตรา สุดเดียวไกร บรรยายในหนังสือ“ครูเทพ” (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี) ว่า ท่านเป็นคนรักษาสุขภาพ และสนใจกีฬา ชอบเล่นเทนนิสตั้งแต่วัยหนุ่ม ช่วงที่มีอายุก็มักเตะตะกร้อกับคนในพื้นที่ ในภายหลังท่านยังเป็นผู้แต่งเพลง“กราวกีฬา” ซึ่งเชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยจดจำได้อย่างดี

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรียังมีอุปนิสัยส่วนตัวที่เรียบง่าย เมตตากรุณา ไม่ถือตัวว่าเป็นใหญ่ในราชการ ท่านยังคงใช้รถม้าคันเดิมในช่วงที่ข้าราชการเริ่มเปลี่ยนไปใช้รถยนต์กันอย่างแพร่หลายแล้ว

สำหรับบทบาทเกี่ยวกับด้านการศึกษาในไทย ครูเทพเริ่มต้นตั้งแต่การเป็นนักเรียนสอนในโรงเรียนตัวอย่างและเป็นครูผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครู ภายหลังสำเร็จการศึกษาจากอังกฤษ ท่านกลับมารับราชการเป็นข้าราชการในกรมศึกษาธิการ โดยเป็นผู้สอนในวิชาครู เป็นพนักงานแต่งแบบเรียนอันเป็นตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้น้อย จากนั้นจึงเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นผู้ตรวจจัดการเล่าเรียน เจ้ากรมราชบัณฑิตย์ เจ้ากรมตรวจ และอีกหลายตำแหน่งจนกระทั่ง พ.ศ. 2459 ได้เป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ

หากกล่าวโดยสรุปแล้ว บทบาทในงานราชการตามตำแหน่งงานด้านการศึกษาของไทยแล้ว ท่านถือเป็นรากของหลายสิ่งที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน อาทิ เป็นกรรมการผู้จัดตั้งและวางระเบียบในโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย) เป็นผู้จัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน อันถือว่าเป็นรากของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย (โรงเรียนข้าราชการพลเรือนวิวัฒนาการเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านการเมืองและการปกครอง เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ถือเป็นผู้ริเริ่มความคิดก้าวหน้าหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ เป็นผู้ริเริ่มให้โรงเรียนต่าง ๆ เล่นฟุตบอล

สุจิตรา สุดเดียวไกร บรรยายว่า การเล่นฟุตบอลในโรงเรียนในไทยเริ่มจากเป็นส่วนหนึ่งของพลศึกษาในโรงเรียนฝึกหัดครู ต่อมาท่านเริ่มจัดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างโรงเรียนชิงโล่รางวัลกรมศึกษาธิการ ซึ่งในระยะแรกมีผู้ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าอาจเป็นสาเหตุให้เด็กบาดเจ็บและเสียการเรียน

“แต่ท่านก็ต่อสู้และให้เหตุผลชี้แจง ฟุตบอลจึงเป็นที่นิยมเล่นแพร่หลายมาจนถึงบัดนี้” สุจิตรา บรรยายในตอนหนึ่งของหนังสือ “ครูเทพ”

ผลงานสำคัญในแวดวงการศึกษาของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีซึ่งหลายคนจดจำได้คือ พระราชบัญญัติประถมศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2468 ว่าด้วยการศึกษาแบบเปิดเสรีแก่คนทั้งประเทศ ให้เด็กทุกคนเรียนประถมศึกษาโดยไม่เลือกเพศ เชื้อชาติ ฐานะและศาสนา เยาวชนไทยมีความเสมอภาพในด้านการศึกษาไม่ว่าจะเป็นเชื้อสายจีนหรือแขก ทุกคนจะรับการศึกษาตามอัตภาพและความสามารถ

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ช่วงนั้นการศึกษาของไทยก็เปลี่ยนแปลงไปมาก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีมอบลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนภาษาไทยชื่อว่า “แบบเรียนใหม่” ที่แบ่งเป็น 2 ภาคให้กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ พ.ศ. 2476 แบบเรียนมีคำอธิบายวิธีสอนกำกับอย่างชัดแจ้ง มุ่งสอนด้วยการฝึกปฏิบัติให้ได้ผลลัพธ์อย่างจริงจัง

แบบการสอนอ่านใหม่ประกอบการเรียนอีกชุดหนึ่ง (มี 7 เล่ม) ยังเป็นผลงานของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เนื้อหาในแบบสอนอ่านมุ่งเสริมสร้าง “ความเป็นพหูสูตร” ให้เด็กทุกระดับ อบรมให้เด็กเป็นพลเมืองดี และได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้ใช้ในโรงเรียนได้

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี แสดงเจตจำนงว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่าการอบรมพลเมืองควรเป็นไปในทางอบรมให้มีน้ำใจเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นนักกีฬา และเป็นพลเมืองดี ประการต้นจะให้คนอยู่ในอำนาจแห่งเหตุผล และประการที่ 2 ที่ 3 จะให้คนที่เป็นที่ไว้ใจได้ ถ้าใครประกอบด้วยคุณธรรมทั้ง 3 ประการนี้แล้ว ผู้นั้นจะเป็นนายเป็นบ่าว เจ้าหรือเป็นข้าก็ควรใช้ได้ทั้งนั้น”

นอกจากนี้ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ยังเป็นผู้ริเริ่มการอาชีวศึกษา โดยท่านเห็นว่า สามัญศึกษาและวิสามัญศึกษาจำเป็นต้องมีควบคู่กัน และขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ไม่เพียงแค่ในทางปฏิบัติ ท่านยังเป็นนักวิชาการ และออกแบบตำราซึ่งเคยใช้สอนในหลักสูตรของกระทรวงธรรมการอีกหลายเล่ม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“ครูเทพ” (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี). คณะทำงาน สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : กระทรวงวัฒนธรรม, 2558

“แบบเรียนไทย”. กองบรรณาธิการ. ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2528

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 พฤษภาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ครูเทพ” ผู้ขับดันสู้ เมื่อโรงเรียนไทยยุคแรกจะให้เด็กเล่นฟุตบอลแต่มีคนไม่เห็นด้วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...