โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ล้วงลึก Bar B Q Plaza กับกลยุทธ์ “Marketing Collaboration” เมื่อคนทำแบรนด์สมัยนี้ต้องใจกว้าง หมดยุคลูกค้าเป็นของฉันทั้งชีวิต!

Positioningmag

อัพเดต 29 มี.ค. 2562 เวลา 03.22 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2562 เวลา 00.08 น.

การทำธุรกิจในวันนี้มีความยากมากขึ้นทุกวัน เพราะใครๆ ก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ยิ่งเป็นธุรกิจที่ผู้บริโภคต้องใช้ทุกวัน ยิ่งต้องเจอกับคู่แข่งที่ถาโถมเข้ามา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง“ร้านอาหาร ซึ่งแต่ละวันผู้บริโภคต้องกิน3 มื้อ และบางคนกินมากกว่านั้นด้วยช้ำ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินมูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี2018 น่าจะอยู่ที่411,000-415,000 ล้านบาท เติบโตราว4-5% จึงไม่ต้องแปลกใจหากจะมีร้านอาหารใหม่ๆ เกิดขึ้นมาทั้งในห้างและนอกห้างเต็มไปหมด

กลายเป็นความท้าทายที่แม้แต่เชนร้านอาหารยังต้องปรับตัว สำหรับ“Bar B Q Plaza” ได้เลือกแก้โจทย์เรื่องนี้ด้วยกลยุทธ์“Marketing Collaboration” หรือการไปร่วมมือกับแบรนด์อื่นๆ โดยถึงกับยกให้ปี2019 จะเป็นปีแห่งCollaboration เลยทีเดียว

[caption id="attachment_1222224" align="alignnone" width="960"]

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด[/caption]

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า บริษัท ฟู้ด แพชชั่น จำกัด เล่าให้ฟังว่าBar B Q Plaza มีแนวคิดอย่างหนึ่งคือ“First Move” การทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เพื่อเข้าไปยังมุมที่แบรนด์ยังไม่เคยเข้าถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการCollaboration ผ่านพาร์ตเนอร์ชิพกับแบรนด์อื่นๆ

กลยุทธ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อ3 ปีก่อนตอนออกแคมเปญรีฟิล โดยBar B Q Plaza ดึงบัตรเครดิต11 ธนาคารมาทำแคมเปญร่วมกัน ต่อมาก็ทำอีกเรื่อยๆ ทั้งทรานส์ฟอร์มไปอยู่ใน Air Asia, Grab Car, Coke นำคาแร็กเตอร์“บาร์บีกอน” ไปปรากฏตัวบนเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์Anitech หรือปีที่ผ่านมาก็ไปร่วมกับ สาหร่ายมาชิตะของค่ายสิงห์ ออกรสชาติ เบคอนย่างซอสบาร์บีคิวพลาซ่า 

สิ่งที่แบรนด์จะได้มานอกเหนือจากการเพิ่มฐานลูกค้าระหว่างแบรนด์ที่เข้าไปจับมือ เพิ่มBrand Awareness - Brand Value - Brand Perception แต่ที่สำคัญที่สุดสามารถนำแนวคิดKnow-how ของแบรนด์นั้นๆ มาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับต่อยอดเกมการตลาดได้

“Pizza Hut” Collaboration ดีลแรกของปี 2019

สำหรับในปี2019 คาดว่าจะได้เห็นMarketing Collaboration จำนวน3 ดีลจากBar B Q Plaza มี2 ดีลที่กำลังคุยอยู่เป็นแบรนด์อาหารและไลฟ์สไตล์ โดยดีลแรกของปีคือการร่วมมือกับ“Pizza Hut” ธุรกิจที่อยู่ภายใต้“ตระกูลมหากิจศิริ”

แม้จุดเริ่มต้นของดีลจะมาจากPizza Hut เดินเข้ามาหาก่อน แต่ลึกๆ แล้วความท้าทายที่Bar B Q Plaza กำลังเจอคือ การที่ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในโหมด“Auto Pilot” เดินเข้ามาไม่ต้องต้องดูเมนู สามารถสั่งได้เลย แต่แทนที่จะเป็นจุดได้เปรียบว่าเป็นแฟนคลับจริงๆ แต่กลับสร้างผลเสียแทน

เพราะแม้จะสร้างแบรนด์ได้ดีแค่ไหนแต่เมื่อมีแต่อาหารซ้ำๆ ก็ไม่ตอบโจทย์ลูกค้า ยิ่งกินแต่เมนูเดิมๆ ก็อาจจะสร้างความเบื่อหน่ายและไม่มีความกระตือรือร้นที่อยากจะเดินเข้ามาที่ร้าน ทางออกจึงต้องเพิ่มเมนูใหม่ๆ เพื่อสร้างNeed ให้ลูกค้า โดยBar B Q Plaza วางแผนจะออกแคมเปญใหม่ทุกไตรมาส

