โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พบสาเหตุ “แอร์อินเดีย” ตก เกิดจาก “สวิตช์ควบคุมน้ำมัน” ถูกสับลง!

PPTV HD 36

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 00.46 น.
รายงานสืบสวนสาเหตุเครื่องบินแอร์อินเดียตกเมื่อ มิ.ย. เบื้องต้นพบเกิดจาก “สวิตช์ควบคุมน้ำมัน” ถูกสับลง ทำให้น้ำมันที่จ่ายให้เครื่องยนต์ถูกตัด
พบสาเหตุ “แอร์อินเดีย” ตก เกิดจาก “สวิตช์ควบคุมน้ำมัน” ถูกสับลง!

สำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุอากาศยานอินเดีย (AAIB) ได้เผยแพร่รายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินสายการบินแอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบินที่ AI171 ซึ่งกำลังมุ่งหน้าจากอาห์เมดาบัดไปยังลอนดอน ประสบเหตุตกหลังขึ้นบินไม่กี่นาทีเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้จากผู้โดยสารและลูกเรือ 242 ชีวิต มีผู้รอดชีวิตเพียง 1 คน

รายงานระบุว่า สาเหตุคือ “น้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายให้กับเครื่องยนต์ถูกตัด”

โดย “สวิตช์ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง” ในห้องนักบินของเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ถูกปรับมาอยู่ที่ตำแหน่ง CUTOFF ทำให้เครื่องยนต์ขาดน้ำมันเชื้อเพลิง

เจ้าหน้าที่สอบสวนสามารถดึงข้อมูลจากกล่องดำได้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลการบิน 49 ชั่วโมง และเสียงในห้องนักบิน 2 ชั่วโมง รวมถึงเสียงขณะเกิดเหตุการณ์เครื่องบินตก

รายงานระบุว่า เครื่องบินมีความเร็วถึง 180 นอต หรือประมาณ 330 กม./ชม. เมื่อ “สวิตช์ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ทั้งสองถูกเปลี่ยนจากตำแหน่ง RUN เป็น CUTOFF ทีละตัว โดยมีช่วงเวลาห่างกันเพียง 01 วินาที”

รายงานยังระบุว่า “ในการบันทึกเสียงในห้องนักบิน ได้ยินเสียงนักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า ทำไมถึงตัดน้ำมัน นักบินอีกคนตอบว่าไม่ได้ตัด”

ไม่นานหลังจากนั้น สวิตช์ก็ถูกสลับกลับไปยังตำแหน่งที่ควรอยู่ และเครื่องยนต์กำลังอยู่ในขั้นตอนการจ่ายน้ำมันอีกครั้งเมื่อเกิดเหตุเครื่องบินตก

ในเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 787 สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงจะอยู่ระหว่างที่นั่งนักบินสองคน บริเวณด้านหลังคันเร่งของเครื่องบิน ด้านข้างมีแท่งโลหะป้องกันไว้ และมีกลไกการล็อกที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการตัดน้ำมันโดยไม่ได้ตั้งใจ

รายงานระบุว่า ภาพจากสนามบินแสดงให้เห็น Ram Air Turbine ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำรองของเครื่องบิน ถูกใช้งานในระหว่างการไต่ระดับขึ้นของเครื่องบินหลังจากขึ้นบิน เครื่องบินเริ่มลดระดับความสูงลงก่อนที่จะข้ามกำแพงรอบสนามบิน

รายงานระบุว่า “เมื่อสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงถูกเปลี่ยนจากตำแหน่งตัดไฟไปยังตำแหน่งทำงาน (RUN) ขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่ เครื่องยนต์แต่ละตัวจะจัดการลำดับการจุดระเบิด (ignition) และการกู้คืนแรงขับโดยอัตโนมัติสำหรับการจุดระเบิดและการเติมเชื้อเพลิง”

ไม่กี่วินาทีหลังจากที่เครื่องยนต์พยายามจุดระเบิดอีกครั้ง นักบินคนหนึ่งก็ตะโกนว่า “เมย์เดย์ เมย์เดย์ เมย์เดย์” เจ้าหน้าที่ควบคุมได้เรียกสัญญาณเรียกขานของเครื่องบิน แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ

เดวิด ซูซี นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย ระบุว่า “สวิตช์เชื้อเพลิงถูกออกแบบมาให้ขยับโดยตั้งใจเท่านั้น” หมายความว่า กรณีที่สวิตช์เชื้อเพลิงทั้งหมดถูกปิดโดยไม่ได้ตั้งใจนั้น “เกิดขึ้นได้ยากมาก”

ซูซีว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สวิตช์เหล่านี้ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกขยับโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ใช่สวิตช์แบบอัตโนมัติ สวิตช์เหล่านี้จะไม่ขยับเองไม่ว่ากรณีใด ๆ”

เจ้าหน้าที่สอบสวนยังตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งค่าอุปกรณ์ที่พบในซากเครื่องบินนั้นเป็นปกติสำหรับการบินขึ้น รายงานระบุว่า น้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องบินได้รับการทดสอบและพบว่ามีคุณภาพเป็นที่น่าพอใจ และไม่พบกิจกรรมของนกอย่างมีนัยสำคัญในบริเวณเส้นทางการบิน

น้ำหนักขณะขึ้นบินของเครื่องบินก็อยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาต และไม่มีสินค้าอันตรายบนเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า แฟลป (flap) ที่ปีกเครื่องบินถูกตั้งไว้ที่ 5 องศา ซึ่งเหมาะสมสำหรับการขึ้นบิน และคันโยกล้อลงจอดอยู่ในตำแหน่งต่ำ

รายงานระบุว่า เครื่องยนต์ด้านซ้ายติดตั้งบนเครื่องบินเมื่อวันที่ 26 มี.ค. และเครื่องยนต์ด้านขวาติดตั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ค.

เรียบเรียงจาก CNN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดวีรกรรม "เจ๊หงส์" ลวงหนุ่ม 1,691 คน อัดคลิปกินตับในห้องพัก!

กลยุทธ์ "เจ๊หงส์" ทำยังไงมัดใจ 1,691 หนุ่ม ลวงกินตับอัดคลิปลงโซเชียล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พบสาเหตุ “แอร์อินเดีย” ตก เกิดจาก “สวิตช์ควบคุมน้ำมัน” ถูกสับลง!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...