โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

PBOC มองอนาคตดอลลาร์ไม่ครองโลกลำพัง ชี้ 'หยวน' พร้อมชิงบัลลังก์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 01.12 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.30 น.

ผู้ว่าธนาคารกลางจีน “พาน กงเซิ่ง” ออกมากล่าวถึงมุมมองของเขาต่อ “ระบบการเงินโลกในอนาคต” หลังจากที่ดอลลาร์สหรัฐครองตำแหน่งสกุลเงินที่มีปริมาณการใช้งานมากที่สุดในโลกมาหลายทศวรรม พร้อมทั้งมองว่าในอนาคตอันใกล้การแข่งขันในภาคส่วนนี้จะดุเดือดมากขึ้น

“ในอนาคตระบบการเงินโลกจะพัฒนาไปสู่จุดที่เงินตราประจำชาติสักสองสามสกุลจะอยู่ร่วมกัน แข่งขันกัน และถ่วงดุลซึ่งกันและกัน” กงเซิ่นกล่าวในสุนทรพจนหลักที่ฟอรั่ม Lujiazui ประจำปีในเซี่ยงไฮ้

ผู้ว่าธนาคารกลางจีนกล่าวว่า ปัจจุบันมีการพูดคุยกันในหลายเวทีระดับโลกเกี่ยวกับการลดการพึ่งพาสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งที่มากเกินไปโดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบทบาทของสกุลเงินหยวนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนระดับโลกอยู่ในขาขึ้น

บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาความมั่นใจของนักลงทุนทั่วโลกต่อสหรัฐอเมริกาปรับตัวน้อยลงหลังจากไม่กี่เดือนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นสู่ตำแหน่งและสร้างความผันผวนเชิงนโยบาย หลังจากนั้นเป็นต้นมานักลงทุนเริ่มลดการถือครองดอลลาร์ลงจนกระทั่งผู้ว่าธนาคารกลางสหภาพยุโรป คริสติน ลาการ์ด ออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ที่สกุลเงินยูโรจะผงาดขึ้นมาอีกครั้ง

ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก เผยว่า “ค่าเงินดอลลาร์” เสื่อมค่าลงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ปอนด์ และฟรังก์ ตั้งแต่การขึ้นสู่ตำแหน่งของทรัมป์ รวมทั้งยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ของโลก

นอกจากนี้ ผู้ว่าแบงก์ชาติจีน กล่าวโดยอ้างอิงคอมเมนต์จากธนาคารกลางยุโรปที่ออกมาระบุว่า สถานะนำของดอลลาร์ในระบบการเงินโลกกำลังอยู่ในความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้นและสกุลเงินยูโรอาจเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบแลกเปลี่ยนเงินตราโลกแทน

จีนดันเงินหยวนสู่เวทีโลก

ในช่วงที่ผ่านมา จีนยังวางตําแหน่งเงินหยวนเป็นคู่แข่งกับดอลลาร์ ซึ่งว่ากันว่าเป็นการขยายความพยายามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในการสร้างจีนให้เป็น “มหาอํานาจทางการเงิน” ด้วยสกุลเงินที่มีเสถียรภาพเพียงพอที่จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการค้าโลก

บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก เสริมว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการขึ้นภาษีศุลกากรของโดนัลด์ ทรัมป์ยิ่งผลักดันความต้องการของประธานาธิบดีสี ให้ใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ผู้ส่งออกสหรัฐขอชำระค่าสินค้าด้วยสกุลเงินทางเลือก รวมทั้งเงินหยวน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของดอลลาร์

ในสุนทรพจน์ในวันพุธ ผู้ว่าแบงก์ชาติจีนกล่าวเปิดโดยประกาศนโยบายที่เตรียมที่จะทำในเซี่ยงไฮ้สำหรับตลาดการเงินในจีนแผ่นดินใหญ่และสนับสนุนหยวนสู่การเป็นสกุลเงินระดับโลก

ความพยายามดังกล่าวรวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความเป็นสากลของเงินหยวนดิจิทัลและการสํารวจการซื้อขายฟิวเจอร์สของสกุลเงินหยวน ซึ่งจะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์สําหรับผู้ค้าสกุลเงิน โดยPBOC จะสนับสนุนให้บริษัทการค้าออกพันธบัตรออฟชอร์ในเซี้ยงไฮ้

มุมมองต่อระบบการเงินโลกในอนาคต

เขายังได้กล่าวถึงประเทศต่างๆ ที่มีสกุลเงินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเรียกร้องให้พวกเขารับผิดชอบด้วยการผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างวินัยทางการคลังภายในประเทศและการกำกับดูแลทางการเงิน

เขากล่าวว่า หากระบบการเงินโลกพัฒนาไปสู่จุดที่มีหลายสกุลเงินถ่วงดุลอำนาจกันจะทำให้ระบบการเงินดังกล่าวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลกและผลักดันให้แต่ละประเทศปรับปรุงวินัยทางนโยบาย

"หนึ่งในทางเลือกคือการส่งเสริม “สกุลเงินระดับเหนือรัฐ” หรือ Super-sovereign Currency ซึ่งเป็นสกุลเงินที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐและออกโดยหน่วยงานระหว่างประเทศ รวมไปถึงการใช้ SDRs (Special Drawing Rights) หรือ "สิทธิถอนเงินพิเศษ" โดย SDRs เป็นสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศที่สร้างขึ้นโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในปี 1969 เพื่อเสริมสภาพคล่องของระบบการเงินระหว่างประเทศ

"แต่ยังขาดฉันทามติในการส่งเสริม SDRs ให้เป็นสกุลเงินระหว่างประเทศ และจำเป็นต้องมีการออก SDRs อย่างสม่ำเสมอและมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เนื่องจากปัจจุบันสินทรัพย์นี้ใช้เป็นหลักในช่วงเวลาวิกฤตเท่านั้น" เขากล่าว

"ในขณะเดียวกัน ระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนทั่วโลกกำลังมีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากมีประเทศจำนวนเพิ่มขึ้นที่ส่งเสริมการชำระค่าสินค้าด้วยสกุลเงินของตนเอง" พาน กล่าว

อ้างอิง: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...