โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เวียดนาม เร่งแผนลดหย่อนภาษี มุ่งดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าตลาดหุ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ม.ค. 2568 เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2568 เวลา 08.10 น.

เวียดนาม ยกระดับการปฏิรูปมาตรการ หวังดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าสู่ตลาดหุ้นในประเทศ รวมถึง ลดหย่อนภาษี ท่ามกลางกระแสกังวลภาษีทรัมป์

วันที่ 20 มกราคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เวียดนามกำลังวางแผนปฏิรูปหลายรายการเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะรักษาเงินทุนไหลเข้าให้เพียงพอสำหรับเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มาตรการที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ รวมถึงการลดหย่อนภาษีและแรงจูงใจด้านค่าธรรมเนียมสำหรับบริษัทจัดการกองทุน

นายบุย ฮวง ไฮ รองประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งเวียดนาม กล่าวว่า ลำดับความสำคัญสูงสุดของหน่วยงานในปี 2568 คือการกำจัดอุปสรรคเพื่อให้ตลาดน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น โดยเน้นที่การปฏิรูปตลาดหุ้น พร้อมเสริมว่าตลาดหุ้นของเวียดนามมีขนาดค่อนข้างใหญ่ในภูมิภาคนี้ และยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ขั้นตอนการกำกับดูแลเพิ่มเติม ได้แก่ การทำให้ขั้นตอนการเปิดบัญชีสำหรับบัญชีทุนการลงทุนทางอ้อมง่ายขึ้น และกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ เปิดเผยข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โดยตลาดหลักทรัพย์หลักของฮานอยและโฮจิมินห์ได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินการนำระบบซื้อขายใหม่มาใช้เพื่อปรับปรุงเวลาการชำระเงิน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้ดำเนินการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นให้มากขึ้นในสายตากองทุนทั่วโลกรวมถึงความพยายามขอการจัดประเภทตลาดเป็นตลาดเกิดใหม่ ในดัชนี FTSE Russell โดยในเดือนพ.ย. 2568 เวียดนามได้ยกเลิกข้อกำหนดที่นักลงทุนจากต่างประเทศต้องจัดหาเงินทุนล่วงหน้าสำหรับการซื้อขายหุ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการแก้ไขอุปสรรคสำคัญในการยกระดับตลาดของประเทศ

แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ แต่ความท้าทายยังคงอยู่ โดยนายรูเชียร์ เดซาย ผู้จัดการกองทุนของ Asia Frontier Capital Ltd. ในฮ่องกง กล่าวว่า ข้อจำกัดในการถือครองหุ้นของต่างชาติในภาคส่วนสำคัญ ๆ เช่น ธนาคาร การขนส่ง และค้าปลีก ยังคงทำให้ผู้ลงทุนบางส่วนลังเลใจ นอกจกานี้แล้ว การดำเนินนโยบายใหม่ใด ๆ โดยรัฐบาลสหรัฐ ใช้ภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้นักลงทุนต่างประเทศมีความระมัดระวังมากขึ้น

ดัชนี VN ของเวียดนาม ร่วงลง 2.8% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่สหรัฐจะบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้แล้ว ในช่วงเวลาเดียวกัน เงินดองอ่อนค่าลงประมาณ 0.5%

ทั้งนี้นายแวมมิง ตู้ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายดัชนีของ FTSE Russell กล่าวในการประชุมสุดยอดเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า หากตลาดหุ้นของเวียดนามสามารถบรรลุสถานะตลาดเกิดใหม่ได้ ก็จะสามารถดึงดูดเงินทุนไหลเข้าจากกองทุนเชิงรับและเชิงรุกได้ มากถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรถึง ถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...