โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยขอถอย–กัมพูชาไม่ตอบรับ ตรึงทหารแน่นชายแดนช่องบก ขนอาวุธหนักเครื่องยิงจรวดเข้าหาไทย

The Better

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.56 น. • THE BETTER
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด หลังกัมพูชาปฏิเสธคำขอถอนกำลังจากพื้นที่ช่องบก ซ้ำเสริมทัพอาวุธหนักครบมือกว่า 12,000 นาย พร้อมหันกระบอกปืนจ่อฝั่งไทย

เพจเฟซบุ๊ก "กระทรวงกลาโหมกัมพูชา" โพสต์เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับกรณีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ได้หารือกับ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา

โดยกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า จากการพูดคุยกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะลดความตึงเครียด โดยรักษาการสื่อสาร ความเข้าใจ และการเจรจาอย่างสันติต่อไปในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะทางทหารระหว่างกัมพูชากับไทย

อย่างไรก็ตาม "ในส่วนของคำขอของฝ่ายไทย ให้กัมพูชาถอนทหารออกจากจุดที่ตั้งในพื้นที่มอมเตย (ช่องบก) ซึ่งเกิดการสู้รบเมื่อวันที่ 28 พ.ค. นั้น ฝ่ายกัมพูชาขอปฏิเสธที่จะทำตามคำขอดังกล่าว"

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา บอกอีกว่า เนื่องจากจุดที่ตั้งดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ซึ่งได้ประจำการอย่างถาวรมาตั้งแต่ต้น ฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถถอนทหารออกจากจุดที่ตั้งที่กองทัพกัมพูชาประจำการมาเป็นเวลานานและอยู่ในเขตอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาได้

ตราบใดที่ฝ่ายไทยยังคงใช้แผนที่และมาตราส่วนที่แตกต่างกัน เราจะไม่สามารถหาจุดกึ่งกลางในการรักษาเสถียรภาพชายแดนได้ ฝ่ายกัมพูชายังคงยึดมั่นที่จะเคารพบันทึกความเข้าใจปี 2543 (MOU 2543) เช่นเดียวกับที่เคยทำมาในอดีต

ดังนั้น ฝ่ายกัมพูชาจึงได้ตัดสินใจเตรียมการเพื่อส่งพื้นที่พิพาททั้ง 4 แห่ง คือ มอมเตย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโตช และปราสาทตาควาย ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในกรุงเฮก เพื่อยุติข้อพิพาทและกำหนดเขตแดนที่ชัดเจน กัมพูชาตั้งใจที่จะยอมรับเฉพาะสันติภาพ เสถียรภาพ และผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

ในเรื่องนี้ ฝ่ายไทยยังแสดงความเคารพต่อสิทธิของกัมพูชาในการยื่นประเด็นทั้ง 4 พื้นที่ดังกล่าวต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นอกจากนี้ เรายังตกลงที่จะดำเนินกลไกการเจรจาต่อไปในการประชุม GBC/JBC/RBC ในประเด็นอื่น ๆ ในอนาคต

เขมรขนทหารตรึงช่องบก กว่าหมื่นสองพันนาย
รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงพื้นที่ชายแดนไทย -กัมพูชาบริเวณช่องบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังมีการเคลื่อนกำลังทหาร อาวุธหนัก เข้าพื้นที่ต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดกรณีแม่บ้านทหารกัมพูชาทำกิจกรรมบนปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จนมีการปะทะคารมระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา

ต่อมากัมพูชาเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่พร้อมนำอาวุธเข้ามาประจำการต่อเนื่องโดยมีกำลังพลประมาณกว่า 10,000 นาย แต่หลังเกิดเหตุปะทะช่องบก และทหารกัมพูชาได้เสียชีวิต ทางกัมพูชาได้เพิ่มกำลังทหารเข้ามาเสริมอีกกว่า 3,000 นาย ทำให้มีทหารกัมพูชา ที่อยู่ในพื้นที่เกือบ ช่องบก กระจายอยู่ในพื้นที่ เนิน 745 เนิน 641 และตรง พื้นที่ มอมเบย์ (ศาลาตรีมุข) จำนวน 12,000 นาย

โดยกำลังทหารกัมพูชา ได้นำอาวุธหนักตั้งเต็มพื้นที่ชายแดน กัมพูชาเช่นกัน พร้อมหันปลายกระบอกปืนมายังฝ่ายไทย โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เครื่องยิงจรวด4ลำกล้องติดตั้งบนรถบรรทุก 6 ล้อ และรถบรรทุกจรวด 60 ลูก 1 คัน จรวดหลายลำกล้อง RM-70 ขนาด 122 มม.ปืนสั้น SH-1A ขนาด 155 มม. รถเรดาร์อุตุนิยมวิทยา 702 D รถถังรุ่น T-55 ปืนใหญ่ขนาด130มม.M-64 ปืนใหญ่ขนาด 122 มม.ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. ZU-23 จรวดต่อสู้อากาศยานระดับเพดานต่ำ QW-3 ปืนไร้แรงสะท้อนขนาด 82 มม.ปืน ค.60 ปืนกลหนัก 12.7 มม.ปืนใหญ่ลากจูง ป.125 มม.TYPE-85 จากจีน ปืนใหญ่ลากจูง ป.อัตราจร ขนาด155มมSH1A จากจีน เครื่องยิงลูกระเบิดกึ่งอัตโนมัติรุ่นLG-4 จากจีน จรวดหลายลำกล้อง BM-21 สหภาพโซเวียต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...