โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกัน7วันหน : เปิดปมจลาจลคาซัคสถาน เดือดสุดในรอบ 10 ปี

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

คาซัคสถาน ประเทศในเอเชียกลางที่แยกตัวมาจากอดีตสหภาพโซเวียต กำลังเผชิญเหตุประท้วงและจลาจลนองเลือดที่สุดในรอบกว่า 10 ปี อันมีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักของยานยนต์ในประเทศเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว จนทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น 2 เท่าในเวลาต่อมา สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนออกมาประท้วงที่ภูมิภาคมังกีสเตาตั้งแต่วันอาทิตย์ จนประธานาธิบดีคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ต้องอนุมัติหนังสือลาออกของคณะรัฐบาล แต่ความไม่พอใจลุกลามบานปลายขยายมาถึงเมืองอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ผู้ประท้วงทั้งก่อความวุ่นวายและจลาจล บางส่วนพยายามเข้ายึดสถานีตำรวจหลายแห่งในเมือง ทำให้กองกำลังความมั่นคงต้องยิงสังหารผู้ก่อการจลาจลไปหลายสิบคน

ผู้นำคาซัคสถานต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศนาน 15 วัน ตั้งแต่เมื่อวันพุธ ประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกบ้านยามวิกาล และห้ามการชุมนุม รวมถึง ร้องขอให้องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน หรือ CSTO ซึ่งมีรัสเซียเป็นแกนนำ ช่วยเหลือคาซัคสถานหลังรัฐบาลไม่สามารถควบคุมเหตุประท้วงรุนแรงติดต่อกันหลายวัน ก่อนที่รัสเซียจะส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไปยังคาซัคสถานเพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงตามที่ผู้นำคาซัคสถานร้องขอ

สำนักประธานาธิบดีคาซัคสถานระบุในแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า คาซัคสถานได้เริ่มปฏิบัติการต่อต้านผู้ก่อการร้าย จากนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด จะยิงผู้ก่อความไม่สงบโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า และระเบียบตามรัฐธรรมนูญของคาซัคสถานก็ได้รับการฟื้นฟูในทุกภูมิภาคของประเทศแล้ว ทางการท้องถิ่นได้เข้าควบคุมสถานการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้น แต่กลุ่มก่อการร้ายยังคงใช้อาวุธทำลายทรัพย์สินของประชาชน คาซัคสถานจึงต้องเดินหน้าใช้ปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายต่อไปจนกว่าจะจำกัดกลุ่มคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด

ขณะเดียวกัน เขายังได้สั่งให้คณะรัฐบาลรักษาการและผู้ว่าการรัฐต่างๆ กลับไปใช้กฎหมายควบคุมราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เช่นเดียวกับตรึงน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันดีเซล และสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ ที่จำเป็นต่อประชาชนออกไปอีก6 เดือนเช่นกัน นอกจากนี้ยังสั่งให้คณะรัฐบาลรักษาการเริ่มร่างกฎหมายล้มละลายส่วนบุคคล รวมถึงพิจารณาใช้มาตรการตรึงราคาสาธารณูปโภค และมอบเงินช่วยเหลือค่าเช่าที่พักอาศัยให้แก่ครอบครัวยากจน

ไม่ถึงกับต้องเป็นผู้สันทัดกรณีด้านการเมืองระหว่างประเทศ แค่คนที่ติดตามข่าวต่างประเทศก็พอจะเข้าใจได้ว่า การประท้วงในคาซัคสถานที่ยกระดับกลายเป็นความรุนแรง บอกเป็นนัยว่าสาเหตุของการประท้วงมีมากกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน

คาซัคสถานเป็นรัฐในเอเชียกลางหลังแยกตัวเป็นเอกราชถูกปกครองโดยประธานาธิบดีนูร์สุลต่านนาซาร์บาเยฟ ยาวนานกว่า 30 ปีด้วยลัทธิบูชาบุคคล โดยมีการสร้างรูปปั้นของเขาทั่วประเทศและเปลี่ยนชื่อเมืองหลวงเป็นชื่อเขา

นาซาร์บาเยฟจำต้องพ้นจากตำแหน่งปี 2019 ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลซึ่งเขาพยายามจำกัดด้วยการก้าวลงจากตำแหน่ง และวางตัวพันธมิตรที่ใกล้ชิดเข้ามาแทนที่เขา คือประธานาธิบดีโตกาเยฟ เป็นผู้นำคนที่สองของประเทศนับตั้งแต่คาซัคสถานประกาศเอกราชในปี 1991 แต่การเลือกตั้งในประเทศ พรรครัฐบาลชนะเป็นส่วนใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกือบ 100%และไม่มีฝ่ายค้านทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพ

นักวิเคราะห์บอกว่ารัฐบาลประเมินความโกรธแค้นของประชาชนต่ำเกินไป และไม่น่าแปลกใจ สำหรับประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตยในการเลือกตั้ง ผู้คนต้องออกไปประท้วงที่ถนนเพื่อให้คนได้รับรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการ และความคับข้องใจของพวกเขามีมากกว่าปัญหาเรื่องราคาน้ำมันแน่นอน แต่ลึกๆ แล้ว เป็นอาการของความโกรธและความขุ่นเคืองที่ฝังลึกและเดือดดาลที่มาจากความล้มเหลวของรัฐบาล ที่ไม่สามารถพัฒนาประเทศของตนให้ทันสมัยได้อย่างที่ใจคิดมากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...