โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Microsoft ปลดพนักงาน 9,000 คนทั่วโลก ทุ่ม 8 หมื่นล้านลุย AI

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

Microsoft ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีโลก ประกาศปลดพนักงานอีกราว 4% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดทั่วโลก หรือประมาณ 9,000 คน ในความเคลื่อนไหวล่าสุดเพื่อควบคุมต้นทุน ท่ามกลางการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเร่งตัวและส่งแรงกดดันต่อกำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า การปลดพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างองค์กร โดยเน้นไปที่การลดจำนวนชั้นของผู้บริหารให้น้อยลง รวมถึงการทำให้ผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการทำงาน และบทบาทต่าง ๆ ภายในบริษัท มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าต่อจากการประกาศเลิกจ้างพนักงานไปแล้วราว 6,000 คนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ณ เดือนมิถุนายน 2024 Microsoft มีพนักงานทั่วโลกราว 228,000 คน โดยรายงานก่อนหน้านี้จากบลูมเบิร์กระบุว่า บริษัทมีแผนปลดพนักงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในแผนกขาย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอย่างต่อเนื่องในปีนี้

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนจากการลงทุนด้าน AI ที่พุ่งสูงขึ้น โดย Microsoft วางแผนจะใช้เงินลงทุนถึง 80,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 เพื่อพัฒนาและขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งในด้านศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ และระบบคลาวด์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวได้เริ่มส่งผลต่ออัตรากำไรของบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจคลาวด์ที่คาดว่าจะมีอัตรากำไรลดลงในไตรมาสเดือนมิถุนายนนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แผนกเกมของ Microsoft ก็ไม่รอดพ้นจากการปรับลดเช่นกัน โดยมีรายงานว่า King บริษัทพัฒนาเกมชื่อดังอย่าง Candy Crush ซึ่งตั้งอยู่ในบาร์เซโลนา และเป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของ Microsoft ได้ปลดพนักงาน 10% หรือราว 200 คน โดยบริษัทแม่ยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่าแผนกเกมได้รับผลกระทบบางส่วนจากการปลดพนักงานรอบล่าสุด แม้ไม่ใช่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลักของแผนกทั้งหมดก็ตาม

ไม่เพียงแต่Microsoft ที่กำลังลดขนาดองค์กรท่ามกลางกระแสลงทุน AI บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งต่างก็เผชิญกับสถานการณ์คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็น Meta บริษัทแม่ของ Facebook ที่เคยประกาศปลดพนักงานราว 5% จากกลุ่มที่มีผลการทำงานต่ำสุด หรือ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่ได้ลดพนักงานไปหลายร้อยคนในช่วงปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ Amazon ที่ได้เลิกจ้างพนักงานในหลายแผนก ทั้งหน่วยงานอุปกรณ์และบริการ รวมถึงฝ่ายสื่อสาร โดยล่าสุดได้ปลดคนในแผนกหนังสืออีกด้วย

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและต้นทุนที่เพิ่มสูงในวงกว้าง บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ กำลังเร่งเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรและลดต้นทุนเพื่อรับมือกับแรงกดดันทางการเงิน ขณะที่ยังต้องแข่งขันด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในสนาม AI ที่กำลังกลายเป็นสมรภูมิหลักของโลกธุรกิจยุคใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...