ไนท์แฟรงค์ เผยอัตราเช่า โรงงานสำเร็จรูปในไทย พุ่งสูงสุดในรอบ 6 ปี แตะ 92.7%
ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย เผยตัวเลขอัตราการเช่าโรงงานสำเร็จรูปในไทยยังแข็งแกร่งโดยในปี 67 พุ่งสูงสุดในรอบ 6 ปี แตะ 92.7% สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่อีอีซี ได้แรงหนุนจากภาคส่งออกที่โตต่อเนื่อง นโยบายภาครัฐสนับสนุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 4 ก.ค. 2568 นายมาร์คัส เบอร์เทนชอว์ หุ้นส่วน และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อุตสาหกรรม บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนนายหน้าซื้อ ขาย เช่าอสังหาหรือทรัพย์สินทุกประเภท เช่น คอนโด บ้าน วิลล่า ออฟฟิศ โรงงาน โกดัง คลังสินค้าและที่ดิน เปิดเผยว่า ตลาดโรงงานให้เช่าในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่ง โดยมีสมดุลที่ดีระหว่างอุปทานใหม่และความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ด้วยอัตราการเช่าที่สูงถึง 92.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ความต้องการยังคงมีความยืดหยุ่นสูง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของการส่งออกที่ต่อเนื่อง นโยบายภาครัฐที่สนับสนุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดมากจาก การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะจากจีนและญี่ปุ่น คาดว่าจะยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญของความต้องการโรงงานพร้อมใช้ โดยนักลงทุนให้ความสนใจกับสภาพเศรษฐกิจมหภาคที่มีเสถียรภาพ ความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุม และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
สำหรับข้อจำกัดด้านอุปทานในพื้นที่ศักยภาพสูง เนื่องจากมีการเปิดตัวอุปทานใหม่ในระดับจำกัด และมีความขาดแคลนที่ดินในพื้นที่สำคัญอย่างอีอีซี ทำให้การแข่งขันในการแย่งชิงพื้นที่คุณภาพสูงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้อัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น
ประกอบกับต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้พัฒนาต้องเผชิญกับต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การพัฒนาแบบเก็งกำไรลดลง และส่งผลให้เส้นทางการเติบโตของอุปทานยิ่งตึงตัว หากอัตราค่าเช่าไม่สามารถจูงใจการลงทุนเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้การกระจายตัวของนิคมอุตสาหกรรม ที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและอัตราการเช่าที่สูงในอีอีซี นักลงทุนและผู้พัฒนาอาจเริ่มหันไปพิจารณาพื้นที่เกิดใหม่ เช่น แนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเฉียงเหนือ (HSR) และศูนย์โลจิสติกส์ในพื้นที่ตอนใน
ในขณะที่ผู้เช่าจะให้ความสำคัญกับอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพร้อมรองรับระบบอัตโนมัติมากขึ้น ดังนั้นผู้พัฒนาที่สามารถเสนอพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและสอดคล้องกับหลัก ESG จะมีแนวโน้มในการปล่อยเช่าที่รวดเร็วขึ้นและสามารถกำหนดค่าเช่าได้สูงขึ้น
"ภาคธุรกิจโรงงานพร้อมใช้ของไทย กำลังเข้าสู่รอบวัฏจักรที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีการเติบโตที่คัดสรรอัตราการเช่าที่สูงขึ้น และค่าเช่าที่ทรงตัวในทิศทางขาขึ้น ผู้พัฒนาและนักลงทุนที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้เช่า ซึ่งครอบคลุมด้านเทคโนโลยี ความยั่งยืน และความยืดหยุ่นของทำเล จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบในการคว้าโอกาสจากการเติบโตของตลาดในระยะต่อไป"นายมาร์คัส กล่าว
อย่างไรก็ดีในปี 2567 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยขยายตัวอยู่ที่ 2.5% จากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นและการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 การส่งออกขยายตัวถึง 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าทั่วโลก
โดยเฉพาะสินค้ายางพารา คอมพิวเตอร์ และเครื่องจักร ส่งผลให้ประเทศไทยมีดุลการค้าเกินดุลที่ 363.7 พันล้านบาท โดยการเติบโตของการส่งออกในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตนี้ ได้ส่งผลต่อความต้องการใช้พื้นที่อุตสาหกรรมและโรงงานที่รองรับอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการส่งออก
ทั้งนี้จากการสำรวจของ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงข้อมูลตลาดพื้นที่โรงงานพร้อมใช้ในประเทศไทย ปี 2567 พบว่ามีทั้งหมดประมาณ 3.28 ล้านตร.ม. เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.5% หรือราว 49,797 ตร.ม. จากปี 2566 ซึ่งเป็นการเติบโตที่จำกัด โดยส่วนใหญ่มาจากการขยายโครงการโรงงานที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นหลัก
โดยเป็นพื้นที่ที่ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นทางโลจิสติกส์สำคัญและคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหลัก ส่งผลให้ผู้พัฒนาเลือกที่จะขยายพื้นที่อย่างระมัดระวัง เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นที่โรงงานสมัยใหม่ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องแต่ไม่เร่งรีบ
อีกทั้งอีอีซี ยังเป็นพื้นที่ที่มีการถือครองสัดส่วนของพื้นที่โรงงานพร้อมใช้มากที่สุดถึง 48% หรือประมาณ 1.57 ล้านตร.ม. โดยเป็นพื้นที่เดียวที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่ 3.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการอย่างต่อเนื่องในจังหวัดสำคัญ เช่น ชลบุรีและระยอง
ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และภาคกลาง มีสัดส่วนเท่ากันที่ 26% โดยมีพื้นที่รวม 848,381 ตร.ม. และ 865,162 ตร.ม. ตามลำดับ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ทั้ง 2 พื้นที่มีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่โรงงานพร้อมใช้เพียง 1.54% โดยเป็นผลจากการขยายตัวในพื้นที่อีอีซีเท่านั้น
สำหรับความต้องการใช้พื้นที่โรงงานพร้อมใช้ในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2567 โดยมีพื้นที่ถูกเช่าใช้งานประมาณ 3.04 ล้านตร.ม. เพิ่มขึ้นจาก 2.90 ล้านตร.ม.ในปี 2566 แสดงถึงการดูดซับพื้นที่สุทธิที่ประมาณ 144,225 ตร.ม. ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของผู้เช่าเดิมและการเข้ามาของผู้เช่ารายใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมหลัก
ทำให้อัตราการเช่าใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 92.7% จาก 89.6% ในปี 2566 สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งและพื้นที่ว่างที่เริ่มตึงตัว โดยอัตราการเช่าดังกล่าวถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา และได้รับการสนับสนุนจากความต้องการต่อเนื่องของผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นการส่งออก โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทานเป็นจุดแข็งสำคัญ
แม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่ในระดับจำกัด แต่แนวโน้มการเช่าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องชี้ให้เห็นถึงความสมดุลที่ดีระหว่างอุปสงค์และอุปทาน โดยความต้องการในภาคอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับปานกลาง
สำหรับอัตราค่าเช่าเฉลี่ยของโรงงานพร้อมใช้ในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 199.4 บาทต่อตร.ม./เดือน ในปี 2567 สะท้อนถึงตลาดที่มีเสถียรภาพและได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นการส่งออก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความต้องการสูงอย่างอีอีซี
ทั้งนี้หากพิจารณาอัตราค่าเช่าเฉลี่ยโรงงานพร้อมใช้ตามพื้นที่ พบว่า พื้นที่อีอีซี มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยสูงสุดที่ 211.8 บาท/ตร.ม./เดือน โดยมีปัจจัยหนุนจากข้อจำกัดของพื้นที่ดินและบทบาทเชิงกลยุทธ์ภายใต้กรอบของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ส่วนภาคกลางมีค่าเช่าเฉลี่ย 190.9 บาท/ตร.ม./เดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากบทบาทที่เพิ่มขึ้นในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการผลิต
ขณะที่กรุงเทพฯและปริมณฑล แม้จะมีอัตราค่าเช่าที่สามารถแข่งขันได้มากที่สุดอยู่ที่ 185.3 บาท/ตร.ม./เดือน แต่ก็มีความผันผวนพอสมควร เนื่องจากพลวัตของความต้องการที่เปลี่ยนแปลงและข้อจำกัดของพื้นที่ในทำเลย่อยต่างๆ
โดยระหว่างปี 2562-2567 อัตราค่าเช่าในทุกพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระดับปานกลางแต่ไม่สม่ำเสมอ หรือมีการปรับเพิ่มที่ชัดเจนในบางพื้นที่ เช่น ภาคกลาง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงภาวะตึงตัวของตลาดในทำเลอุตสาหกรรมชั้นนำ โดยที่ค่าเช่ายังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอุปสงค์แซงหน้าอุปทานใหม่
"อัตราการเช่าที่สูงในขณะนี้สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตระดับภูมิภาค ความตึงตัวของอุปทานในพื้นที่ศักยภาพ เช่นอีอีซี ประกอบกับความต้องการของผู้เช่าที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าเช่ายังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรงงานที่ตอบโจทย์อนาคต"
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไนท์แฟรงค์ เผยอัตราเช่า โรงงานสำเร็จรูปในไทย พุ่งสูงสุดในรอบ 6 ปี แตะ 92.7%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th