หุ้นไทยวันนี้ แกว่งไซด์เวย์อัพในกรอบ 1,090-1,115 จุด รับความคาดหวังเฟดลดดอกเบี้ยหลังGDP สหรัฐต่ำคาด
หุ้นไทยวันนี้ 27 มิ.ย. นักวิเคราะห์คาดแกว่งไซด์เวย์อัพในกรอบ 1,090-1,115 จุด ตาม Sentimnet ตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นเอเชียที่เช้านี้ปรับขึ้นตาม แม้จีดีพีสหรัฐไตรมาสแรกจะออกมาหดตัวมากกว่าคาด แต่ตลาดคาดจะเห็นเฟดลดดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่
27 มิถุนายน 2568บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดพักตัวหลังจากขึ้นต่อเนื่อง มีแนวต้านที่ 1,115/1,120 ส่วนการอ่อนตัวลงมีแนวรับที่ 1,095/1,085 และการลงหลุดต่ำกว่า 1,085 จะเปิดความเสี่ยงของการปรับตัวลงรอบใหม่ ปัจจัยในประเทศ ตลาดติดตามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา รวมถึงเสถียรภาพรัฐบาล และโค้งสุดท้ายของการสลับเปลี่ยน LTF มากองทุน ThaiESGX ที่ใกล้จะสิ้นสุดลงมีโอกาสหนุนตลาดได้น้อยลง
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนต่อ หลังเผชิญปัจจัยลบทั้งภายนอกและภายในประเทศ ปัจจัยภายนอกติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง, ข้อตกลงการค้าเพิ่มเติมและการการแจ้งอัตราภาษีแบบฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ต่อประเทศคู่ค้าอื่นๆ ส่วนปัจจัยภายในติดตามความไม่แน่นอนทางการเมืองและปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
อย่างไรก็ดีเราประเมิน SET ที่บริเวณต่ำกว่า 1,100 จุด คิดเป็น PER ปี 2568 ต่ำกว่า 12 เท่า ยังเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แต่เป็นลักษณะของการทยอยสะสม กลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายวีรวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์อัพ แต่อยู่ในกรอบจำกัด ซึ่งรับ Sentiment บวกจากตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ แม้ว่าจีดีพีสหรัฐไตรมาส 1/68 จะออกมาหดตัวมากกว่าที่ตลาดคาด แต่ตลาดก็ให้น้ำหนักว่าจะเห็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยลงได้ ทำให้เป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ที่เปิดมาก็ปรับตัวขึ้นตาม
อย่างไรก็ตาม ในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหลังจากที่รัฐบาลผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งตลาดรับรู้ไปแล้ว ขณะที่ในสัปดาห์หน้ายังต้องลุ้นกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับคำร้องเกี่ยวกับคลิปสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมให้แนวต้าน 1,110-1,115 จุด แนวรับ 1,100-1,105 จุด
บล.พาย ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,090 – 1,115 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะสั้นอาจเลือกแบ่งทำกำไรบางส่วนจากการที่ดัชนีปรับขึ้นมาแต่อย่างไรก็ตามหากปรับฐานยังมองเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะกลางจาก Valuation ที่น่าสนใจ เน้นที่หุ้นขนาดใหญ่ อาทิ ศูนย์การค้า (CPN) ค้าปลีก (CPALL CRC CPAXT) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) การเงิน (SAWAD TIDLOR) ท่องเที่ยว (CENTEL MINT)