โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจพื้นที่โลก...ที่ไหนบ้างที่ยังไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกเพศ

นิตยสารคิด

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 02.57 น.
unfriendly-countries-for-lgbtq-cover

แม้ในวันนี้การพูดถึง “ความหลากหลายทางเพศ” จะเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนเปิดกว้างและแสดงออกได้อย่างอิสระมากขึ้นกว่าในอดีต แต่ถ้าลงลึกถึงสถิติตัวเลขทั่วโลก ก็ยังเป็นสัดส่วนที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงพื้นที่ข้างมากได้ในอีกหลายประเทศ อนาคตของการเคารพและให้เกียรติกันอย่างเท่าเทียมของพลเมืองโลก ยังคงต้องเดินหน้าต่อไปอีกยาวไกลเท่าไรไม่รู้ได้ แต่อย่างน้อยก็พอจะเริ่มเห็นสายรุ้งงดงามที่พาดผ่านท้องฟ้า ผ่านการเริ่มเปลี่ยนแปลงทัศนคติในการอยู่ร่วมกันของผู้คนในโลกได้มากขึ้นบ้างแล้ว

จากตัวเลข “ผลการสำรวจทิศทางของ LGBTQ+ ทั่วโลกแบบระบุประเทศ” ที่จัดทําขึ้นแบบออนไลน์ในปี 2023 ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ statista.com โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามระหว่างช่วงอายุ 16-74 ปี จาก 30 กว่าประเทศ ระบุว่า ตัวเองเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ เกย์ หรือเลสเบี้ยน รวมจำนวน 3% จากทั้งหมด 22,514 คำตอบ ซึ่งการสำรวจนี้สอบถามครอบคลุมใน 4 กลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศ ได้แก่ 1. เลสเบี้ยน/เกย์/รักร่วมเพศ (Lesbian/Gay/Homosexual) 2. ไบเซ็กชวลที่ชอบทั้งเพศชายและหญิง (Bisexual) 3. ผู้ที่มีแรงดึงดูดกับทุกเพศ (Pansexual/Omnisexual) 4. ผู้ที่ไม่ฝักใจทางเพศ (Asexual)

ยกตัวอย่างจำนวนเปอร์เซ็นต์จากประชากรทั่วโลกที่มาตอบ เช่น ชาวบราซิลและเนเธอร์แลนด์จากแบบสำรวจนี้มีจำนวน Bisexual มากที่สุดรวม 9 เปอร์เซ็นต์ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็น Pansexual/Omnisexual มีจำนวน 2 เปอร์เซ็นต์ ชาวเกาหลีใต้ระบุว่า มีจำนวน Lesbian/Gay/Homosexual 1%, Bisexual 3%, Pansexual/Omnisexual 1% และ Asexual 1% และสำหรับชาวไทย พบว่ามีจำนวน Lesbian/Gay/Homosexual 4%, Bisexual 3%, Pansexual/Omnisexual 1% และ Asexual 1% เป็นต้น

ในขณะที่การยอมรับตัวตนและเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศเริ่มมีมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันยังมีสิ่งที่น่าตกใจ เพราะอัตลักษณ์เหล่านั้นอาจไม่ปลอดภัยสำหรับชาว LGBTQ+ ในบางพื้นที่ของโลก คุณค่าของการเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีเหมือนกันกับทุกคน อาจถูกลดทอนด้อยค่า ถูกแสดงออกแบบรังเกียจ ขับไล่ ไปจนถึงไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน

Chris Curry / Unsplash

พื้นที่เปิดกว้างต้อนรับ และพื้นที่อันตรายสำหรับ LGBTQ+
เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย ‘Spartacus Gay Travel Index’ ประเทศเยอรมนี ได้เผยแพร่ดัชนีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล ทรานส์เจนเดอร์ อินเตอร์เซ็กส์ (บุคคลที่มีภาวะเพศกำกวม) และเควียร์ ฉบับปรับปรุงแก้ไขล่าสุดปี 2024 จัดอันดับเปรียบเทียบจาก 213 พื้นที่และประเทศทั่วโลก

ประเทศมอลตา ซึ่งครองแชมป์ในปีที่แล้ว 2023 และในปีนี้ 2024 ก็ยังคงครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและเปิดกว้างที่สุดสำหรับนักเดินทาง LGBTQI+ ตามมาด้วย สเปน แคนาดา นิวซีแลนด์ และโปรตุเกส ที่อยู่กลุ่มแรงกิ้งสีเขียวเข้ม คือปลอดภัยสำหรับ LGBTQI+ โดยแต่ละประเทศได้รับ 12 คะแนน

เอสโตเนีย หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในปีที่ผ่านมา เพราะมีการอนุมัติกฎหมายสมรสเท่าเทียมเรียบร้อยแล้วในปี 2023 ได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มแรงกิ้งสีเขียวอ่อน ครองตำแหน่งร่วมกันระหว่าง เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ เยอรมนีและนอร์เวย์ และ อุรุกวัย ที่กลายเป็นประเทศแรกของละตินอเมริกาที่ได้มีชื่อในการจัดอันดับครั้งนี้ โดยมีคะแนนประเทศละ 10 คะแนน

อีกด้านหนึ่ง รายงานฯ ระบุว่ามีประเทศ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน สาธารณรัฐเชชเนียในรัสเซีย และอัฟกานิสถาน ที่ได้คะแนนติดลบถึง -21 คะแนน ส่งสัญญาณว่าประเทศเหล่านี้ค่อนข้างอันตรายสำหรับนักเดินทาง LGBTQI+ เพราะมักเกิดคดีกลุ่มรักร่วมเพศถูกทำร้ายหรือสังหาร และประเทศ รัสเซีย ซึ่งมีคะแนนติดลบ -17 คะแนน ด้วยการที่รัฐบาลทำให้กฎหมายต่อต้าน LGBTQI+ เข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการออกกฎหมายห้ามการโฆษณาชวนเชื่อ LGBTQ+ และจะมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

ในเอเชีย คะแนนสูงสุดเป็นของ ไต้หวัน ที่อยู่ในอันดับที่ 13 ร่วมกับ สวีเดน ลักเซมเบิร์ก ไอร์แลนด์ ฟินแลนด์ โคลอมเบีย ชิลีและออสเตรีย ขณะที่ อินเดีย อยู่ในอันดับที่ 44 ตามมาด้วย กวม ยิบรอลตาร์ พื้นที่ทางตอนใต้ของสเปน และ สาธารณรัฐเอกวาดอร์ ทั้งนี้ ข้อมูลของสปาร์ตาคัสระบุต่อไปด้วยว่า ประเทศไทย อาจขยับขึ้นอันดับได้ด้วยผลจาก “ร่างพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม” ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายในปี 2567 นี้

โดยเกณฑ์ในการจัดอันดับในรายงานนี้พิจารณาให้คะแนนจาก 18 หมวดหมู่ ตั้งแต่การยอมรับการแต่งงานสำหรับเพศเดียวกัน ไปจนถึงอัตราโทษประหารชีวิตสำหรับกลุ่ม LGBTQI+ โดยพิจารณาจากกรอบกฎหมาย และการตัดสินใจทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อประชากร LGBTQI+ ว่ามีความรุนแรงหรือไม่ และรวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วยเช่น กฎการเดินทางของผู้ที่มีประวัติ HIV สิทธิของ Transgender และนโยบายที่แสดงออกถึงการยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQI+

Tiffani Revels / Unsplash

อาชญากรรมเกิดจากความเกลียดชัง
ทุกครั้งที่ได้ข่าวการก่ออาชญากรรมอันเกิดจากความเกลียดชังต่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดและตั้งคำถามกลับไปต่อจิตใจของคนเหล่านั้นว่า เหตุใดจึงมองคุณค่าของคนบริสุทธิ์เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่อาจไม่ตรงตามแนวคิดหรือความเชื่อในศาสนาที่นับถือ หรือแม้กระทั่งไม่ได้ดั่งใจตนเอง โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อเพศทางเลือกนั้น เกิดขึ้นได้บ่อยแค่ไหน

ตามรายงานประจำปีของ FBI ในสหรัฐอเมริกา เรื่อง Crime in the Nation ที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2023 พบว่าอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ในปี 2022 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อน รวมถึง 1,947 เหตุการณ์ เพราะรสนิยมทางเพศของเหยื่อ และมี 469 เหตุการณ์ที่ผู้กระทำผิดแสดงอคติต่ออัตลักษณ์ทางเพศของเหยื่อ

รายงานอาชญากรรมแยกออกเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับคนกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ในปี 2022 แม้จะมีรายงานอยู่ที่จำนวน 88 เคสเมื่อเทียบกับปี 2021 ก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 35 อาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อเกย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 รวมเป็น 1,077 เหตุการณ์ และอาชญากรรมต่อต้านกลุ่ม LGBTQ+ ที่รวมทั้งเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กชวล หรือทรานส์เจนเดอร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 และอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อเลสเบี้ยนและไบเซ็กชวล เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และ 3 ตามลำดับ

แต่ตัวเลขเหล่านี้ก็ครอบคลุมเฉพาะเหตุการณ์ที่มีการรายงาน ผิดกับจำนวนคดีที่แท้จริงที่มีแนวโน้มสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และกลุ่ม LGBTQ+ ที่กล้าแจ้งความก็ลดลงเพราะเริ่มขาดความไว้วางใจและมักถูกคุกคามจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยพบเพียงร้อยละ 42 เท่านั้นที่แจ้งตำรวจว่าเคยตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง ตามตัวเลขผลการสำรวจในสหรัฐอเมริกาล่าสุด โดยองค์กร ACLU (American Civil Liberties Union)

แม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของซีกโลกตะวันตกจะมีกฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวดต่อการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังเป็นพื้นที่ที่มีผลตรงกันข้ามมากที่สุดในบรรดาชาติตะวันตก แม้จะมีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายของรัฐบาลกลางที่ควบคุมประเด็นพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การเลือกปฏิบัติโดยอคติต่อรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ หรือการต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษนิยมและกลุ่มศาสนาบางส่วน

Olena Kamenetska / Unsplash

เปลี่ยน “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” แล้วได้อะไร
หันมาเจาะลึก ประเทศมอลตา (Malta) จากประเทศบนเกาะเล็ก ๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่แม้แต่การหย่ายังผิดกฎหมาย สู่ผู้นำของยุโรปในสิทธิความเท่าเทียม LGBTQ+ Rights ที่ได้คะแนนสูงสุดถึง 8 ปีต่อเนื่อง จากองค์กร The International Lesbian and Gay Association (ILGA) หลังผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมสำเร็จ และดำเนินนโยบายในด้านต่าง ๆ เช่น ยกเลิกแผนบำบัดรักษาเกย์ (Gay Conversion Therapy) มีกฎหมายอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันรับเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมได้ และสามารถเลือกคำนำหน้าเพศของตัวเองบนพาสปอร์ตและบัตรประชาชนได้ หรือหากไม่ต้องการระบุเพศก็สามารถเลือกได้

ทำอย่างไรสังคมไทยจึงเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกเพศ
ส่วนแนวคิดในการเป็น “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศ” และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวให้เหมาะสมต่อความต้องการและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้นั้น

ผลสรุปส่วนหนึ่งจากงานวิจัย “การวิเคราะห์พฤติกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางเพศในจังหวัดเชียงใหม่” โดย บุษราภรณ์ กอบกิจพานิชผล และพลากร แก้วทิพย์ สรุปย่อได้ว่า การส่งเสริมการตลาดควรครอบคลุมทั้งในด้านราคา สถานที่พักสะอาด โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQI+ ต่างชาติ ที่ต้องการความคุ้มค่าของการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และโปรโมชันการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูด อันจะส่งผลต่อจำนวนครั้งและการตัดสินใจในการมาท่องเที่ยวในครั้งถัดไปด้วย รวมถึงการพัฒนาเรื่องการให้ข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยว การเข้าถึงบริการในเรื่องความปลอดภัย และความคุ้มค่าต่อสินค้าและบริการทุกด้าน

ดังนั้นการจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ จึงต้องวางกลยุทธ์เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ โดยในภาพรวมควรมุ่งเน้นสร้างการเติบโต (Growth strategy) ขยายตลาดใหม่สู่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางเพศให้มากขึ้น อย่างเช่น การทำแผนการตลาดรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง สร้างเครือข่ายความร่วมมือและเพิ่มศักยภาพแก่พนักงานกลุ่มธุรกิจบริการและท่องเที่ยว รวมถึงการยกระดับในด้านความปลอดภัยในการรับแจ้งเหตุ สร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐและเอกชนในการโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และควบคุมอัตราค่าบริการให้มีมาตรฐานและเป็นธรรม เป็นต้น

