โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทันภัย Quishing หลอกสแกน QR ปลอม ดูดข้อมูล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น.

การหลอกลวงผ่าน QR Code หรือที่เรียกว่า Quishing กำลังกลายเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มสูงมากขึ้น โดยมักแฝงมาด้วยรหัส QR ที่มุ่งหวังให้เหยื่อถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์ปลอม ดาวน์โหลดมัลแวร์ หรือถูกขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลทางการเงิน

การชำระเงินผ่าน QR Code ในประเทศไทย ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดี โดยมักถูกนำมาใช้ในการชำระเงินข้ามพรมแดน เนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และเหมาะกับนักเดินทาง ที่สามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านระบบ MyPrompt QR ขณะเดินทาง

อย่างไรก็ตามการหลอกลวงผ่าน QR Code หรือที่เรียกว่า Quishing กำลังกลายเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มสูงมากขึ้น โดยมักแฝงมาด้วยรหัส QR ที่มุ่งหวังให้เหยื่อถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์ปลอม ดาวน์โหลดมัลแวร์ หรือถูกขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลทางการเงิน

ณัฐวิชช์ ว่องสิทธิโรจน์ Regional technical head, ManageEngine ให้ข้อมูลกับ การเงินธนาคาร ว่า เทคนิคการหลอกลวงโดยใช้ QR Code หรือ Quishing นั้นมีหลายรูปแบบ แต่โดยหลักแล้วมักจะมีอยู่ 6 แบบคือ

  • ใช้ QR Code ปลอมที่ดูเหมือนมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้: มิจฉาชีพมักสร้าง QR Code ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ แล้วนำไปติดไว้บนป้ายโฆษณา โปสเตอร์ หรือในอีเมลที่เลียนแบบองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานรัฐ บริษัทขนส่ง หรือธนาคาร เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อสแกนโดยไม่เอะใจ
  • การดัดแปลง QR Code ในที่สาธารณะ: แฮกเกอร์อาจแอบเปลี่ยนหรือปิดทับ QR Code ของจริงที่ใช้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น จุดชำระเงิน หรือเมนูอาหารในร้านอาหาร เพื่อเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ฟิชชิ่งที่ออกแบบมาเพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน
  • การใช้จิตวิทยาและข้อความเร่งด่วนเพื่อหลอกลวง (Social Engineering): ฟิชเชอร์มักอาศัยเทคนิคด้านจิตวิทยา โดยสร้างข้อความที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้น หรือความเร่งด่วน เพื่อจูงใจให้เหยื่อสแกน QR Code อันตรายโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง ตัวอย่างเช่น การชักชวนด้วยข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด หรือของรางวัล มิจฉาชีพยังใช้เทคนิคสร้างความกลัว เช่น การแจ้งหนี้ปลอมที่ค้างชำระ การขอให้ยืนยันบัญชีโดยด่วน หรือการเตือนด้านความปลอดภัย เพื่อหลอกให้เหยื่อตื่นตกใจและรีบดำเนินการทันที โดยไม่ทันได้ตรวจสอบหรือไตร่ตรองตามปกติ
  • อีเมลและข้อความฟิชชิ่งที่ฝัง QR Code: ผู้โจมตีมักแนบ QR Code ลงในอีเมล ข้อความ หรือแม้แต่การสื่อสารในเชิงธุรกิจแทนการใช้ลิงก์ฟิชชิ่งแบบเดิม พร้อมกับข้อความที่กระตุ้นให้ผู้รับสแกน เช่น เพื่อ "เข้าสู่ระบบอย่างปลอดภัย" ติดตามพัสดุ หรือรับสิทธิ์รางวัลพิเศษ
  • QR Code อันตรายบนสื่อสิ่งพิมพ์: มิจฉาชีพอาจแจกใบปลิว โบรชัวร์ หรือแม้แต่นามบัตรที่ฝัง QR Code ซึ่งเชื่อมไปยังเว็บไซต์อันตราย โดยมักแฝงมาในรูปแบบของแบบสอบถาม ลงทะเบียนร่วมงาน หรือโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อหลอกล่อให้ผู้ใช้สแกนโดยไม่สงสัย
  • โฆษณาออนไลน์และเว็บไซต์ปลอมที่แฝง QR Code: แฮกเกอร์บางรายฝัง QR Code ลงในป๊อปอัปหรือโฆษณาดิจิทัลบนเว็บไซต์ที่ถูกแฮก โดยล่อให้ผู้ใช้คลิกหรือสแกนเพื่อเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ หรือรับของฟรี ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นการนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ฟิชชิ่งหรือเว็บไซต์ที่มีมัลแวร์

ณัฐวิชช์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ปัจจุบันธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งได้ออกมาเตือนว่า การหลอกลวงผ่าน QR Code หรือที่เรียกว่า Quishing กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถหลอกล่อให้ลูกค้าเปิดเผยข้อมูลทางการเงินได้อย่างแนบเนียน การหลอกลวงลักษณะนี้แพร่หลายมากขึ้นหลังจากที่ QR Code ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การแสดงพาสปอร์ตวัคซีน ไปจนถึงเมนูอาหารในร้านอาหาร

“หนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจในระดับโลก เกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์เปิดปฏิบัติการฟิชชิ่งครั้งใหญ่ โดยส่งอีเมลที่ฝัง QR Code อันตรายเพื่อเจาะระบบของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงองค์กรอื่น ๆ ด้วย QR Code เมื่อพนักงานสแกน จะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลบัญชีของพนักงาน”

ผลพวงจากภัย Quishing ทำให้หลายประเทศตื่นตัวในการรับมือ ตัวอย่างเช่น ในธนาคารส่วนใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ได้วางระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับการชำระเงินผ่าน QR Code โดยผู้ใช้งานต้องเปิดแอปพลิเคชั่นชำระเงินก่อน จึงจะสามารถสแกน QR Code ได้ และจะมีขั้นตอนให้ตรวจสอบข้อมูลผู้รับเงินก่อนอนุมัติการชำระเงิน ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ผู้ใช้จะโอนเงินให้มิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัวหลังจากสแกน QR ปลอม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายของสิงคโปร์ได้กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสตรวจสอบและตัดสินใจก่อนดำเนินธุรกรรมจริง

นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยังจัดแคมเปญให้ความรู้ประชาชน เช่นโครงการ"Spot the Signs. Stop the Crimes." ที่เน้นให้ความรู้ในการสังเกตพฤติกรรมที่น่าสงสัยและหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อ โดยมีการจัดกิจกรรมในชุมชน และการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมักเป็นกลุ่มเสี่ยง

ณัฐวิชช์ ให้ข้อมูลต่อว่า สำหรับประเทศไทยนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำหนดให้ธนาคารและผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือ ต้องมีการอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยียืนยันตัวตนแบบ Biometric Authentication เช่น การสแกนใบหน้า ตัวอย่างของแนวปฏิบัตินี้ ได้แก่ การกำหนดให้ลูกค้าต้อง สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ในกรณีการเปิดบัญชีใหม่ผ่านแอปฯ หรือเมื่อต้องการทำธุรกรรมที่มีมูลค่าเกิน 50,000 บาท เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีแอบอ้างหรือใช้บัญชีผู้อื่นในการทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตามองค์กรทางการเงินควรส่งเสริมให้ลูกค้าเปิดใช้ระบบ การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (Multi-Factor Authentication – MFA) โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกรรมทางการเงิน หรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัย ขณะที่ผู้ใช้งานเองก็ควรติดตั้งแอปพลิเคชั่นด้านความปลอดภัยจากผู้พัฒนาที่เชื่อถือได้ลงในสมาร์ตโฟน เพื่อช่วยป้องกันมัลแวร์หรือภัยคุกคามที่อาจแฝงมากับลิงก์หรือ QR Code

ในส่วนของธนาคาร สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันของตนให้มี ตัวสแกน QR Code โดยเฉพาะ ที่สามารถตรวจจับและแจ้งเตือนผู้ใช้งานเมื่อมีการสแกน QR Code ที่น่าสงสัย โดยตัวสแกนสามารถวิเคราะห์ URL ที่ซ่อนอยู่ ว่ามีลักษณะเข้าข่ายฟิชชิ่งหรือเป็นเว็บไซต์ที่เคยถูกรายงานว่าเป็นอันตรายหรือไม่

นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถเพิ่มฟีเจอร์ให้ลูกค้าสามารถ ระงับการใช้งานบัญชีธนาคารหรือบัตรได้ทันที ผ่านแอป หากสงสัยว่ามีธุรกรรมผิดปกติเกิดขึ้น เพื่อจำกัดความเสียหายได้อย่างทันท่วงที

แนวทางปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่า QR Code ของตนปลอดภัย ไม่ถูกมิจฉาชีพดัดแปลงหรือปลอมแปลง

  • เปิดใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายขั้น (Multi-Factor Authentication - MFA) เพื่อเสริมความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนบุคคล
  • ระมัดระวัง QR Code ที่แนบมากับอีเมล เนื่องจากอาจเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญฟิชชิ่ง
  • ใช้ระบบกรองเว็บไซต์ (Web Filtering) ผ่านซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ เพื่อบล็อกเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงหรือเป็นอันตราย ซึ่งอาจถูกฝังไว้ใน QR Code
  • ใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์และฟิชชิ่ง แอปพลิเคชั่นประเภทนี้สามารถช่วยตรวจจับ QR Code ที่เป็นอันตรายได้ทันที พร้อมป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบอื่น ๆ
  • ติดตั้งโซลูชันความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะระบบที่สามารถวิเคราะห์ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง

ณัฐวิชช์ กล่าวว่า นอกจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันการโจมตีผ่าน QR Code แล้ว การสร้างความตระหนักรู้ (Cybersecurity Awareness) ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันภัย Quishing องค์กรควรจัดการฝึกอบรมพนักงานเป็นประจำ เพื่อให้รู้เท่าทันเทคนิคใหม่ ๆ ของมิจฉาชีพ เช่น

  • วิธีสังเกต QR Code ที่ถูกดัดแปลงหรือปลอมแปลง
  • แนวทางการตรวจสอบความถูกต้องก่อนการสแกน
  • การระมัดระวังที่จะไม่สแกน QR Code จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น ในอีเมล ข้อความ เว็บไซต์ หรือโปสเตอร์ที่ไม่มีที่มาชัดเจน

มิจฉาชีพไซเบอร์มักพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ที่มองไม่เห็นและคาดไม่ถึง ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถป้องกันภัยคุกคามนี้ได้ด้วยการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับโลกไซเบอร์และดิจิทัลที่บริโภคควรถูกอัปเดตอยู่เสมอ โดยควรมีรายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มด้านความปลอดภัยไซเบอร์ล่าสุดและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด พร้อมทั้งรักษาความเข้าใจอย่างรอบด้านเกี่ยวกับเหตุการณ์การหลอกลวงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...