ส่องหุ้นนิคมฯ WHA-AMATA ไตรมาส 2/68 ผลงานยังปังไหม?
ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอน สร้างความกังวลต่อหลากหลายธุรกิจ รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมของไทยที่ถูกจับตามองว่าอาจได้รับผลกระทบด้วย แม้ตอนนี้ไทยยังอยู่ระหว่างเจรจาและยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ก็เป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามใกล้ชิดในช่วงถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 1/68 ที่ผ่านมา สองหุ้นใหญ่ในกลุ่มนิคมฯ อย่าง WHA และ AMATA ทำผลงานออกมาได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ไตรมาส 2/68 แนวโน้มจะเป็นอย่างไร ผลงานจะดีต่อเนื่องหรือไม่ Wealthy Thai ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก
สำหรับ WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 2,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักรายการพิเศษกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมูลค่า 12 ล้านบาท จะส่งผลให้กำไรปกติอยู่ที่ 2,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และตลาดคาดการณ์ที่ 41% และ 37% ตามลำดับ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากภาษีเงินได้ต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยยสำคัญจากการปรับยอดภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (Deferred Tax) และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการต่ำกว่าคาด
ทั้งนี้ กำไรปกติเพิ่มขึ้นเด่นจากไตรมาส 4/67 และ 1/67 ตามรายได้การโอนที่ดิน ซึ่งในไตรมาส 1/68 บริษัทโอนที่ดินจำนวน 843 ไร่ เพิ่มขึ้น 88% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นที่ดินโครงการ JV จำนวน 188 ไร่ โดยสิ้นไตรมาส 1/68 บริษัทมียอด Backlog จำนวน 1,538 ไร่ ทรงตัวจากไตรมาส 1/67 แต่เพิ่มขึ้น 42% จากไตรมาส 1/67 สะท้อนยอดขายที่ดินใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/68 ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า บริษัทมีการขายสินทรัพย์ให้แก่กอง WHART มูลค่า 808 ล้านบาท และคาดจะเห็นการบันทึกกำไรเข้ามาราว 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดผลประกอบการจะลดลงจากไตรมาส 1/68 และ 2/67 โดยการโอนที่ดินลดลงจากฐานสูง และลูกค้าชะลอการตัดสินใจจากความผันผวนของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ
ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรอเซ็นสัญญาซื้อขาย (MOU) 1,300 ไร่ โดยเป็นลูกค้ารายใหญ่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดราว 500 ไร่ ที่คาดจะเห็นการบันทึกยอดขายที่ดินเข้ามาช่วงไตรมาส 2-3/68
กำไรปกติในไตรมาส 1/68 คิดเป็น 46% ของประมาณการปี 2568 ของบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ 4,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน จากแนวโน้มยอดขายที่ดินครึ่งแรกปี 2568 เร่งตัวขึ้น หนุน Backlog แข็งแกร่ง และอัตรากำไรขั้นต้นการโอนที่ดินอยู่ในระดับสูง โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมสิ้นปีนี้ที่ 4.06 บาท สำหรับการถือระยะยาว
ด้าน AMATA หรือ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 829 ล้านบาท ลดลง 19% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักรายการพิเศษขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 16 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 845 ล้านบาท ลดลง 17% จากไตรมาส 4/67 และเพิ่มขึ้น 119% จากไตรมาส 1/67 สูงกว่าคาดการณ์ของบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ 340 ล้านบาท และสูงกว่าตลาด 28% จากราคาขายที่ดิน และอัตรากำไรขั้น (GPM) การโอนสูงกว่าคาด
โดยกำไรปกติที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/67 ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/67 ตามรายได้จากกลุ่มนิคมที่ 1,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการโอนที่ดินลดลงอยู่ที่ 279 ไร่ ลดลง 76% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นในไทย 266 ไร่ และเวียดนาม 13 ไร่
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/68 ฝ่ายวิเคราะห์คาดยอดขายที่ดินลดลงจากไตรมาส 2/68 จากฐานสูง และชะลอตัวจากไตรมาส 1/68 จากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุนและขยายฐานการผลิต
อย่างไรก็ตาม กำไรปกติในไตรมาส 1/68 ที่ออกมาโดดเด่น คิดเป็น 32% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2568 โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติไตรมาส 2/68 จะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า และแนวโน้มรายได้การโอนที่ดินมีความเสี่ยงจากประเด็นสงครามการค้าสหรัฐฯ จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้แบบ Conservative ที่ 2,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.90 บาท เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว