โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เผย 5 เทรนด์ผู้บริโภค ดันตลาดเสริมอาหารไทยแข่งเวทีโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 20.15 น.

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ – ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า “อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์” เตรียมจัดงาน ‘Vitafoods Asia 2025’ เป็นปีที่ 4 ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568 บริเวณชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เพื่อแสดงถึงความสำคัญของตลาดเสริมอาหารไทย และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยรวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม ที่จะผลักดันธุรกิจ ช่วยกันยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันไปสู่เวทีโลก

โดยตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงผลักดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการป้องกันโรคมากขึ้น โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดโรค เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน

สอดคล้องกับข้อมูลจากบริษัทวิจัยเอกชน Market Minds Advisory คาดว่าตลาดเสริมอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าราว 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 1.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2577 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 8%

ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทย ก็มีทิศทางการเติบโตสอดรับกัน ในปี 2567 สร้างรายได้กว่า 133.6 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 179.9 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 5.1% ตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2573 (ข้อมูลจาก Grand View Research)

"ตลาดอาหารเสริมอาหารในภูมิภาคเอเชีย มีจีนและอินเดียถือครองส่วนแบ่งมากกว่า 50% ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา ซึ่งประเทศไทยมีอัตราเติบโตของตลาดค่อนข้างสูง จากปัจจัยสำคัญคือการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)"

ทั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ ครอบคลุมทั้งอาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเทคโนโลยีโภชนาการ มีโอกาสขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

และจากผลการศึกษาในเอเชีย พบว่ามี 5 เทรนด์ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจและมีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สูง ได้แก่

  • Healthy Aging and Lifespan: การมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีในวัยสูงอายุ หรือ "aging gracefully"
  • Mood and Mental Health: สุขภาพจิตและอารมณ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น คดีกราดยิงที่เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิต
  • Weight and Blood Sugar Management: การจัดการน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคอันดับต้นๆ ในประเทศไทย รองจากมะเร็ง
  • Eyes Health: สุขภาพดวงตา เนื่องจากการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Laptop, โทรศัพท์) ที่ส่งผลต่อการมองเห็น
  • Microbiome : สุขภาพระบบทางเดินอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้

นางสาวรุ้งเพชร กล่าวว่า การจัดงาน ‘Vitafoods Asia 2025’ ในปี 2568 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมาณ 650 ราย จาก 38 ประเทศ ผู้ประกอบการไทยประมาณ 29 บริษัท นับเป็นจุดที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาในประเทศมากขึ้น

ทั้งยังเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเสริมอาหาร ตั้งแต่วัตถุดิบส่วนผสม การพัฒนา ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมจำหน่าย การบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงผู้รับจ้างผลิต (OEM/ ODM) คาดว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมงานมากกว่า 13,000 ราย ทั่วโลก

"วัตถุประสงค์ของงานก็เพื่อส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย มุ่งหวังให้ผู้ผลิต ผู้ซื้อสารสกัด ร้านขายยา หรือร้านค้าปลีกที่ต้องการลงทุนในสินค้าสำเร็จรูป (finished product) ได้มาพบปะและจับคู่ธุรกิจ ซึ่งเป็นอกาสที่ดีสำหรับตลาดอาหารเสริมไทย นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์ต่างๆ รวมถึงการสัมมนามากกว่า 50 หัวข้อ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาในประเทศ"

ด้าน ศาสตราจารย์ (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ประธานกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า งาน “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ยกระดับองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยงานวิจัยวัตถุดิบของไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่ง บพข. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาด้าน Functional Ingredients และ Functional Foods สู่เป้าหมายสำคัญในการสร้างระบบนิเวศน์ที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และเป็นกลไกลสำคัญที่จะช่วยยกระดับอาหารและสมุนไพรไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน

นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า งาน “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญและมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยที่เสริมทัพ ส.อ.ท. ที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค

โดยอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพและธุรกิจเสริมอาหารในประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงการเติบโตที่แข็งแกร่ง ด้วยแรงขับเคลื่อนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น มีเทรนด์สินค้าที่หลากหลาย และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ

ดร. พัชร์ เอกปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถึงความสำคัญในการทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ผ่านงาน “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับบริษัทฯ ในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย สร้างความน่าเชื่อถือ ขยายเครือข่ายธุรกิจ และขับเคลื่อนยอดขายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการเป็นผู้นำและสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพและโภชนาการ

ด้าน Ms. Jeannie Kwa Senior HCP Marketing Manager, APAC, Representative from Kaneka Corporation กล่าวว่า อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เน้นด้านการชะลอวัย (Healthy Ageing) และการยืดอายุขัย (Longevity) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคมีความสนใจในการดูแลสุขภาพเชิงรุกและป้องกันความเสื่อมของร่างกายก่อนวัยอันควรมากขึ้น ทำให้เกิดการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาส่วนผสมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

โดยส่วนผสมสำคัญที่กำลังมาแรงและเป็นที่จับตามอง อาทิ สารเพิ่มระดับ NAD+, สารกลุ่ม Senolytics, สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง (Potent Antioxidants), วิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น วิตามินดี แมกนีเซียม โอเมก้า 3 ฯลฯ รวมถึง คอลลาเจน เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...