โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ผู้ทำงานวรรณกรรมและศิลปะทุกคนควรเป็นผู้ขับขานการปฏิรูปและเปิดประเทศ”–เส้นทางสี จิ้นผิง(185)

China Media Group

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 06.55 น.
เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1999 นายสี จิ้นผิงซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลฝูเจี้ยน ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยที่หมู่บ้านชนเผ่าเซอตงซาน ตำบลคังชั่ว เมืองฝูอาน มณฑลฝูเจี้ยน (ภาพจากแฟ้มข้อมูล)

“ผู้ทำงานวรรณกรรมและศิลปะทุกคนควรเป็นผู้ขับขานการปฏิรูปและเปิดประเทศ”--เส้นทางสี จิ้นผิง(185)

ตามคำพูดของนายสี จิ้นผิง นักเขียนทั้งสามคนก็เริ่มพูดคุยถึงประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง พวกเขาไม่ตื่นเต้นมากเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป พร้อมกล่าวว่า “ท่านพูดถูก เมืองฝูโจวเปรียบเสมือน ‘ขุมทรัพย์’ แห่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์”

นายสี จิ้นผิงเริ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานสร้างสรรค์ โดยกล่าวว่า “เราควรให้การประเมินเชิงประวัติศาสตร์และตามข้อเท็จจริงต่อบุคคลในประวัติศาสตร์บางท่าน รวมถึงบุคคลใน “ขบวนการหยางอู้” (หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ขบวนการสร้างความเข้มแข็งด้วยตนเอง” เป็นขบวนการกอบกู้การปกครองของราชวงศ์ชิงที่ดำเนินการโดยฝ่ายหยางอู้ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองที่มีแนวคิดสร้างความเข้มแข็งผ่านการเรียนรู้ความก้าวหน้าของฝ่ายตะวันตก เช่น การนำเข้ายุทโธปกรณ์ การผลิตด้วยเครื่องจักร รวมถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากโลกตะวันตกในช่วงปลายราชวงศ์ชิง) และสะท้อนออกมาในงานศิลปะและวรรณกรรมอย่างตรงไปตรงมาและยุติธรรม ผลงานแนวนี้ยังมีน้อยมากในปัจจุบัน หากนักเขียนจากเมืองฝูโจวไม่เขียนถึงประวัติศาสตร์และบุคคลของฝูโจว แล้วใครจะเขียน?”

นายฉือ จิ้งเจีย กล่าวตอบว่า “จริงครับ นักเขียนจากเมืองฝูโจวควรทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของผืนแผ่นดินนี้ และสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนนี้ให้มากขึ้น ต่อจากนี้ไป ผมจะมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลงานเกี่ยวกับเมืองฝูโจว มองหาหัวข้อการสร้างสรรค์จากท้องถิ่น และเขียนผลงานที่ดียิ่งขึ้นออกมา”

นางหวา อี๋ว์ และนายหยาง จี ก็ได้พูดคุยกับนายสี จิ้นผิงเกี่ยวกับแผนการสร้างสรรค์ของตนในอนาคตเช่นกัน

เมื่อฟังจบ นายสี จิ้นผิงกล่าวกับพวกเขาว่า “วรรณกรรมและศิลปะไม่เพียงแต่ต้องสะท้อนประวัติศาสตร์ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ต้องสามารถค้นหาหัวข้อจากชีวิตจริงในปัจจุบันได้ หลังการปลดปล่อยประเทศ โดยเฉพาะนับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา ฝูโจวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกซึ้ง ชีวิตจริงที่เปี่ยมด้วยความคึกคักนี้มีหัวข้อที่รอให้ผู้ทำงานวรรณกรรมและศิลปะไปขุดค้น เลือกสรร และยกระดับขึ้นมาด้วยความพยายาม ผู้ทำงานวรรณกรรมและศิลปะทุกคนต่างก็ควรเป็นผู้ขับขานการปฏิรูปและเปิดประเทศ”

หลังจบการพูดคุยถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็เริ่มเข้าสู่การแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ นายสี จิ้นผิงร่วมพูดคุยกับนักเขียนทั้งสามเกี่ยวกับปัญหาการพัฒนาที่ดำรงอยู่ในการสร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมและศิลปะในเมืองฝูโจว ณ เวลานั้น

“วรรณกรรมและศิลปะแขนงต่าง ๆ ของเรา ยังพัฒนาได้ไม่ทั่วถึง”

“การสร้างสรรค์ในเมืองฝูโจวยังขาดผลงานที่มีอิทธิพลในระดับประเทศ”

เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ นายสี จิ้นผิงให้ความเห็นว่า “งานด้านวัฒนธรรมของฝูโจวได้บรรลุผลบ้างแล้วในด้านการเผยแพร่สู่ประชาชน แต่ในด้านการยกระดับนั้นยังขาดนักสร้างสรรค์ระดับหัวกะทิ ยังขาด ‘ผลงานเด่น’ ที่เป็นสัญลักษณ์ ฝูโจวได้ก่อเกิดบรรยากาศทางวัฒนธรรมในระดับหนึ่งแล้ว แต่ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ผู้ทำงานวรรณกรรมและศิลปะต่างคนต่างทำโดยไม่มีการสอดประสานกัน ต้องรวมพลังและร่วมมือกัน ก่อรูปขึ้นเป็น ‘หมู่ของกองทัพ’ จึงจะเกิดพลังสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ได้”

กว่าจะเสร็จสิ้นการสนทนา ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว เดิมทีตั้งใจให้ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง แต่กลับใช้เวลานานกว่าสามชั่วโมง

หลายวันต่อมา นายฉือ จิ้งเจียครุ่นคิดถึงทิศทางของการสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา

หลังผ่านไป 20 วัน คือ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายฉือ จิ้งเจียรู้สึกทั้งดีใจและประหลาดใจเมื่อเปิดดู “หนังสือพิมพ์ฝูโจวหว่านเป้า” ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว เขาพบว่า ข่าวพาดหัวหน้าแรกของหนังสือพิมพ์รายงานว่า “เลขาธิการพรรคคุยกับนักเขียนเรื่องการสร้างสรรค์ผลงาน” ซึ่งในเวลานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่พบได้น้อยทั้งในมณฑลฝูเจี้ยนและทั่วประเทศ

นั่นเป็นสิ่งที่นายฉือ จิ้งเจียไม่เคยคาดคิดมาก่อน

“ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่า ท่านเลขาธิการพรรคประจำเมืองซึ่งมีภารกิจมากมายจะเจียดเวลาพูดคุยกับนักเขียนสองสามคนอย่างเรานานถึงขนาดนี้ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่า ท่านเลขาธิการสี จิ้นผิงจะใส่ใจในงานสร้างสรรค์ขนาดนี้ และเข้าใจลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ผมก็ไม่คิดมาก่อนเหมือนกันว่า หนังสือพิมพ์ของพรรคจะให้ความสำคัญในการรายงานข่าวถึงเพียงนี้” หลังอ่านข่าวจบ นายฉือ จิ้งเจียรู้สึกตื่นเต้นมาก ถึงกับพูดว่า “ไม่คิดมาก่อนเลย” ถึงสามครั้ง

เขาเรียกนางหวา อี๋ว์ มาอ่านด้วยกัน และทั้งสองก็อ่านข่าวซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะเก็บหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไว้อย่างดี

ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่เหล่าศิลปินเท่านั้น สหายหลายคนที่เคยร่วมงานกับนายสี จิ้นผิง ต่างก็ประทับใจในความรอบรู้พื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของเขา

ขณะทำงานที่ฝูโจว สำนักงานของนายสี จิ้นผิงมีชั้นวางหนังสือที่กินพื้นที่ถึงสองฝาผนัง เต็มไปด้วยหนังสืออันหลากหลาย นายเฉิน เฉิงเม่า ซึ่งเป็นผู้ที่เคยทำงานใกล้ชิดเล่าว่า เวลาว่าง สิ่งที่นายสี จิ้นผิงชอบทำมากที่สุดคือซื้อหนังสือ

ครั้งหนึ่งเขาช่วยนายสี จิ้นผิงย้ายบ้าน และพบว่าสิ่งของที่มีมากที่สุดก็คือหนังสือ “เขารอบรู้และมีความจำเป็นเลิศ วิเคราะห์ปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง เหตุผลสำคัญก็เพราะเขามักอ่านหนังสือหลายเล่มที่พูดถึงเรื่องเดียวกันจากมุมมองของนักเขียนต่างคนกัน แม้ว่าผมจะเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์มาโดยตรง แต่เวลาพูดคุยกันถึงประเด็นเศรษฐกิจ ความเห็นของเขามักลึกซึ้งกว่าผมเสมอ และยังยกตัวอย่างเปรียบเทียบจากหลากหลายแหล่ง ทำให้สามารถอธิบายเรื่องหนึ่งได้อย่างชัดเจนและเจาะลึกมากครับ”

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

https://www.jeenthainews.com/cmg/147896_20250710

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...