DeepSeek สยายปีกอย่างรวดเร็วจากจีนสู่ประเทศซีกโลกใต้
“DeepSeek สยายปีกอย่างรวดเร็วจากจีนสู่ประเทศซีกโลกใต้”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
หลังจากแนะนำหนังสือเรื่อง “เยาวชนเรียนรู้ AI” ไปครั้งที่แล้ว ไม่กี่วันต่อมาก็มีหนังสือออกมาอีกเล่มหนึ่งชื่อ “เล่มนี้เล่มเดียวก็เข้าถึง DeepSeek” ตามมาด้วยบทความเกี่ยวกับ DeepSeek อีกจำนวนมากที่ได้รับการเผยแพร่อย่างถี่ยิบ หนังสือบางเล่มถึงขั้นแจกฟรี กระทั่งบริการส่งให้ถึงบ้านก็มี นอกจากนี้ Bloomberg สื่อทางด้านธุรกิจการเงินของอเมริกายังตีพิมพ์บทความเรื่อง “Why is the AI world freaking out over China’s DeepSeek ?” (ทำไมโลก AI พากันกรี๊ดกร๊าดเรื่อง DeepSeek ของจีน)
อะไรคือ DeepSeek กันแน่ ?
DeepSeek ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในปี 2023 โดย Liang Wenfeng (เหลียงเหวินเฟิง) ปริญญาโทด้านอิเล็กทรอนิกส์จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง เขาใช้เงินทุนเพียง 10 ล้านหยวนสร้าง DeepSeek ขึ้นมาให้เป็น AI แบบ open source ใครสนใจใช้ก็จะได้ลิขสิทธิ์ใช้งานได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งต่างจาก ChatGPT, Meta ฯลฯ ของอเมริกาที่ทำเป็นธุรกิจ ผู้ใช้ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เป็นรายเดือนหรือรายปี อุปสรรคที่เป็นคอขวดของ DeepSeek คืออเมริกาที่คอยสกัดเทคโนโลยีชั้นสูงไม่ให้ไปถึงมือจีน แต่ DeepSeek ก็สามารถพัฒนาต่อได้ เพราะได้นักวิจัยหนุ่มสาวจบใหม่มาคอยเสริมทัพอยู่ไม่ขาด เหลียงกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “การลงทุนมาก ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ถ้าไม่เช่นนั้น บริษัทขนาดใหญ่มิเป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ทันสมัยไปหมดแล้วหรือ?”
บริษัทชั้นนำของจีนเองเช่น Alibaba,Tencent, Baidu ก็ได้ทุ่มเงินมหาศาลลงแข่งขันกันในตลาด AI แต่ DeepSeek กลับใช้เวลาสั้น ๆ ยืนขึ้นอย่างโดดเด่นในฐานะ open-source ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการดึงดูดคนให้สามารถใช้งาน AI ให้ได้มากที่สุด มากกว่าที่จะคิดถึงเงินทุนที่พึงได้กลับมาจากผู้ใช้
DeepSeek ทำงานอย่างไร ?
DeepSeek คือ platform ชั้นสูงที่สะสมข้อมูลและตัวเลขจำนวนมหาศาล แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาให้เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลและตัวเลขจำนวนมหาศาลเหล่านี้ออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ กล่าวย่อ ๆ ก็คือ มันคือกระบวนการช่วยคัดสรรข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการออกมาจากข้อมูลจำนวนมหาศาลนำเสนอผู้ใช้ได้ในชั่วพริบตา
DeepSeek ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเรียนรู้และปัญญาประดิษฐ์ ขั้นแรกผู้ใช้จะตั้งคำถามเข้าไปถามก่อน เมื่อเครื่องรับคำถามแล้วก็จะทำหน้าที่วิเคราะห์และตีความวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ทันที ไม่ใช่รับคำถามมาแบบทื่อๆ คำต่อคำ หลังจากนั้นเครื่องมือการเรียนรู้ก็จะเริ่มกลั่นกรองและสรรหาข้อมูลที่คิดว่าเป็นคำตอบที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ตอบกลับมาในชั่วพริบตาแบบ real time นอกจากส่วนที่เป็นข้อความแล้ว ยังมีภาพและเสียงอ่านประกอบด้วย วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวที่ตนต้องการได้ไม่สิ้นสุด
ใครคือผู้ใช้ DeepSeek ?
