โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มัสก์ด่าเละ! สภาคองเกรสผ่านกฎหมายบ้าคลั่ง เพิ่มหนี้ 3 ล้านล้านดอลลาร์!!!

สยามรัฐ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.02 น.

เมื่อสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายลดภาษี-เพิ่มงบกลาโหมแบบเฉียดฉิว แต่กลับจุดชนวนสงครามคำโตระหว่าง ‘อีลอน มัสก์’ กับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายลดภาษีและเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมฉบับใหม่ ซึ่งกลายเป็นชนวนวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงเสียดทานจากทั้งสองพรรค และแรงต้านอย่างรุนแรงจากบุคคลทรงอิทธิพลของอเมริกาอย่าง อีลอน มัสก์ ที่ออกมาประณามว่าร่างกฎหมายนี้คือ “บ้าบอและทำลายล้าง” (insane and destructive)

ในขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันกฎหมายนี้อย่างสุดตัว โดยเรียกมันว่า “One Big, Beautiful Bill Act”

คำถามที่ชาวอเมริกันและโลกทั้งใบต้องถามคือ นี่คือกฎหมายปฏิรูปประเทศ หรือระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจที่จะแผดเผาอนาคตของคนรุ่นใหม่?

สาระสำคัญของร่างกฎหมาย: ลดภาษี-เพิ่มงบกลาโหม-เพิ่มหนี้อย่างมหาศาล

แม้ชื่อเรียกอาจฟังดูสวยหรู แต่เนื้อหาภายในของร่างกฎหมายกลับมีความย้อนแย้งรุนแรง เพราะด้านหนึ่งมีการลดภาษีนิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างกว้างขวาง แต่อีกด้านหนึ่งกลับเพิ่มงบประมาณกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ เน้นยุทโธปกรณ์ ระบบป้องกันไซเบอร์ และการขยายกองกำลัง ส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ จากระดับ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

สิ่งที่ตามมาคือคำเตือนของสำนักงานงบประมาณสภาคองเกรส (CBO) ที่ระบุว่า หากกฎหมายนี้มีผลใช้จริง จะทำให้เพดานหนี้ของสหรัฐฯ ทะลุระดับอันตราย และอาจทำให้ต้นทุนทางการเงินของประเทศสูงขึ้นในระยะยาว

แลกอนาคตคนรุ่นใหม่ ด้วยการตัดงบสวัสดิการ

เพื่อชดเชยรายได้ที่รัฐจะสูญเสียจากการลดภาษี พรรครีพับลิกันได้เสนอ “มีดผ่าตรงกลาง” ไปยังโครงการช่วยเหลือสาธารณะ ประกอบด้วย

-Medicaid: โครงการประกันสุขภาพสำหรับคนยากจน ผู้พิการ และผู้สูงอายุ

-SNAP (โครงการอาหาร) ที่ช่วยเหลือครอบครัวรายได้น้อยกว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศ

นักวิเคราะห์การคลังชั้นนำจึงชี้ว่า ร่างกฎหมายนี้คือ “การย้ายความมั่งคั่งจากล่างขึ้นบน” และเป็นการขโมยเงินจากอนาคตของคนรุ่นใหม่เพื่อป้อนเข้าสู่ยุทธศาสตร์การเมืองระยะสั้น

อีลอน มัสก์จวกแรง: “นี่คือหายนะ!”

อีลอน มัสก์ หนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเศรษฐกิจอเมริกา ออกมาทวีตผ่านแพลตฟอร์ม X อย่างเผ็ดร้อนว่า ร่างกฎหมายนี้เป็น “การทรยศต่อหลักการการคลังอย่างสิ้นเชิง” และ “บ้าบอสุดขั้ว”

เขายังประกาศว่า จะให้เงินสนับสนุนผู้สมัครอิสระหรือรีพับลิกันรุ่นใหม่ ที่กล้าออกมาต่อต้านการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาลชุดนี้ พร้อมตั้งคำถามว่า “ไหนคือสัญญาที่พวกคุณเคยพูดว่า จะลดขนาดรัฐบาล?”

