GULF กำไรทุบสถิติไตรมาส 1/68
The Bangkok Insight
อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 02.15 น. • The Bangkok Insight"กัลฟ์" กำไรทุบสถิติ ไตรมาส 1/68 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ย้ำพลังแห่งการเติบโต อัพไซด์อันเปิดกว้าง
แม้สภาพตลาดหุ้นไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 จะยังเต็มไปด้วยความผันผวนจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ แต่หนึ่งในบริษัทที่ยังสามารถสร้างผลงานสวนกระแส ยืนยันความแข็งแกร่งได้อย่างชัดเจน คือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2568 ด้วย “กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์” พร้อมแนวโน้มการเติบโตระยะยาวที่ยังเปิดกว้าง
กำไร GULF ไตรมาส 1/68 สร้างสถิติใหม่ 5,335 ล้านบาท
GULF รายงานกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ในไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 5,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ของบริษัทนับตั้งแต่ก่อตั้ง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 32,343 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ความสามารถในการทำกำไรกลับโดดเด่นขึ้นอย่างมาก
แรงสนับสนุนสำคัญของกำไรครั้งนี้ มาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) และโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ครบทุกหน่วยแล้ว รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน (Solar Farm + BESS) ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การขยายพอร์ตที่ให้ผลเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญคือ ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน INTUCH ที่มีผลประกอบการเติบโตโดดเด่น รวมถึงโครงการพลังงานลมภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul Corporation ที่ช่วยหนุนผลประกอบการเพิ่มเติม
คงเป้ากำไรปี 2568 ที่ 2.1 หมื่นล้าน เติบโต 15.3%
บทวิเคราะห์จากฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น GULF หลังรายงานผลประกองการไตรมาสแรกของปี โดยประมาณการกำไรปกติในปี 2568 ที่ระดับ 21,000 ล้านบาท เติบโต 15.3% จากปีก่อน แม้จะยังไม่รวมผลจากการควบรวมกับ INTUCH ที่เพิ่งแล้วเสร็จ
คาดว่าการเติบโตจะได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการในปี 2567 รวม 1,600 MWe และโครงการใหม่ที่จะทยอยเข้าระบบอีกกว่า 731 MWe
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2568 อาจชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากปัจจัยด้านกำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทยและเยอรมนีที่ลดลงตามฤดูกาล รวมถึงผลกระทบจากค่า Ft ที่ลดลงในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP
อัพไซด์เปิดกว้าง เริ่มรวมงบ INTUCH ในไตรมาส 2/68
นับตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 เป็นต้นไป GULF จะเริ่มรวมผลประกอบการของ INTUCH เข้าไว้ในงบการเงินอย่างเป็นทางการ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับประมาณการขึ้นอีกระลอก ทั้งในด้านกำไรและมูลค่าพื้นฐานของบริษัท
บล. เอเซีย พลัส ยังคงราคาเป้าหมายของ GULF ที่ 68.25 บาทต่อหุ้น เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ประมาณ 50 บาทต่อหุ้น พบว่ายังมีอัพไซด์เปิดกว้างเกือบ 40% ถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ในขณะที่สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) จากมุมมอง 17 โบรกเกอร์ ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ให้ Bullish ต่อหุ้น GULF 100% เป็นคำแนะนำ “ซื้อ” 16 โบรกเกอร์ และแนะนำ “ถือ” 1 โบรกเกอร์ ด้วยราคาเป้าหมายเฉลี่ย 61.26 บาทต่อหุ้น
สรุปแล้ว GULF ถือเป็นหนึ่งในหุ้นไทยที่เหมาะกับจังหวะการสะสมระยะยาว เพราะยังคงเป็นหุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่โดดเด่นด้วยการเติบโตทั้งเชิงปริมาณ (กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง) และเชิงคุณภาพ (diversify ไปยังพลังงานสะอาด + เทคโนโลยีผ่าน INTUCH) เมื่อผนวกกับผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยิ่งตอกย้ำสถานะหุ้นแกร่งแห่งทศวรรษได้อย่างชัดเจน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- GULF ยิ้มรับกำไร 5,335 ล้าน ไตรมาส 1/2568 สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ‘GULF’ เพิ่มอันดับเครดิตจาก TRIS เป็น AA- สะท้อนความแข็งแกร่งหลังควบรวม INTUCH
- ความน่าสนใจของ KBANK ทำไม GULF กล้าทุ่มเงินลงทุน !?
ติดตามเราได้ที่