โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดไทม์ไลน์'ชาล็อต'ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน ตร.ไซเบอร์รับโอนคดีคาด 1 สัปดาห์คืบหน้า

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางสาวชาล็อต ออสติน นางงามในสังกัด แถลงข่าวเล่าลำดับเหตุการณ์ และสาเหตุถูกมิจฉาชีพหลอกเอาเงิน 4 ล้านบาท ยอมรับเสียใจที่ตัวเองถูกหลอก ด้านตำรวจไซเบอร์เดินทางเข้ารับข้อมูลเตรียมโอนคดีมาไว้ในความรับผิดชอบ คาด 1 สัปดาห์มีความคืบหน้า

คลิปวีดีโอที่ถูกบันทึกเอาไว้ ในช่วงเช้าวันที่ 8 ธันวาคม นางสาวชาล๊อค ได้พูดคุยกับมิจฉาชีพนานกว่า 16 ชั่วโมง วิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพจะใช้ระบบ AI แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ อ้างว่านางสาวชาล๊อต เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดี ฟอกเงินหุ้นบริษัท STARK และได้รับเงินค่าจ้างเปิดบัญชีเป็นรายเดือน เดือนละ 800,000 บาท จึงขอตรวจสอบบัญชี โดยให้วิดีโอคอลผ่านแอบลิเคชั่นไลน์ และบังคับกดลิงค์ เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ โดยคาดว่าลิงค์ดังกล่าวทำให้โทรศัพท์ถูกบล็อคเบอร์จากบุคคลอื่น ไม่สามารถโทรติดต่อสื่อสารได้ พร้อมแสดงหลักฐานเป็นเอกสารทางราชการ ที่ปลอมแปลงขึ้นมาสร้างความน่าเชื่อถือ

ทั้งนี้ นางสาวชาล๊อคหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ตรวจสอบตามเลขบัญชีที่ส่งมาให้ ซึ่งเป็นชื่อบัญชีของนางสาวปาริชาติ เป็นบัญชีม้า โดยโอนเงินเป็นจำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรกในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 7 ธันวาคม โอนเงินเป็นจำนวน 2 ล้านบาท มิจฉาชีพพยายามยื้อเวลาในการพยายามให้วีดีโอคอลตลอดบังคับไม่ให้ติดต่อผู้อื่นอ้างว่าจะถูกดำเนินคดีไปด้วย บังคับให้โอนเงินอีกจำนวน 500,000 บาท เมื่อการพูดคุยสอบถามพบว่ามีเงินในบัญชีเหลือ จึงบังคับให้โอนเงินรอบที่ 3 อีกจำนวน 1,500,000 บาท รวมความเสียหายทั้งหมดเกือบ 4 ล้านบาท แต่มิจฉาชีพยังไม่ลดละความพยายาม พยายามสอบถามเงินจากบัญชีอื่นเพื่อให้โอนเงินไปตรวจสอบ จนกระทั่งเจ้าตัวรู้ตัวในเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม จึงได้ตัดสินใจโทรทำการอายัดบัญชีชั่วคราวและบันทึกภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐานพร้อมเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดยอมรับว่าตนรู้สึกเสียใจที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ด้านนายณวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่เชื่อว่าไม่สามารถติดตามเงินคืนได้แล้ว จึงอยากให้เป็นอุทาหรณ์ ต่อสังคม อย่าหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบด้วยวิธีใดก็ตาม เนื่องจากหน่วยงานทางภาครัฐของประเทศ ไทยไม่มีมาตรการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทางออนไลน์ หรือเรียกตรวจสอบเงินจากบัญชีทางสื่อสังคมออนไลน์ใดๆทั้งสิ้น หากสงสัยให้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องโดยตรง ส่วนกรณีของนางสาวชาล๊อต ซึ่งเป็นนางงามในต้นสังกัด ตัวเองพร้อมที่จะดูแลเป็นเรื่องของการทำงานและเป็นกำลังใจให้ต่อไป

ภายหลังการแถลงข่าว พลตำรวจตรีวิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชา การตำรวจสืบสวนสอบสวนมหาชนชาวเทคโนโลยี และพลตำรวจตรีชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและสอบสวน ได้เดินทางเข้ามารับข้อมูล

โดยพลตำรวจตรีวิวัฒน์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้นทราบว่าทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร และทางพนักงานสอบสวนได้อายัดบัญชีไว้เบื้องต้นแล้ว ทราบเป็นการโอนเข้าบัญชีม้า และถูกโอนออกไปยังบัญชีอื่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยจะโอนย้ายคดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบ สน.สุทธิสาร มาอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เป็นผู้รับผิดชอบ เร่งติดตามสืบสวนขยายผลให้เร็วที่สุด คาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในหนึ่งสัปดาห์

ส่วนหลักฐานที่เป็นคลิปบันทึกเอาไว้ขณะมีการพูดคุยกับมิจฉาชีพที่ใช้ระบบ AI เป็นลักษณะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่นั้น ยอมรับว่านวัตกรรมของมิจฉาชีพ ที่มีความก้าวหน้าไปมาก โดยจะใช้การเชื่อมต่อสัญญาณผ่านระบบดาวเทียวสตาร์เทค สุ่มผู้เสียหายหลอกเอาเงิน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะหลอกถามเอาข้อมูล ตามแผนการของมิจฉาชีพ โดยที่ผ่านมามีหลายคดีที่ตำรวจสามารถนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายได้ ซึ่งจากหลักฐานเบื้องต้นคาดว่าคดีของคุณชาล๊อต ไม่ใช่คดีที่ซับซ้อน ถึงแม้ปลายทางจะมีการโอนเงินเปลี่ยนเป็นสกุลดิจิตอลแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางการเงินได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...