ไม่ว่าใครก็ใช้ประโยชน์จากมันได้ คนที่ต้องการคำตอบอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับสิ่งที่ตนต้องการรู้ นักธุรกิจที่มองหาเครื่องมือวิเศษในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยตลาด วิเคราะห์ลูกค้า และแนวโน้มของผลิตภัณฑ์ก็สามารถเรียกใช้ DeepSeek เพราะ DeepSeek ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความต้องการของใครคนใดคนหนึ่ง มันสามารถวิเคราะห์และให้ข้อมูลอัจฉริยะที่ทรงพลังสำหรับนักธุรกิจ นักวิจัย นักการศึกษา นักการแพทย์ การเงินการคลัง และเอกบุคคลทุกคน
DeepSeek สยายปีกอย่างรวดเร็วในจีนไปถึงประเทศซีกโลกใต้แล้ว
เมื่อเร็ว ๆ ที่ประเทศอัฟริกาใต้ มีการประชุมสุดยอดว่าด้วยความพยายามที่จะพัฒนาและใช้ประโยชน์จากระบบดิจิทัล หัวข้อสำคัญที่ผู้เข้าประชุมเกือบทุกคนกล่าวถึงก็คือ เทคโนโลยี AI ของจีนได้เริ่มแพร่เข้าไปถึงประเทศในซีกโลกใต้แล้ว ผ่านช่องทางสำคัญคือ “เส้นทางสายไหมทางทะเล” ระหว่างจีนกับซีกโลกใต้ทั้งอัฟริกา และละตินอเมริกา จีนได้ใช้ประสิทธิภาพที่ทรงพลังของ AI ช่วยให้ประเทศโลกใต้ก้าวข้ามช่องว่างของการพัฒนาไปสู่ความทันสมัยระดับรากหญ้าในเวลาชั่วข้ามคืน ทุกประเทศต่างแสดงความยินดีที่การเข้ามาของ DeepSeek จะช่วยทำลายการผูกขาดเทคโนโลยี AI ของอเมริกา ทำให้โลกเห็นว่าในสภาพที่มีทรัพยากรอันจำกัด นวัตกรรมใหม่เอี่ยมชิ้นนี้จะช่วยให้พวกเขามีที่เหยียบยืนในตลาดการแข่งขันของโลก
อุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของประเทศเหล่านี้คือ โครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน บุคลากร และปัจจัยทางสังคมจำนวนหนึ่ง เช่น การสนองไฟฟ้ายังไปไม่ถึงทั่วประเทศ สถิติตัวเลขต่าง ๆ ก็ยังมีไม่พอกับการนำไปใช้ ข้อจำกัดเหล่านี้คือความเสี่ยงที่เทคโนโลยี AI จะถูกนายทุนที่มีความพร้อมกว่า รวมทั้งทุนต่างชาติที่เข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศเหล่านั้นผูกขาดการใช้งานได้โดยง่าย
ผ่านการสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเล จีนได้สร้างความร่วมมือกับประเทศซีกโลกใต้จนบังเกิดผลขึ้นบ้างแล้ว โดยที่จีนได้ทุ่มกองทุนประเภทต่าง ๆ เพื่อช่วยประเทศซีกโลกใต้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งรวมไปถึงพลังไฟฟ้า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วยการจัดฝึกอบรมระยะสั้นและร่วมกันทำวิจัย กล่าวได้ว่า DeepSeek ได้ช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างจีนกับซีกโลกใต้-ใต้ ให้ลงลึกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม กล่าวตามหลักวิภาษวิธีแล้ว สิ่ง ๆ หนึ่งย่อมมีทั้งข้อดีและจุดอ่อน ขณะนี้ DeepSeek อาจเป็น AI ที่สมบูรณ์ที่สุดในทัศนะของคนทั่วไป แต่ในอนาคตทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่หยุดนิ่ง ในอนาคตผ่านการพัฒนาของ AI ยี่ห้ออื่น ๆ และของตัว DeepSeek เอง DeepSeek อาจไม่ใช่ AI ที่ดีที่สุดดังที่มีผู้เขียนบางคนในประเทศจีนเริ่มชี้จุดอ่อนของ DeepSeek ออกมาบ้างแล้ว