โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BOI เร่งผลักดัน “ฉางอาน-ไฮเซ่นส์” เข้าตลาดหุ้นไทย เปิดกว้างศูนย์กลางลงทุนระดับโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 15.55 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยในงาน “เลขาธิการ BOI พบนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน” ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า หนึ่งในแนวทางสำคัญของ BOI คือการผลักดันให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อเพิ่มความหลากหลายและศักยภาพของตลาดทุนไทย โดยล่าสุด บริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของจีนซึ่งเตรียมเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดระยอง ได้รับการเชิญชวนให้เข้าตลาดหุ้นไทย พร้อมกับบริษัทไฮเซ่นส์ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของจีนที่แสดงความสนใจในทิศทางเดียวกัน

โดยปัจจุบันบริษัทจีนหลายแห่งใช้ Financial Center ผ่านสิงคโปร์หรือฮ่องกง เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงานและการระดมทุนในตลาดต่างประเทศ ทำให้การเชิญชวนบริษัทเหล่านี้ให้มาเลือกจดทะเบียนในตลาดทุนไทยจำเป็นต้องมีการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน โดยมีตัวอย่างความสำเร็จ เช่น บมจ. เดลต้า อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) และ บมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย)

ด้าน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธาน FETCO ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยประสบปัญหาขาดซัพพลายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ การเชิญชวนให้บริษัทต่างชาติเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย จึงเป็นโอกาสในการเติมเต็มตลาดด้วยเซ็กเตอร์ศักยภาพสูง พร้อมเปิดเผยว่า FETCO เตรียมตั้งทีมงานร่วมกับ BOI เพื่อพัฒนาโปรแกรมจูงใจ เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม เพื่อแลกกับการเข้าจดทะเบียนในไทย และเดินหน้าปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดบริษัทข้ามชาติ

นายนฤตม์ เปิดเผยผลสำเร็จของการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ว่า ปี 2567 ที่ผ่านมา BOI ได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุดในประวัติการณ์ถึง 3,070 โครงการ มูลค่ากว่า 1.12 ล้านล้านบาท และในไตรมาสแรกปี 2568 มีคำขอเพิ่มขึ้น 20% คิดเป็นเงินลงทุนรวม 431,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 97% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ดิจิทัล, อิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์, ปิโตรเคมี และเกษตรแปรรูป

ขณะที่ในส่วนของการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ช่วงไตรมาส 1 ปีนี้มีมูลค่ารวม 267,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% โดยฮ่องกง ครองอันดับหนึ่ง รองลงมาคือจีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนโครงสร้าง FDI จากฝั่งตะวันตกมาสู่เอเชียที่มีบทบาทสูงขึ้นถึงกว่า 80%

ทั้งนี้ BOI ยังเดินหน้าผลักดันการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ BCG, ยานยนต์ xEV, เซมิคอนดักเตอร์, แผงวงจร PCB และดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่ได้รับการตอบรับจากค่ายรถชั้นนำอย่าง MAZDA, NISSAN, MITSUBISHI และ ISUZU ที่มีแผนใช้ไทยเป็นฐานการผลิตใหม่ ขณะเดียวกัน BOI ยังสนับสนุนการจัดตั้ง Data Center และ Cloud Service เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค

โดยนับตั้งแต่ปี 2565 ถึงไตรมาส 1 ปี 2568 BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว 7,670 โครงการ สร้างงานกว่า 510,000 ตำแหน่ง ใช้วัตถุดิบในประเทศรวม 3 ล้านล้านบาท และส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 5.8 ล้านล้านบาท

เลขาธิการ BOI ย้ำว่า ไทยยังคงเป็นพื้นที่ลงทุนปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับนักลงทุนทั่วโลก แต่ก็ต้องเร่งพัฒนาอีโคซิสเต็ม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงกฎระเบียบ การยกระดับคุณภาพชีวิตของนักลงทุน และการขยายข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อแข่งขันในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...