สำหรับดีลกับPizza Hut เป็นการนำเอาจุดแข็งคือรสชาติมาทำร่วมกัน โดยฝั่งBar B Q Plaza จะออก“ชุดหมูบาร์บีฮัท” ในราคาสุดคุ้ม299 บาท ที่เสิร์ฟมาในถาดพิซซ่า ยังมีเมนูทานเล่นและของหวานอีก2 เมนู

ส่วนPizza Hut ออกพิซซ่าหน้าใหม่“พิซซ่าฮัทบีก้อน” ขายในราคาถาดละ299 บาท(ปกติ429 บาท) ทั้งหมดจะวางขายเฉพาะ1 เมษายน- 20 พฤษภาคม

ทั้งคู่ยังได้ร่วมกันใช้งบ80 ล้านบาทสำหรับโปรโมตแคมเปญ“ฟินเว่อร์ ฮัทเจอก้อน” และยังได้ออกCo-Promotion ใน7 วันแรกที่เริ่มแคมเปญเมื่อซื้อเมนูที่ทำร่วมกันจะได้ส่วนลด100 บาทไปใช้กับร้านของอีกฝ่ายได้ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในเกมตลาดที่จะดึงให้คนส่วนใจ และเพิ่มจำนวนลูกค้าในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึง

ปรกติคนทำอาหารจะหวงลูกค้ากันมาก จะไม่ยอมมาCollaboration ร่วมกันเลย แต่การร่วมมือของเราคู่ถือเป็นวิธีคิดแบบใหม่ และเป็นครั้งแรกในวงการอาหาร เพราะมองว่า คนทำแบรนด์สมัยนี้ต้องใจกว้าง หมดยุคลูกค้าเป็นของฉันทั้งชีวิต การร่วมกันกลับจะยิ่งทำให้ธุรกิจแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

เพราะเป้าหมายต้องการคือCross Target ของทั้งสองแบรนด์ ฝั่งPizza Hut ก็อยากได้ฐานกลุ่มวัยรุ่น (Teen) และคนรุ่นใหม่(Young Adult) เพิ่มส่วนBar B Q Plaza ก็เติมกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีลูก(Young Family with Kids) และยังตั้งเป้ายอดขายโต18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

3 กลยุทธ์ปี 2019 ของ Bar B Q Plaza

ด้านกลยุทธ์ในภาพรวมของปี2019 Bar B Q Plaza วางเป้าไว้3 ข้อ ได้แก่

1.เน้นการเติบโตของยอดขายเดิม มากกว่าการขยายสาขาใหม่ ในปีนี้วางแผนเปิดเพียง5 สาขา ลดลงจากปีก่อนที่เปิด8 สาขา ใช้งบสาขาละ10 ล้านบาท และวางแผนรีโนเวตสาขาเดิม4-5 สาขา งบ5-7 ล้านต่อสาขา ถ้าเป็นไปตามแผนสิ้นปี2019 จะมีทั้งสิ้น255 สาขา ภายรวมใช้งบลงทุน10% ยอดขาย มีแคมเปญใหญ่ประมาณ3-4 แคมเปญ

2.ปรับโครงสร้างการทำงาน เพราะโลกหมุนเร็วไปทุกวัน แค่คิดอาจจะสายเกิดไปด้วยซ้ำBar B Q Plaza จึงได้เปลี่ยนระบบการทำงานให้สามารถขยับตัวได้เร็วมากขึ้น จากเดิมทำเป็นแผนกมาสู่การทำงานแบบAgile

3.เพิ่มคุณภาพ โดนตั้งเป้าให้ทุกสาขาผ่านการรองรับระบบคุณภาพGMP

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าธุรกิจอาหารจะไม่โดนดิสรัปชั่น เพราะคนยุคนี้ต้องการความสะดวกสบายไม่อยากออกมาข้างนอก อยู่บ้านก็สามารถกิจได้Bar B Q Plaza จึงกำลังศึกษาโมเดลเดลิเวอรี่ เบื้องต้นอาจจะตั้งทีมขึ้นมาทำเอง แต่ถ้าศึกษาแล้วไปต่อไม่ได้ก็จะไปหาพาร์ตเนอร์มาช่วย เพราะธุรกิจวันนี้หยดยุคมานั่งงมเอง ถ้าไม่ไหวก็ต้องหาตัวช่วยมาติดความเร็วให้กับธุรกิจ

สำรวจกระทะBar B Q Plaza

  • 252 สาขา แบ่งเป็นกระทะดำ7 สาขา กระทะทองเหลือ245 สาขา
  • ยอดใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ย900 บาท
  • ความถี่1.5 ครั้งต่อเดือน ตั้งเป้าเพิ่มเป็น2 ครั้ง
  • ฐานบัตรสมาชิก1.8 ล้านใบ ต้องการเพิ่ม2 ล้านใบ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...