โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ข้อตกลงหยุดยิงละเมิดได้หรือไม่? แล้วจะกลับมายิงกันอีกได้หรือเปล่า?

The Better

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 00.11 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 11.20 น. • THE BETTER

1. การหยุดยิง หรือ Ceasefire เรียกอีกอย่างว่า การสงบศึกหรือพักรบ (Truce) คือการยุติสงครามซึ่งแต่ละฝ่ายตกลงกันที่จะระงับการรุกราน โดยมักจะเกิดจากการไกล่เกลี่ยโดยบุคคลที่สาม การหยุดยิงอาจเกิดขึ้นผ่านการไกล่เกลี่ยหรือโดยวิธีอื่นใด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพ หรือถูกกำหนดโดยมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านบทที่ 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

2. การหยุดยิงอาจเป็นการหยุดชั่วคราวโดยมีกำหนดวันสิ้นสุด หรืออาจกำหนดให้มีระยะเวลาไม่มีกำหนด เป้าหมายเร่งด่วนของการหยุดยิงคือการยุติความรุนแรง แต่วัตถุประสงค์พื้นฐานของการหยุดยิงนั้นแตกต่างกันไป การหยุดยิงอาจมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการระยะสั้นที่จำกัด (เช่น การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม) จัดการความขัดแย้งเพื่อลดความรุนแรง หรือส่งเสริมความพยายามในการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ

3. อย่างไรก็ตาม ฝ่ายขัดแย้งกันอาจไม่ได้มุ่งหมายให้การหยุดยิงเป็นการส่งเสริมการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติเสมอไป แต่กลับมุ่งหมายใหฝ่ายขัดแย้งฝ่ายหนึ่งได้เปรียบในความขัดแย้ง เช่น โดยการติดอาวุธและเปลี่ยนตำแหน่งกำลังพล หรือโจมตีฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ทันระวังตัว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในการต่อรอง ซึ่งอาจทำให้การหยุดยิงมีโอกาสน้อยลงยิ่งขึ้นในอนาคต

4. ข้อตกลงหยุดยิงจะยาวนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การกำหนดเขตปลอดทหาร การถอนกำลังทหารของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการรับประกันและการติดตามจากบุคคลที่สาม (เช่น กองกำลังรักษาสันติภาพ) ข้อตกลงหยุดยิงมีแนวโน้มที่จะยั่งยืนมากขึ้นเมื่อมีการลดแรงจูงใจในการโจมตี ลดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเจตนาของฝ่ายตรงข้าม และเมื่อมีการวางกลไกเพื่อป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุลุกลามไปสู่ความขัดแย้ง

5.ข้อตกลงหยุดยิงมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลได้ดีกว่าเมื่อต้นทุนของความขัดแย้งสูง และเมื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งมี "ต้นทุนผู้มีสิทธิออกเสียงทางการเมือง" (Audience cost) ที่ต่ำกว่า นั่นคือ ฝ่ายที่ขัดแย้งกันมีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับความขัดแย้งนี้และหากตกลงหยุดยิงกันจะไม่ส่งผลต่อควาามนิยมทางการเมืองภายในประเทศของแต่ละฝ่าย

6. นักวิชาการเน้นย้ำว่าการยุติสงครามมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีข้อมูลเกี่ยวกับกันและกันมากขึ้น เมื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถให้คำมั่นสัญญาที่น่าเชื่อถือได้ และเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศทำให้ผู้นำสามารถทำข้อตกลงยุติสงครามได้โดยไม่ต้องรับผลกระทบทางการเมืองภายในประเทศ ทั้งนี้ จากการประมาณการพบว่ามีการหยุดยิงอย่างน้อย 2,202 ครั้งใน 66 ประเทศในความขัดแย้งทางแพ่ง 109 ครั้งในช่วงปี 1989–2020

7. การหยุดยิงแตกต่างจากการสงบศึก (Armistice) ตรงที่ การสงบศึกเป็นการยุติสงครามอย่างเป็นทางการ ในขณะที่การหยุดยิงอาจเป็นการหยุดชั่วคราว กระนั้นก็ตาม การสงบศึก (ซึ่งเป็นข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างฝ่ายที่ทำสงครามเพื่อยุติการสู้รบ) ไม่จำเป็นต้องเป็นการสิ้นสุดสงครามเสมอไป เพราะอาจเป็นเพียงการยุติการสู้รบในขณะที่มีความพยายามเจรจาสันติภาพที่ยั่งยืน

8. ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ การสงบศึกคือข้อตกลงทางกฎหมาย (มักอยู่ในเอกสาร) ที่ยุติการสู้รบระหว่าง "ฝ่ายคู่สงคราม" ในสงครามหรือความขัดแย้ง ในอนุสัญญาเฮก ค.ศ. 1899 ได้มีการตกลงสนธิสัญญาสามฉบับและประกาศสามฉบับ อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายและประเพณีสงครามบนบกระบุว่า "หากระยะเวลา [ของการสงบศึก] ไม่แน่นอน" ฝ่ายต่างๆ สามารถกลับมาสู้รบกันใหม่ได้ (มาตรา 36) ตามที่ตนต้องการ แต่ต้องมีการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสม

9. อย่างไรก็ตาม เมื่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายกล่าวโดยพฤตินัยว่า “ข้อตกลงสงบศึกนี้ยุติการสู้รบโดยสมบูรณ์” โดยไม่มีวันสิ้นสุดของข้อตกลงสงบศึก ระยะเวลาของการสงบศึกจะถูกกำหนดไว้ในความหมายที่ว่าไม่อนุญาตให้มีการกลับมาสู้รบอีกไม่ว่าเมื่อใด ตัวอย่างเช่น ข้อตกลงสงบศึกสงครามเกาหลีเรียกร้องให้มี “การหยุดยิงและการสงบศึก” และมี “วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งข้อตกลงสงบศึกที่จะรับประกันการยุติการสู้รบและการใช้กำลังทหารทั้งหมดในเกาหลีอย่างสมบูรณ์จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงโดยสันติในที่สุด”

ทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by MOHD RASFAN / POOL / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...