เวียดนาม เร่งแผนลดหย่อนภาษี มุ่งดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าตลาดหุ้น
เวียดนาม ยกระดับการปฏิรูปมาตรการ หวังดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าสู่ตลาดหุ้นในประเทศ รวมถึง ลดหย่อนภาษี ท่ามกลางกระแสกังวลภาษีทรัมป์
วันที่ 20 มกราคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เวียดนามกำลังวางแผนปฏิรูปหลายรายการเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะรักษาเงินทุนไหลเข้าให้เพียงพอสำหรับเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มาตรการที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ รวมถึงการลดหย่อนภาษีและแรงจูงใจด้านค่าธรรมเนียมสำหรับบริษัทจัดการกองทุน
นายบุย ฮวง ไฮ รองประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งเวียดนาม กล่าวว่า ลำดับความสำคัญสูงสุดของหน่วยงานในปี 2568 คือการกำจัดอุปสรรคเพื่อให้ตลาดน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น โดยเน้นที่การปฏิรูปตลาดหุ้น พร้อมเสริมว่าตลาดหุ้นของเวียดนามมีขนาดค่อนข้างใหญ่ในภูมิภาคนี้ และยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ขั้นตอนการกำกับดูแลเพิ่มเติม ได้แก่ การทำให้ขั้นตอนการเปิดบัญชีสำหรับบัญชีทุนการลงทุนทางอ้อมง่ายขึ้น และกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ เปิดเผยข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โดยตลาดหลักทรัพย์หลักของฮานอยและโฮจิมินห์ได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินการนำระบบซื้อขายใหม่มาใช้เพื่อปรับปรุงเวลาการชำระเงิน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้ดำเนินการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นให้มากขึ้นในสายตากองทุนทั่วโลกรวมถึงความพยายามขอการจัดประเภทตลาดเป็นตลาดเกิดใหม่ ในดัชนี FTSE Russell โดยในเดือนพ.ย. 2568 เวียดนามได้ยกเลิกข้อกำหนดที่นักลงทุนจากต่างประเทศต้องจัดหาเงินทุนล่วงหน้าสำหรับการซื้อขายหุ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการแก้ไขอุปสรรคสำคัญในการยกระดับตลาดของประเทศ
แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ แต่ความท้าทายยังคงอยู่ โดยนายรูเชียร์ เดซาย ผู้จัดการกองทุนของ Asia Frontier Capital Ltd. ในฮ่องกง กล่าวว่า ข้อจำกัดในการถือครองหุ้นของต่างชาติในภาคส่วนสำคัญ ๆ เช่น ธนาคาร การขนส่ง และค้าปลีก ยังคงทำให้ผู้ลงทุนบางส่วนลังเลใจ นอกจกานี้แล้ว การดำเนินนโยบายใหม่ใด ๆ โดยรัฐบาลสหรัฐ ใช้ภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้นักลงทุนต่างประเทศมีความระมัดระวังมากขึ้น
ดัชนี VN ของเวียดนาม ร่วงลง 2.8% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่สหรัฐจะบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้แล้ว ในช่วงเวลาเดียวกัน เงินดองอ่อนค่าลงประมาณ 0.5%
ทั้งนี้นายแวมมิง ตู้ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายดัชนีของ FTSE Russell กล่าวในการประชุมสุดยอดเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า หากตลาดหุ้นของเวียดนามสามารถบรรลุสถานะตลาดเกิดใหม่ได้ ก็จะสามารถดึงดูดเงินทุนไหลเข้าจากกองทุนเชิงรับและเชิงรุกได้ มากถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรถึง ถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ้างอิง : bloomberg.com