ทรัมป์สวนกลับ: “มัสก์พูดมากไปแล้ว”

ไม่ปล่อยให้ถูกโจมตีฝ่ายเดียว อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ตอบโต้มัสก์ทันที โดยกล่าวหาว่า “มหาเศรษฐีอย่างมัสก์หลบเลี่ยงภาษีมาโดยตลอด” และ “ใครไม่ช่วยจ่ายเพื่อความมั่นคงของอเมริกา ไม่ควรพูดอะไรทั้งนั้น”

ทรัมป์ยังขู่จะตัดงบสนับสนุนของรัฐบาลกลางที่เคยมอบให้ Tesla และ SpaceX หากมัสก์ยังคงแทรกแซงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า “บางทีมัสก์อาจควรย้ายออกจากอเมริกา ถ้าไม่ชอบกฎหมายของเรา”

เดิมพันการเมืองของทรัมป์: รีบผ่านก่อนวันชาติ

การเร่งให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านก่อนวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติของสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทรัมป์ต้องการส่งสารไปยังฐานเสียงอนุรักษ์นิยมว่า เขายังคงเป็น “ผู้นำกล้าหาญที่คืนเงินให้ประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ”

ทว่า ข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่คือ การละทิ้งนโยบายสมดุลการคลังอย่างรุนแรง และการสร้างภาระหนี้ระยะยาวที่ไม่มีแหล่งรายได้ใหม่มารองรับในทันที

เสียงวิพากษ์“กฎหมายนี้คือกับดักประชานิยม”

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายคนชี้ว่า ร่างกฎหมายนี้คือ “ประชานิยมฉบับรีพับลิกัน” ที่ลดภาษีให้คนรวย เพิ่มงบกลาโหม แต่ตัดงบสาธารณสุขให้คนจน

และที่แย่ที่สุดคือ สร้างหนี้ในระดับ “หลุดกรอบวินัยการคลัง” ที่อาจนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตของรัฐบาลกลาง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2011

ผลสะเทือนต่อไทยและเศรษฐกิจโลก

แม้จะเป็นการเมืองภายในของสหรัฐฯ แต่โลกไม่ได้อยู่นิ่ง เพราะการที่ค่าเงินดอลลาร์อาจแข็งขึ้น ส่งผลให้เงินบาทอ่อนตัว กระทบต้นทุนการนำเข้าสินค้า นักลงทุนต่างชาติอาจหันไปถือสินทรัพย์สหรัฐฯ ทำให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญเงินไหลออก

ไทยต้องระวังแรงกระเพื่อมทางการค้า หากสหรัฐฯ กลับมาใช้ยุทธศาสตร์กีดกันการนำเข้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในของตน

บทสรุป: เมื่อเสียงของมหาเศรษฐีดังกว่ารัฐบาล

ร่างกฎหมายที่สภาคองเกรสผ่านเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ไม่ได้จบแค่เรื่องภาษีหรือกลาโหม แต่มันสะท้อนถึง “รอยร้าวทางอุดมการณ์” ที่ลึกและหนักหน่วงที่สุดในสหรัฐฯ ยุคปัจจุบัน

อีลอน มัสก์ ไม่ได้เป็นเพียงนักธุรกิจ เขากลายเป็น “เสียงของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเบื่อกับการเมืองแบบทรัมป์”

ในทางกลับกัน ทรัมป์ ใช้กฎหมายนี้เพื่อยึดฐานเสียงก่อนเลือกตั้ง แต่ก็อาจจุดไฟให้เกิด “ศึกภายใน” ในพรรครีพับลิกันเอง

และในขณะที่อเมริกากำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ในปี 2026… นี่อาจเป็นเพียง “กระสุนดอกแรก” ของสงครามความคิด ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก

#อีลอนมัสก์ #ทรัมป์ #กฎหมายลดภาษี #งบกลาโหมสหรัฐ #สภาคองเกรส #หนี้สาธารณะสหรัฐ #วิเคราะห์การเมืองโลก #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจสหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...