โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

6 หุ้น “ท่องเที่ยว” วิ่งรับ “ททท.” ชงของบ 1.3 หมื่นล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 08.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (5 มิ.ย.68) ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และการบินปรับตัวขึ้นรับข่าว ททท. เตรียมของบวงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยว โดย ณ เวลา 15:20 น. ราคาหุ้น บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW อยู่ที่ระดับ 2.18 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 6.86% สูงสุดที่ระดับ 2.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.06 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 59.93 ล้านบาท

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV อยู่ที่ระดับ 1.21บาท บวก 0.05 บาท หรือ 4.31% สูงสุดที่ระดับ 1.22 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.16 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64.05 ล้านบาท

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL อยู่ที่ระดับ 23.40 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 4.00% สูงสุดที่ระดับ 23.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 22.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 164.91ล้านบาท

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA อยู่ที่ระดับ 13.80 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.99% สูงสุดที่ระดับ 14.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 50.55 ล้านบาท

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR อยู่ที่ระดับ 1.54บาท บวก 0.03 บาท หรือ 1.99% สูงสุดที่ระดับ 1.55 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.52 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.20 ล้านบาท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT อยู่ที่ระดับ 25.25 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 1.00% สูงสุดที่ระดับ 25.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 24.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 97.10 ล้านบาท

โดยวันนี้ 5 มิ.ย.68 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีการพิจารณาการจัดสรรงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย รวมทั้งสิ้น 184 โครงการ วงเงิน 13,381 ล้านบาท

บล.ธนชาต ระบุว่า กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอของบ 1.33 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยรอการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า 10 มิ.ย. 68 ซึ่งในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเสนอของบไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท โดยกระจายไปยัง 3 โครงการหลัก

1.การท่องเที่ยวในประเทศ (โครงการเที่ยวคนละครึ่ง) 1.7 พันล้านบาท

2.โครงการสนับสนุนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ 800 ล้านบาท

3.โครงการกระตุ้นเครื่องบินเช่นเหมาลำและเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ 750 ล้านบาท

โดย ททท. คาดสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจราว 8.7-9 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้มองเป็น "บวก" ต่อกลุ่มโรงแรม คาดช่วยหนุนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในครึ่งปีหลัง แนะนำ "ซื้อ" MINT (Top pick) CENTEL และ ERW

ขณะที่ บล.กสิกรไทย ระบุว่า กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 26 พ.ค.-1 มิ.ย.ที่ 575,136 คน เพิ่มขึ้น 24.1% เมื่อเทียบระหว่างสัปดาห์ ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 24.4% เมื่อเทียบระหว่างสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เรามีมุมมองระมัดระวังต่อกลุ่มท่องเที่ยวมากขึ้น หุ้นเด่นของเรายังคงเป็น BA CENTEL และ SHR

ด้าน บล.ดาโอ ระบุว่าในบทวิเคราะห์หุ้น CENTEL แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 29.00 บาท มองว่าไตรมาส 2/68 รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักต่อคืน (RevPAR) โตเพียง 1% โดย มีดูไบเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้าและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อนหน้า ช่วยสนับสนุนผลงาน

ส่วนประเทศไทยยังโตได้ 2% จากปีก่อนหน้าเพราะได้รับแรงหนุนจากโรงแรมที่พัทยากลับมาเปิดให้บริการ หลังจากปิดซ่อมเมื่อปีก่อน ขณะที่ มัลดีฟท์การเติบโตลดลง 46% จากปีก่อนหน้าซึ่งยังหดตัวต่อเนื่อง โดยพยายามรักษาอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ให้ทรงตัวจากปีก่อนหน้า

ส่วนยอด Booking เริ่มเห็นฟื้นตัวได้บ้าง โดยเดือน มิ.ย.68 เริ่มทรงตัวเมื่อเทียบระหว่างเดือน แต่เดือน ก.ค.- ส.ค.68 เริ่มกลับมาเป็นบวกได้เป็น High-single digit ด้านการเติบโตของสาขาเดิม (SSSG) มีการปรับตัวลดลง 2% จากปีก่อนหน้า จากเดือน เม.ย.68 ที่ เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อนหน้า และจากไตรมาส 1/68 ที่ เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อนหน้า

ฝ่ายนักวิเคราะห์มองเป็นลบเล็กน้อยจากตัวเลข RevPAR และ SSSG ที่น้อยกว่าคาดเล็กน้อย และไม่สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ขึ้นมาราว +15% ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดย RevPAR โตได้เพียง 1% จากปีก่อนหน้า จากญี่ปุ่น, ดูไบ และไทยที่ยังโตจากปีก่อนหน้า ได้ โดยในไทย ต่างจังหวัดโตได้ดีกว่า กทม. แต่มัลดีฟส์ยังหดตัวลงอย่างหนัก

แต่อย่างไรก็ดี ยอด Booking เริ่มเห็นการฟื้นตัวได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวอินเดีย, Middle East และรัสเซีย ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังฟื้นตัวได้ไม่มากนัก โดยเราคาดว่านักท่องเที่ยวจีนน่าจะเห็นการฟื้นตัวได้อย่างแท้จริงในช่วงไตรมาส 4/68 มากกว่า เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวจีนจะใช้เวลาในการกลับมาราว 6 เดือน

ด้าน SSSG เริ่มเห็นการหดตัวลง 2% จากปีก่อนหน้า ซึ่งยังคงต้องติดตามกำลังซื้อที่มีความเสี่ยงจะลดลงได้อีก ทำให้เราคาดกำไรปกติปี 68 อาจจะเห็นการปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า (เดิมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น) แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน จากการเข้าสู่ช่วง Low season ของไทยและมัลดีฟส์

อย่างไรก็ดี ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 68 อยู่ที่ 1.67 พันล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อนหน้า ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง ขณะที่เราคาดหวังกำไรจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงไตรมาส 4/68

ทั้งนี้แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 29.00 บาท ขณะที่มีความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่จะฟื้นตัวช้ากว่าคาด และจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาน้อยกว่าที่คาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...