เพื่อ “ประเทศไทย” จะกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ด้วยการเสริมกำลังกันของศักยภาพภูมิประเทศ ความเข้มแข็งในภาคธุรกิจท่องเที่ยว และความชัดเจนในกรอบด้านกฎหมาย ที่แสดงว่าประเทศไทยเปิดกว้างและยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเพศอย่างจริงใจ

Josè Maria Sava / Unsplash

ความหวัง “สมรสเท่าเทียม” ความหวังของทุกชีวิต
กว่า 37 ประเทศทั่วโลกแล้วที่ประกาศ #สมรสเท่าเทียม ให้การแต่งงานของคนเพศเดียวกันถูกต้องตามกฎหมาย แม้ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในแถบยุโรปตะวันตก โดยมีเนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศแรกในโลกที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาตั้งแต่ปี 2000 และสโลวีเนียเป็นประเทศล่าสุด ส่วนในทวีปแอฟริกา การแต่งงานของเพศเดียวกันยังถูกกฎหมายเฉพาะในประเทศแอฟริกาใต้เท่านั้น และกลุ่มประเทศโอเชียเนีย (Oceania) กฎหมายสมรสเท่าเทียมยังมีเฉพาะในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ล่าสุดสำหรับประเทศไทย ที่กำลังจะสำเร็จเป็นประเทศที่ 38 ด้วย “ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม” ผ่านมติเห็นชอบจากวุฒิสภาได้ทันฉลองในเดือน Pride month ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ มีการผลักดัน เสนอร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมานานกว่า 4 ปี ใน 2 รัฐบาล ผ่านการแสดงความคิดเห็น รอวันที่จะบรรจุเป็นวาระเข้าพิจารณาร่างฯ ในสภา จนกระทั่งสำเร็จได้ด้วยมติเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร และล่าสุดกับการได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นประเทศแรกของอาเซียน (ASEAN)

การต่อสู้บนเส้นทางเสนอ “ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม” ก็เพื่อต้องการให้แก้ไขกฎหมายรับรองสิทธิและหน้าที่ในฐานะของคู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกัน ให้เท่าเทียมกับคู่สมรสชายหญิงฉันสามีภรรยา “สิทธิ” ที่หมายถึงการยอมรับ และเคารพซึ่งกันและกันให้สามารถเป็นตัวเองได้อย่างเปิดเผย ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เท่าเทียมกันทุกคนนั่นเอง

ที่มา : บทความ “The Best and Worst Countries for LGBTQ+ Travelers” จาก Statista.com
บทความ “How Common Are Hate Crimes Against Queer People?” จาก Statista.com
บทความ “สังคมไทยเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวเกย์มากแค่ไหน ? โดย Setthaphong Matangka จาก Thetsis.com
บทความ “LGB+ orientation worldwide 2023, by country” จาก Statista.com
บทความ “Number of countries that permit same-sex marriage 2022, by continent” จาก Statista.com
บทความวิชาการ “การวิเคราะห์พฤติกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางเพศในจังหวัดเชียงใหม่” โดย บุษราภรณ์ กอบกิจพานิชผล และพลากร แก้วทิพย์ จาก Journal of Management Science Chiangrai Rajabhat University, Vol. 17 No. 2 (July – December 2022)

เรื่อง : ธมลณัฏฐ์ นันทน์นัต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

คำทำนายดวงชะตาระหว่างวันที่ 6 - 12 กรกฎาคม 2569 โดย อ.ณัฐกฤตา นาควัชระ

Manager Online

ครองใจคนไทย ‘เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์รีสอร์ท’ ขึ้นแท่นกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยมในเอเชีย

Manager Online

สถิติความรุนแรงในครอบครัวในอังกฤษ เพิ่มขึ้นในช่วงฟุตบอลโลก

Mirror Thailand

1981 Soul & Sold: Vintage Hub แห่งใหม่บนรามคำแหง

Ticy City

อบต.คลองสาม ปทุมธานี ต้อนรับคณะผู้บริหาร-ครูเนปาล ศึกษาดูงานนวัตกรรมการศึกษาไทย

77kaoded

"ผงซักฟอก" กับ "น้ำยาซักผ้า" ต่างกันอย่างไร แบบไหนถนอมเครื่องมากกว่า

sanook.com
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...