โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลือสนั่น “อภิมหาแผ่นดินไหว” 5 ก.ค.68 จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่? คำทำนายมังงะทำผวาทั่วเอเชีย!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 02.30 น.
“ญี่ปุ่น” เผชิญแรงสั่นสะเทือนรอบด้าน ทั้งจากธรรมชาติและความเชื่อ ทำให้ความกังวลเรื่องภัยพิบัติเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากกระแสข่าวลือเกี่ยวกับ “อภิมหาแผ่นดินไหว” ในวันที่ 5 ก.ค.68 ที่มีต้นตอมาจากมังงะ กำลังแพร่สะพัดในหมู่นักท่องเที่ยว จนนำไปสู่การยกเลิกเที่ยวบินและยอดนักท่องเที่ยวที่ลดฮวบ ในขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวถี่ผิดปกติบริเวณ “หมู่เกาะโทคาระ” และการปะทุของ “ภูเขาไฟชินโมเอะดาเกะ” ที่ทำให้บรรยากาศของประเทศ กลับตึงเครียดขึ้นในสายตาชาวโลกอีกครั้ง

ในช่วงกลางปี 2568 นี้ ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่ซับซ้อน ทั้งจากธรรมชาติและแรงกดดันทางสังคม โดยเฉพาะจากข่าวลือเกี่ยวกับ “อภิมหาแผ่นดินไหว” ที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด

แม้ญี่ปุ่นจะทำสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยตัวเลขกว่า 3.9 ล้านคน แต่ในเดือนพฤษภาคม จำนวนกลับลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงซึ่งลดลงถึง 11% จากปีก่อน สืบเนื่องจากข่าวลือที่แพร่ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเดือนกรกฎาคม 2568

ข่าวลือเหล่านี้มีต้นตอมาจากมังงะชื่อ “The Future I Saw” โดยศิลปิน “เรียว ทัตสึกิ” ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2542 และมีการพาดพิงถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอดีตอย่างแม่นยำ เช่น แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2554 จนทำให้หลายคนเชื่อว่าเนื้อหาในเล่มล่าสุดเป็นการทำนายแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568

แม้ผู้เขียนจะออกมาแถลงว่าเธอไม่ใช่ผู้พยากรณ์ แต่กระแสความเชื่อกลับยังคงแรง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวฮ่องกงที่มีความเชื่อเรื่องโชคลางสูง บริษัททัวร์รายใหญ่ เช่น EGL Tours ยืนยันว่าจำนวนผู้จองทริปญี่ปุ่นลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้สายการบิน Greater Bay Airlines ต้องยกเลิกเที่ยวบินไปญี่ปุ่นหลายเที่ยว

เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติ แผนบรรเทาภัยพิบัติฉบับปรับปรุง โดยมุ่งรับมือกับแผ่นดินไหวขนาด 9 ตามแนวร่องลึกนันไก (Nankai Trough) ซึ่งนักวิชาการเตือนว่ามีโอกาสเกิดสูงถึง 70–80% ภายใน 30 ปีข้างหน้า แผนใหม่นี้มีเป้าหมายชัดเจน คือลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง 80% และลดความเสียหายต่ออาคารลง 50% ภายใน 10 ปี

มาตรการสำคัญที่บรรจุในแผนได้แก่ การเสริมโครงสร้างอาคารในพื้นที่เสี่ยง การสร้างศูนย์อพยพต้านสึนามิ การขยายพื้นที่ส่งเสริมความพร้อมสู่ 723 เทศบาลใน 30 จังหวัด และการประเมินความเสี่ยงและซ้อมอพยพเป็นประจำภายในปีงบประมาณ 2573 นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศูนย์พักพิงให้เหมาะสมกับการใช้งานระยะยาว และรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในระดับชุมชน

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ใน “หมู่เกาะโทคาระ” ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดคาโกชิมะ ได้สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้น หลังเกิดแผ่นดินไหวมากกว่า 1,000 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 แมกนิจูด ทางการได้ประกาศให้อพยพประชาชนบนเกาะอาคุเซกิ (จำนวน 89 คน) ออกโดยสมัครใจเพื่อความปลอดภัย และแม้จะยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงหรือผู้เสียชีวิต แต่ประชาชนในพื้นที่เริ่มแสดงความกังวลอย่างชัดเจน บางคนเล่าว่าได้ยินเสียง “คำรามจากมหาสมุทร” ก่อนเกิดแผ่นดินไหวในยามค่ำคืน ซึ่งสร้างบรรยากาศชวนขนลุก ด้านสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ ได้แนะนำให้ชาวไทยที่พำนักในพื้นที่ใกล้เคียงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการญี่ปุ่น

อีกหนึ่งปัจจัยที่เสริมความวิตกคือการปะทุของภูเขาไฟ “ชินโมเอะดาเกะ” บนภูเขาคิริชิมา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดคาโงชิมาและมิยาซากิ โดยภูเขาไฟได้ปะทุอย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่า 10 วัน และปล่อยเถ้าถ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 2,800 เมตร สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) เตือนอาจมีไหลของวัสดุภูเขาไฟในรัศมี 3 กิโลเมตร ระดับเตือนภัยยังคงอยู่ที่ ระดับ 3 จาก 5 ระดับ แต่เจ้าหน้าที่เน้นว่าจำเป็นต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเร่งตัวของแม็กมาภายในภูเขาไฟ

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เผชิญกับแผ่นดินไหวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1,500 ครั้งต่อปี และตั้งอยู่ใน "วงแหวนไฟแปซิฟิก" (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น แต่ประสบการณ์และความพร้อมทางเทคโนโลยีทำให้ญี่ปุ่นมีระบบรับมือที่แข็งแกร่งที่สุดประเทศหนึ่ง

ในภาวะที่ข่าวลือและความกลัวกระจายอย่างรวดเร็ว การสื่อสารที่ชัดเจน การเตรียมพร้อมอย่างจริงจัง และความร่วมมือของประชาชนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความสูญเสีย และรักษาความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อประเทศญี่ปุ่นได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...