" ธีรรัตน์ " นัดหมาย 9 มิ.ย.นี้ สรุปแนวทางแก้ปัญหาคุณภาพแม่น้ำกก - แม่น้ำสาย
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นัดหมายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาคุณภาพแม่น้ำกก - แม่น้ำสาย ให้รายงานความคืบหน้าในการจัดแผนแก้ไขปัญหา ในวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น.
โดยก่อนหน้านี้ น.ส.ธีรรัตน์ ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ (ส่วนหน้า) ในพื้นที่แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ผ่านระบบออนไลน์ (ZOOM) โดยมีผู้บริหารจากส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตเชียงราย เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ในการประชุมได้พิจารณาการวางระบบการทำงาน การจัดระบบข้อมูล และการวางแผนการสื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำว่า ประชาชนต้องได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน และอยู่ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย การสื่อสารของทุกหน่วยงานต้องเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อลดความสับสนและเสริมสร้างความเชื่อมั่น และได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์สื่อสารข้อมูลกลางในเรื่องดังกล่าว เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารกรณีตรวจพบสารปนเปื้อนในน้ำ
.
ปัจจุบัน ได้มีการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้ว จำนวน 4 จุด ได้แก่
จุดที่ 1 ศูนย์การแพทย์แผนไทย อบต.ท่านตอน สะพานท่าตอน อำเภอแม่อาย
จุดที่ 2 สวนสาธารณะน้ำกก หลังศาลากลางจังหวัดเชียงรายติดสะพานแม่ฟ้าหลวง
จุดที่ 3 บริเวณด่านพรหมแดนแม่สายแห่งที่ 1 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย และ
จุด 4 บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน เพื่อทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
.
โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและลดความกังวลของประชาชน นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดให้มีการจัดทำ รายงานข้อมูลน้ำประปาและผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ อย่างต่อเนื่องในรูปแบบรายวัน
สำหรับการดำเนินงานในระยะสั้น ได้มีข้อเสนอให้เร่งจัดทำฝายดักตะกอนในพื้นที่วิกฤต และรายงานผลให้ศูนย์ฯ ทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการเจรจาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้กรมกิจการชายแดนทหารประสานงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และคณะทำงานของคณะเจรจา เพื่อรวบรวมข้อมูลรายละเอียดอย่างรอบด้านและครบถ้วน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาคือ การเสริมสร้างบทบาทของภาคประชาชน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนสนับสนุนเยาวชน เครือข่ายภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป เข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน