โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ทูน่า” ลุ้นไทยส่งการบ้านใหม่ ปิดดีลลดภาษีทรัมป์สำเร็จ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 06.33 น.

กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง รายงานการส่งออกทูน่าไทยไปสหรัฐอเมริกา 3 ปีย้อนหลัง (ปี 65-67) ปริมาณ 112,528 ตัน มูลค่า 1.98 หมื่นล้านบาท ล่าสุดจากการประกาศอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อัตราภาษีของไทยเบื้องต้น 36% ส่วนเวียดนามลดลงเหลือ 20% (จาก 46%) คาดว่าจะมีผลกระทบการส่งออกอย่างแน่นอน

นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ภาษีทรัมป์ทุกประเทศก็โดนเหมือนกันหมด ทางภาคเอกชนก็ได้แต่ให้กำลังใจและสนับสนุนว่าอัตราภาษีของไทยที่เสนอไปล่าสุดจะอยู่ในกลุ่มที่สามารถแข่งขันได้ แม้จะมีข้อเสนอที่ระบุว่าลดภาษีสินค้าบางรายการลงประมาณ 90% ตามที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ให้ข่าวเป็นระยะๆ ภาคเอกชนก็มั่นใจว่าจะมีความสำเร็จในการปิดดีลรอบที่ 2 ได้สำเร็จ สามารถลดภาษีได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้

กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง กรมประมง รายงานสถานการณ์ การค้าระหว่างประเทศสำหรับปลาทูน่าสดแช่เย็นแช่แข็งชะลอตัวลง ในช่วงไตรมาสที่ 1/2568 จากความต้องการที่ลดลง โดยการนำเข้าปลาทูน่าสดแช่เย็นทั่วโลกลดลง 4:896 และปลายนำแช่แข็งทั้งทั้งตัวลดลง 7.5% ในขณะที่การนำเนื้อปลาทูน่าเพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมปลาทูน่าโลก เป็นประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานกังวล จากการศึกษาวิจัยใหม่ที่เปิดตัวในงาน Seafood ExpoGlobal (SEG) 2025 ในบาร์เซโลนา เน้นย้ำถึงความท้าทายของการกำหนดมาตรฐานแรงงานที่บังคับใช้ได้ทั่วโลก และการสำรวจแนวทางปรับปรุงสภาพการทำงานและจัดการกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของอุตสาหกรรมอาหารทะเล

  • สมาชิก FFA ของหมู่เกาะแปซิฟิก 10 ประเทศ ร่วมกันปราบปรามการทำประประมงผิดกฎหมาย IUU เพื่อปกป้องสต็อกปลาทูน่า ดำเนินการลาดตระเวนในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) และทะเลหลวง ซึ่งเป็นปฏิบัติการระดับภูมิภาค และได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย ฝรั่งเศส นิวชีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา

การผลิต

ผลจับปลาทูน่าจากการทำประมงพาณิชย์ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2568 มีปริมาณ รวม 22,663 ตัน ลดลง 23.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชนิดสัตว์น้ำที่จับได้แบ่งเป็นปลาโอดำ 43.7% ปลาโอลาย 34.2% ปลาทูน่าท้องแถบ (Skipjack Tuna) 8.9% ปลาโอหลอด 8.1% และปลาอื่นๆ 5.1% (กรมประประมง)

ทั้งนี้ราคาวัตถุดิบปลาทูน่า Skipjack แช่แข็งที่นำเข้าเดือนพฤษภาคม 2568 ราคาเฉลี่ย 1,750 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน (57,634 บาท/ตัน) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% และ 34.6% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 และ พฤษภาคม 67 ตามลำดับ ในขณะที่ราคาเฉลี่ยปลาทูน่า Skipiack ณ ตลาด Yaizu ประเทศญี่ปุ่น ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 2.9%

  • ทั้งนี้การนำเข้าเดือน เมษายน 2568 มีปริมาณ 45,519 ตัน มูลค่า 2,863 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือน มีนาคม 2568 ปริมาณและมูลค่าลดลง 28.8% และ 27.6% ตามลำดับเมื่อเทียบกับเดือน เมษายน 2567 ปริมาณและมูลค่าลดลง 15.3% และ 3.3% ตามลำดับ สำหรับในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 68 ไทยนำเข้าปริมาณรวม 257,143 ตัน มูลค่า 15,680 ล้านบาทปริมาณและมูลค่าลดลง 14.4% และ 9.7% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนใหญ่นำเข้าเป็นวัตถุดิบสำหรับแปรรูป 97.4% ผลิตภัตภัณฑ์ที่นำเข้าเป็นทูน่าสดแช่เย็นแข็ง 98.3% ทูน่าแปรรูป 0.8% เนื้อทูน่าสดแช่เย็นแช่แข็ง 0.3% โดยน้ำเข้าจากไต้หวัน 20.5% เกาหลีใต้ 12.1% นาอูรู 11.0% ไมโครนีเซีย 9.6% มัลดีฟส์ 7.3% วานูอาดู 7.3% อาเซียน 7.2% คิริบาส 6.1% หมู่เกาะมาร์แชลล์ 3.9% ตูวาลู 3.7% และประเทศอื่นๆ 11.3% จำแนกชนิดเป็นปลาทูน่า Skipjack 71.3% Yellowfin 19.9% Albacore 4.9% Bigeye 1.4% และอื่นๆ 2.5%

  • การส่งออก เดือนเมษายน 2568 มีปริมาณ 43,001 ตัน มูลค่า 6,037 ล้านบาทเมื่อเทียบกับเดือน มีนาคม 2568 ปริมาณและมูลค่าลดลง 12.7% และ 11.1% ตามลำดับ มื่อเทือบกับตือน แมย. 67 ปริมาณเพิ่มขึ้น 23% แต่มูลค่าลดลง 749% สำหรับช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ไทยส่งออกปริมาณรวม 192,563 ตัน มูลค่า 26,805 ล้านบาท ปริมาณเพิ่มขึ้น4.8% แต่มูลค่าลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นทูน่ากระป๋อง 92.6% ทูน่าสดแช่เย็นแช่แข็ง 3.1% ทูน่าลอยน์สดแช่เย็นแซ่แข็ง 1.2% และทูน่าแปรรูป 3.1% ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 22.2%(+1.2%) ตะวันออกกลาง 18.3% (-23.6%) แอฟริกา 14.7% (+5.3%) ญี่ปุ่น 8.0% (-6.5%)ออสเตรเลีย 7.9% (-0.2%) อเมริกาใต้ 5.3% (+13.8%) แคนาดา 4.6% (-20.5%) อาเซียน3.9% (+9.1%) สหภาพยุโรป 2.8% (+35.0%) เอฟตา 2.2% (+5.39%)

  • ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ คาดว่า อุปทานปลาทูน่าจากมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนกลางจะลดลง ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เนื่องจากการห้ามทำการประมงด้วยอุปกรณ์ต่อปลา (FAD) คาดว่า อุปสงค์ปลาทูนำสำหรับซาซิมิของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน จะลดลงตามฤดูกาลด้วยสภาพภูมิอากาศที่ร้อน แต่หาดหวังว่า อเมริกาเหนือและยุโรปมีความต้องการเพิ่มขึ้น
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...