โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม “ดอกฮิกันบานะ” ถึงเป็นดอกไม้ที่น่ากลัวสำหรับคนญี่ปุ่น?

conomi

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 01.01 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

เพื่อน ๆ เคยเห็นดอกไม้ชนิดนี้กันไหมเอ่ย? หลายคนที่ชอบดูอนิเมะหรือซีรี่ย์ญี่ปุ่นแนวแฟนตาซีอาจจะคุ้น ๆ กับดอกไม้ชนิดนี้ไม่มากก็น้อยค่ะ โดยเฉพาะหากเนื้อเรื่องเกี่ยวกับความตายหรือโลกหน้า จึงน่าสงสัยว่าทั้งที่ดอกไม้ชนิดนี้ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร แต่ทำไมคนญี่ปุ่นจึงโยงดอกไม้ชนิดนี้เข้ากับเรื่องน่ากลัวอย่าง ความตาย ด้วยล่ะ? วันนี้ CONOMI จึงถือโอกาสพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักดอก “ดอกฮิกันบานะ (彼岸花) ” กันค่ะ

ชื่อ “ฮิกันบานะ” มีที่มาจากไหน?

ดอกฮิกันบานะ

ชื่อ “ฮิกันบานะ” ที่เรารู้จักกันทั่วไปมีที่มาจากการที่ฮิกันบานะมักจะบานในช่วงวันศารทวิษุวัต (秋分の日: Autumn Equinox) ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งทั้งในช่วงวันวสันตวิษุวัต (Spring Equinox) และวันศารทวิษุวัตจะมีการฉลองวันหยุดทางศาสนาพุทธของญี่ปุ่นเป็นเวลา 7 วันที่เรียกว่า “ฮิกัน (彼岸) ” จึงเป็นที่มาของชื่อ “ฮิกันบานะ” ซึ่งหมายถึง ดอกไม้ที่บานในช่วงฮิกัน (ของวันศารทวิษุวัต)

นอกจากชื่อ “ฮิกันบานะ” แล้ว ดอกฮิกันบานะยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ “มันจูชาเงะ (曼珠沙華) ” โดยชื่อนี้มีที่มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤต โดย ดอกมันจูชาเงะ ถือเป็น ดอกไม้แห่งสวรรค์ (天上の花) ในศาสนาพุทธ ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อกำลังจะมีเรื่องน่ายินดีหรือเรื่องมงคลเกิดขึ้น ก็จะมีดอกไม้สีแดงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง

อย่างไรก็ตาม ฮิกันบานะยังมีชื่ออื่นที่น่ากลัวอยู่ เช่น “ชิบิโตะบานะ (死人花) ” ที่แปลว่า “ดอกไม้คนตาย” และ “จิโกคุบานะ (地獄花) ” ที่แปลว่า“ดอกไม้นรก” เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีชื่ออื่นเช่น คิทสึเนะบานะ (狐花: ดอกไม้จิ้งจอก) , สุเตโกะบานะ (捨て子花: ดอกไม้เด็กกำพร้า), ยูเรบานะ (幽霊花: ดอกไม้วิญญาณ) และ คามิโซริบานะ (剃刀花: ดอกใบมีดโกน) อืม ดูๆ แล้ว เหมือนชื่อที่น่ากลัวจะเยอะกว่าชื่อที่ความหมายดีอยู่เหมือนกันนะคะ

ทำไมฮิกันบานะจึงถูกเชื่อมโยงเข้ากับความตาย?

higanbana forest ฮิกันบานะ

รู้ไหมว่า “หัวของฮิกันบานะนั้นมีพิษ” ฮิกันบานะมีหัวซึ่งอุดมไปด้วยแป้ง ทำให้คนญี่ปุ่นสมัยก่อนนิยมขุดมาทำอาหารกินกันในช่วงขาดแคลน โดยจะนำหัวมาล้างให้สะอาดเพื่อให้พิษที่อยู่ในหัวละลายไปกับน้ำ อย่างไรก็ตาม หากล้างไม่สะอาดก็จะมีพิษหลงเหลืออยู่และทำให้เสียชีวิตได้ ถึงอย่างนั้น อาการจากการถูกพิษของฮิกันบานะก็มีทั้งแบบไม่หนักมากเช่น ท้องเสียและอาเจียน เป็นต้น แต่หากอาการหนักก็อาจถึงเส้นประสาทเป็นอัมพาตและเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ในอดีตคนญี่ปุ่นเคยใช้วิธี การปลูกฮิกันบานะไว้รอบๆ หลุมศพ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวตุ่นหรือสัตว์กินเนื้อต่างๆ เข้ามาทำลายหลุมศพอีกด้วย ทำให้ฮิกันบานะเป็นดอกไม้ที่อยู่คู่กับหลุมศพนั่นเอง

ฮิกันบานะแต่ละสีมีความหมายว่าอย่างไร?

นอกจากฮิกันบานะสีแดงที่เราคุ้นเคยแล้ว ฮิกันบานะยังมีสีเหลืองและสีขาวอีกด้วย ซึ่งแต่ละสีจะมีความหมายต่างกันออกไปดังนี้

สีแดง: ความคลั่งไคล้/ อิสรภาพ/ การกลับมาพบกันใหม่/ มีเพียงคุณเท่านั้นที่ฉันคิดถึง

higanbana red

สีขาว: ที่ฉันปรารถนานั้นมีเพียงคุณคนเดียว/ ฉันเฝ้ารอวันที่เราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

higanbana white

สีเหลือง: การคิดถึงความหลัง/ น้ำใจที่ลึกซึ้ง

higanbana yellow

แม้ว่าโดยทั่วไปเราจะรู้จักดอกฮิกันบานะในฐานะดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับความตาย แต่ใช่ว่าฮิกันบานะจะมีแต่ความหมายที่น่ากลัวเสมอไป นอกจากนี้ ยังถือเป็นดอกไม้สวยงามชนิดหนึ่งที่จะพลาดไม่ได้ในฤดูใบไม้ร่วงค่ะ เพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วงลองมองหาฮิกันบานะกันดูได้นะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...