โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรกมีน้ำบาดาลใช้ บ่อแห่งแรกของไทยที่เจาะกันกลางกรุงเทพฯ อยู่ตรงไหน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 เม.ย. 2565 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 03.47 น.
การขุดเจาะบ่อบาดาล พื้นที่หมู่ 8 ต.ชัยนาม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งกว่า 300 หลังคาเรือน วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 (ภาพจากห้องสมุดภาพมติชน)

การใช้น้ำบาดาล เริ่มต้นจากประเทศในแถบเอเซียกลาง ทั้งในประเทศอียิปต์ และอิหร่าน ซึ่งมีมาตั้งแต่ประมาณ 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่เรียกว่าระบบ Kanat เป็นระบบอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน ขุดขึ้นตามแนวชั้นหินที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำบาดาล โดยทำเป็นปล่องที่สามารถสูบหรือตักน้ำขึ้นมาใช้ ตัวอุโมงค์มักเริ่มจากเชิงเขาไปตามความลาดเอียงของภูมิประเทศ น้ำบาดาลจะไหลตามความลาดเอียงของอุโมงค์เหมือนน้ำในลำคลอง

ส่วนการเจาะน้ำบาดาลเริ่มต้นครั้งแรกในประเทศจีน ประมาณ พ.ศ. 1669 เครื่องเจาะยุคแรกๆ ทำจากไม้และไม้ไผ่ โดยใช้ไม้ไผ่เป็นก้านเจาะและท่อกรุการทำงานของเครื่องเจาะ โดยใช้แรงคน ถึง พ.ศ. 2421 มีการประดิษฐ์เครื่องเจาะแบบใช้เครื่องจักรไอน้ำแทนแรงคนขึ้นในสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็มีการดัดแปลงแก้ไขปรับปรุงทั้งเครื่องเจาะ วิธีการเจาะเรื่อยมาในรูปแบบต่างๆ เรื่อยมาก

วิชาการน้ำบาดาลที่เกี่ยวกับทฤษฎี การเกิด การกักเก็บ และพฤติกรรมต่างๆ ของน้ำบาดาลเกิดขึ้นมาในภายหลัง ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 18 มีการวางรากฐานวิชาธรณีวิทยาขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับอุทกธรณีวิทยา การกำเนิดและการเคลื่อนไหวของน้ำบาดาล ระหว่าง พ.ศ. 2346-2401 Henry Darcy ได้เป็นผู้ให้กำเนิด Darcy’s law ซึ่งเป็นรากฐานของวิชาการน้ำบาดาลที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 มีการเจาะบ่อบาดาลได้น้ำพุในประเทศฝรั่งเศส จึงทำให้มีผู้สนใจเกี่ยวกับวิชาการน้ำบาดาลมากขึ้นอย่างกว้างขวาง

ในประเทศไทยการใช้น้ำบาดาลไม่มีหลักฐานบันทึกไว้อย่างแน่ชัด คนไทยในสมัยโบราณส่วนใหญ่อยู่ใกล้แม่น้ำลำคลอง จึงมีแหล่งน้ำผิวดินที่จะใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค ส่วนชุมชนที่ห่างไกลแหล่งน้ำผิวดิน หรือมีน้ำไม่เพียงพอ มีการขุดบ่อบาดาล การพัฒนาน้ำบาดาลของประชาชนคนไทยในเบื้องต้นจึงเป็นการพัฒนาน้ำบาดาลระดับตื้นโดยการขุดเท่านั้น

ส่วนการเจาะบ่อน้ำบาดาลระดับลึกในไทย โดยภาคเอกชนในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2450 โดยนายเส็งยัง แซ่อาว เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด อาวย่งซุนฮวด เจาะบ่อน้ำบาดาลโดยใช้เครื่องเจาะไม้ไผ่มาจากประเทศจีนเป็นต้นแบบ บ่อบาดาลบ่อแรกเจาะที่โรงพยาบาลเทียบหัว [น่าจะเป็นโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ] ย่านเยาวราช กรุงเทพฯ ใกล้โรงภาพยนตร์นิวโอเดียนในอดีต ความลึกประมาณ 120 เมตร ได้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค

พ.ศ. 2461 กรมราชทัณฑ์ได้จ้างชาวตะวันตกเจาะน้ำบาดาล โดยใช้เครื่องเจาะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรไอน้ำ เจาะบ่อบาดาลที่เรือนจำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และเจาะบ่อบาดาลในเรือนจำอีกหลายแห่ง

พ.ศ 2476-2501 กรมโยธาธิการซื้อเครื่องเจาะสมัยใหม่จากยุโรป และจ้างวิศวกรต่างชาติเข้ามาดำเนินการ เพื่อเจาะบ่อบาดาลสำหรับการทำประปาเทศบาลและสุขาภิบาลต่างๆ ต่อมา พ.ศ. 2502 กรมโยธาธิการได้จัดตั้ง โครงการเจาะน้ำบาดาล โดยสังกัดกองประปาภูมิภาค กำหนดเป้าหมายเจาะบ่อบาดาลในท้องถิ่นชนบททั่วราชอาณาจักร

เมื่อเทคโนโลยีการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลพัฒนาดีขึ้น การใช้น้ำบาดาลก็แพร่หลายมากขึ้น ปริมาณการใช้น้ำบาดาลที่มากเกินสมดุลธรรมชาติติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดวิกฤตการณ์น้ำบาดาลขึ้นในชั้นน้ำต่างๆ โดยพบว่า แรงดันของระดับน้ำบาดาลลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการคืนตัว ทำให้เกิดผลกระทบต่าง เช่น แผ่นดินทรุด (ที่มีผลให้พื้นถนน ทางเดินแตกร้าว หรือเกิดน้ำท่วมขัง), น้ำเค็มแทรกซึมเข้าสู่น้ำบาดาล ซึ่งเดิมเป็นน้ำจืดกลายเป็นน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม ฯลฯ

 

ข้อมูลจาก :

http://www.dgr.go.th/th/about/11 สืบค้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563

เอกสารวิชาการ เรื่องน้ำบาดาล (ground water) : แหล่งน้ำสำรอง, สำนักงานวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 สิงหาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...