โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เม่าเริ่มเทกระจาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เดิมที “โมนิก้า” จะเม้าท์ถึงสภาพของตลาดหุ้นไทยเป็นหลัก แต่ทันทีที่มี “เขมร”เปิดฉากยิ่งใส่ “ไทย”แบบไม่ยั้ง ก็ทำให้อีฉันเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง เพราะฝั่งไทยมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายราย และยังมีพลเรือนได้รับบาดเจ็บอีกด้วย อีฉันเลยเห็นด้วยกับฝ่ายทหารไทยที่ระดมยิงถล่มเพื่อเป็นการตอบโต้ เพราะวันนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษกับฝั่งโจรสันดานหยาบอีกต่อไป หลังของมันเห็นกันชัด ๆ ว่า เป็นพวกหมาลอบกัดไงล่ะคะ

ที่น่าสมเพชสุดก็คือ ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยดันมีอาการอ่อนปวกเปียกให้เห็นบ่อยครั้ง และไม่ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อทำให้เขมรเกรงกลัวแม้แต่นิดเดียว ผู้คนมากมายเลยสงสัยว่า เป็นเพราะ “สทร.”หวาดกลัว “ฮุน เซน” จะออกมาแฉคลิปลับอีกหรือเปล่า? จึงไม่กล้าสั่งการให้ลูกกระจ๊อกลุยสุดซอย( เพิ่งจะมาโพสต์เห็นด้วยกับการเอาคืนเขมร) จึงทำให้รัฐบาลเพื่อไทยตกอยู่ในสภาพที่ดูแย่ลงไปอีก เพราะทำอะไรล่าช้าไปหมด (ก.ต่างประเทศทำงานห่วยมาก) นะซี

ส่วนบรรยากาศตลาดหุ้นไทยก็ไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจเหมือนในช่วงที่ดัชนีพุ่งขึ้นแรง เพราะเริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นระลอก ดัชนีเลยทรุดลงมาปิดที่ระดับ 1,212.49 จุด ลบไป 7.13 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.68 หมื่นล้านบาท พร้อมกับแสดงยอดขายของแมงเม่าเมื่อวันพุธจำนวน 5.45 พันล้าน ส่วนวันพฤหัสฯ ก็จัดไปอีก 764 ล้านรวมยอดขายเดือน ก.ค. อยู่ที่ระดับ 1.61 หมื่นล้านบาทแบบนี้..ขายกันฉ่ำเลยนะคะ

สำหรับรายที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบแบบเต็ม ๆ คงต้องมองไปที่หุ้น CBG เพราะมีรายได้จากฝั่งเขมรสูงถึง 13% และผลกระทบดังกล่าวเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ไตรมาส 2ปีนี้ และในครึ่งปีหลังจะกระทบมากขึ้นในไตรมาส 3ซึ่งรวมถึงการเลื่อนเปิดโรงงานในเขมรปี 69ออกไปไม่มีกำหนดแบบนี้ มันทำให้ราคาหุ้นซึมยาวอย่างเลี่ยงไม่ได้ และทำให้การยืนปิดที่52.25 บาท ลบไป 5.25 บาท หรือลงไป 9.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 729 ล้านบาท ไม่ใช่จุดรับของค่ะ

อีกรายที่น่าจะโดนหนักไม่แพ้กัน “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น SAV ซึ่งทำธุรกิจควบคุมการจราจรทางอากาศทั่วน่านฟ้าประเทศกัมพูชาเพียงผู้เดียวแบบนี้ มันเป็นสถานการณ์ที่บีบให้นักลงทุนต้องขายหุ้นทิ้ง เพราะธุรกิจสายการบินได้รับผลกระทบจากเรื่องสงครามเต็ม ๆ วานนี้ถึงเห็นหุ้นรูดลงมาปิดที่ระดับ 11.60 บาท ลบไป 1.10 บาท หรือลงไป 8.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 52 ล้านบาทเจ้าค่ะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น BH เพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบจากคนไข้ต่างชาติลดลงไม่ทันไร ล่าสุดมาเจอผลกระทบสงครามเขมรเข้าไปอีกดอก อีฉันเลยสงสัยว่า ราคาหุ้นจะขยับขึ้นไปได้อย่างไร? และการยืนปิดของหุ้นที่ระดับ 146.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 1% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย599 ล้านบาท มันคือการแสดงถึงความกังวลที่มีต่อกำไรลดได้จางหายไปแล้วใช่ไหม?..ใครรู้ช่วยตอบหน่อยค่ะ

ส่วนรายที่รับรู้ผลกระทบจากเขมรหมดแล้วอย่างหุ้น OR ก็ยืนต้านแรงขายได้อย่างเหนียวแน่น “โมนิก้า” ถึงไม่วอรี่เมื่อเห็นราคาหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 13 บาท ลบไป0.30 บาท หรือลงไป2.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย236 ล้านบาท เพราะผลงานโดยรวมยังทำได้ดี แถมกำไรไตรมาส 1 ได้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน จึงทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ระดับ 16 บาทแบบนี้..น่าเล่นไหมเอ่ย?

ตบท้ายด้วยเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นกับหุ้น JTS กันดีกว่า เพราะในช่วงที่ผ่านมาราคาบิตคอยน์ก็ทรงตัวอยู่ในระดับสูงแต่กลับไม่ช่วยให้ราคาหุ้นตัวนี้กระเตื้องขึ้นเลย “โมนิก้า” เลยอยากรู้ว่าเป็นเพราะเหตุอะไร? ผนวกกับการลงมายืนปิดที่ระดับ 32.25 บาท ลบไป2.75 บาท หรือลงไป7.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย81 ล้านบาท มันเป็นฐานเก่าที่หุ้นย่ำมานาน และยังเป็นจุดเด้งที่ทำให้หุ้นขึ้นไปแถว 40 บาท จึงทำให้เดี๊ยนสนใจมากเป็นพิเศษเจ้าค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...