โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

VPO ถอยทัพ! ยุติขอสัมปทานป่า 10 ปี เหตุลงทุนสูง-เสี่ยงไม่คุ้มค่า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 07.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO แจ้งตลาดหลักทรัพยแห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 3/25666 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ได้พิจารณาอย่างรอบคอบคอบและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุติการดำเนินการเพื่อขอสัมปทานใหม่ ในการใช้พื้นที่บำสงวนเดิมของบริษัทฯตามที่เป็นข่าวต่อเนื่องมา ซึ่งในขณะนี้ขั้นตอนอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด โดยบริษัทฯจะดำเนินการแจ้งให้กรมป่าไม้ และกระทรวงทรัพยากรธธธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้บริษัท วิจิตรภัณฑ์สวนปาล์ม จำกัด หรือ VPO (บริษัทย่อย) จะดำเนินการในแนวทางเดียวกัน

สำหรับการดำเนินการขอสัมปทานพื้นที่ป่าสงวนของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) นั้น บริษัทได้ลำดับเหตุการณ์และเหตุผลที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาไว้ดังนี้

บริษัทเริ่มกระบวนการตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2557 โดยได้ยื่นคำขอสัมปทานใหม่ในพื้นที่ตำบลป่าสลุย และตำบลป่ารับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ต่อมาการเช่าสัมปทานพื้นที่เดิมสิ้นสุดลงในวันที่ 17 ตุลาคม 2558

เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าในกระบวนการอนุมัติ บริษัทฯ จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559 ในประเด็นการดำเนินการล่าช้าของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาขอสัมปทานใหม่

ต่อมาในวันที่ 17 มิถุนายน 2559 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว อนุญาตให้บริษัทสามารถเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เดิมได้เป็นการชั่วคราว และในวันที่ 25 มีนาคม 2564 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้เสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 กรมป่าไม้ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ทำให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งจนถึงปัจจุบันปัจจุบัน เรื่องอยู่ในศาลปกครองสูงสุด

จากลำดับเหตุการณ์ (Time line) ข้างต้น จะเห็นได้ว่าระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานี้ บริษัทฯยัง มิได้รับสัมปทานการเช่าที่ป่าจากกรมป่าไม้แต่อย่างใด เป็นเพียงบริษัทฯได้รับสิทธิการเข้าทำประโยชน์ ในเขตสัมปทานให้เข้าไปดูแลอยู่ในพื้นที่ตามคำสั่งศาลปกครองกลางคุ้มครองชั่วคราว โดยบริษัทฯต้องชำระค่าตอบแทนให้กรมป่าไม้ตลอดมา

ซึ่งการขอสัมปทานของบริษัทก็เป็นไปได้ แต่ด้วยสถานการณ์และนโยบายของภาครัฐที่มีการเปลี่ยนในช่วงเวลา 10 ปี นี้ บริษัทฯมีความเชื่อว่าเป็นการยากที่คณะรัฐมนตรีจะให้บริษัทฯได้รับสัมปทาน แต่ถึงแม้ว่าบริษัทฯได้รับสัมปทาน บริษัทฯก็ต้องดำเนินการลงทุนปลูกสวนปาล์มในพื้นที่ สัมปทานของกรมป่าไม้ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากอายุของต้นปาล์มที่มีอยู่เดิมต้องได้รับการปลูกทดแทน

ซี่งทางคณะกรรมการของบริษัทฯได้มีการคิดอย่างรอบคอบแล้วถึงการลงทุนปลูกสร้างสวนปาล์มในพื้นที่ สัมปทานของกรมป่าไม้ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนที่สูงและมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะไม่คุ้มการลงทุน

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้นคณะกรรมการของบริษัทฯจึงมีมติให้บริษัฯยุติความพยายามที่จะได้มาซึ่งสิทธิในการเช่าสัมปทานใหม่จากกรมป่าไม้ ซึ่งได้ใช้เวลามานานพอสมควรแล้ว เพราะหากได้มาก็จะเสี่ยงที่จะลงทุนไม่คุ้ม ทั้งนี้ทั้งนั้นจากการตัดสินใจข้างต้นก็จะเกิดผลกระทบเล็กน้อยในช่วงต้น แต่ก็จะเป็นผลดีกับบริษัทในระยะยาว

อนึ่งโรงงานที่บริษัทฯมีอยู่ก็สามารถซื้อผลปาล์มกับเกษตรกรทั่วไปได้ในทั่วจังหวัดชุมพร โดยรับซื้อจากอำเภอท่าแซะในปริมาณกว่าร้อยละ 80 และสัดส่วนที่เหลือสามารถซื้อได้ในอำาเภอใกล้เคียง โดยไม่ต้องพึ่งผลปาล์มที่ได้มาจากในเขตสัมปทาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...