โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบสุ่มฟรีเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 16.12 น. • คุณสิบสาม
เสียแม่ไปไม่ถึงอาทิตย์ชีวิตเหมือนจะไม่ดีเท่าไร แต่อยู่ๆส้มก็ได้ 'ระบบสุ่มฟรี' มาเป็นของตัวเอง ไม่จ้อจี้ ไม่โม้ ไม่โกหกแต่อย่างใด ไหนภารกิจ ไหนเงื่อนไขก่อนจะได้รางวัล ระบบฟรีแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ!?!?

ข้อมูลเบื้องต้น

คำโปรย

ส้ม เพิ่งจะเสียแม่ไปไม่ถึงอาทิตย์ ชีวิตที่ต้องทำงานขายข้าวแกงที่ตลาดและเรียนไปด้วยเหมือนจะแย่ไม่น้อย

แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ดันได้ ‘ระบบสุ่มฟรี’ มาโดยไม่รู้ตัว ได้มายังไงก็ไม่รู้ แถมยังไม่ต้องทำอะไรซักอย่าง!

ไม่ต้องทำภารกิจ ไม่ต้องทำตามเงื่อนไขเหมือนในนิยายหรือการ์ตูนที่อ่านก็สามารถสุ่มได้รางวัลดีๆมาแล้ว

อิหยังวะคะ! ระบบที่ให้สุ่มรางวัลฟรีๆ แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ!?!?

**** ตารางอัพไม่เป็นเวลาครับ แต่จะพยายามอัพให้บ่อยที่สุดครับ ****

มีตอนติดเหรียญล่วงหน้าครับ (ปลดฟรี 2 วันหนึ่งตอน)

ราคาล่วงหน้าคือ 2 เหรียญ = 1 บาท (มีตัวอักษรมากกว่า 9,000 หรือมากว่า 1,500 คำ)

การซื้อเหรียญล่วงหน้าเป็นแบบซื้อถาวร

หลังจากนิยายจบไรท์กลับมาติดเหรียญ+อัพราคาไม่ต้องซื้อซ้ำ

ทักทาย

สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามาและตามมาจากเรื่องเก่าๆครับ

เรื่องนี้เป็นนิยายแนวรัก+แฟนตาซี เป็น ช-ญ ไม่วายนะครับ (อ่านBLเชิญเลือกดูเรื่องอื่นในคลังไรท์ครับ)

พอดีไรท์ชอบนิยายแนวระบบไม่น้อยเหมือนกัน ฝันอยากมีบ้างเลยเอาความอยากมาแต่งซะเลย

ตอนแรกคิดๆอยู่ว่าจะเอาคู่ ช-ช หรือ ช-ญ ดี สุดท้ายก็อยากแต่ง ช-ญ เลยได้เป็นเรื่องนี้ครับ

นางเอกจะเป็นคนดำเนินเรื่อง ก็ต้องสู้ชีวิตกันไป ตามพล็อตระบบและชื่อเรื่องครับ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ใครลองอ่าน 2-3 ตอนแล้วคิดว่าชอบหรือพออ่านคลายเครียดได้ก็เชิญนะครับ

ขอบคุณที่เข้ามาสนใจและอ่านกันนะครับ

เลิฟฟฟฟฟฟฟ ม๊วฟฟฟฟฟ

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องแต่ง โปรดอ่านเพื่อความบันเทิง

หากพบจุดผิดพลาด คำผิด สามารถแจ้งได้นะครับ

ขอบคุณสำหรับการอ่านและสนับสนุน เลิฟฟฟฟ ม๊วฟฟฟฟ

ชีวิตที่ดีกว่าเดิม 1 (1/2)

ปักๆ!

“เอาหมูแดง 2 กิโล กระดูก 1 กิโลนะพ่อค้า”

“ได้ๆ”

“นี่จ้า 4 ถุง 100 บาท”

“เข็นให้มันเร็วๆหน่อยสิวะเอ็งน่ะ!”

โปกๆ!!

ซ่า~

เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนมากมายที่เดินตลาดในยามเช้ามืดดังขึ้นระงม ตลาดเช้าของแถบชานเมืองหลวงที่แสนสิวิไลซ์ แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในตลาดที่เปิดให้ชาวบ้านทั่วไปได้เอาของมาขายกันอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตลาดที่ว่าคือตลาดเช้ามืดที่อยู่แถบชานเมืองของเมืองกรุงที่แสนยิ่งใหญ่ชื่อว่าตลาดคลองผุด

ณ แผงขายข้าวแกงแห่งหนึ่งในตลาดก็มีผู้คนต่างเดินมาจับจ่ายเลือกซื้อข้าวและกับข้าวกันตลอดไม่มีหมด โดยร้านข้าวแกงยายสร้อยจะเปิดตั้งแต่ ตี 3 ไปจนถึงกับข้าวจะหมดหรือสายสุดก็ราวๆ 10 โมงเช้า

หลังแผงขายกับข้าวที่ว่ามีร่างของเด็กสาวอายุราวๆ 15-16 ยืนขายข้าวแกงอย่างขยันขันแข็ง ใบหน้าน่ารัก ดวงตากลมโต จมูกโด่งเล็กน้อยดูแล้วรั้นๆ ปากเล็กเป็นกระจับสีชมพูระเรื่อที่แก้มมีกระขึ้นอยู่บางเบา มันไม่ได้ดูน่าเกียจเลยซักนิดแต่กลับส่งเสริมให้เจ้าของใบหน้าดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นหลายเท่าแทน

เสียอย่างเดียวคือเจ้าตัวดูผอมบางไปเสียหน่อยอีกทั้งดวงตาคู่กลมโตที่ควรสดใสกลับดูเศร้าสร้อยไม่สมกับเด็กสาววัยรุ่นที่ควรมีแต่ความร่าเริงเลยซักนิด

“ข้าวสวยกับแกงหนึ่งอย่างนะคะ”

“ใช่จ้า”

“แกง 40 บาท ข้าวสวย 20 บาททั้งหมด 60 บาทค่ะ” เสียงใสเอ่ยตอบใบหน้าของเด็กสาวก็ยิ้มให้กับลูกค้าแม้จะดูไม่ร่าเริงเท่าไรแต่ก็ดูไม่แย่ ลูกค้าที่อายุมากเห็นแบบนั้นก็ส่งยิ้มให้อย่างใจอ่อนพร้อมหยิบเงินจ่ายให้อย่างไม่อิดออด

“นี่จ้ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

ส้ม หรือ ธรีพร ถนอมคำ เด็กสาวที่เป็นลูกสาวเจ้าของร้านข้าวแกงยายสร้อยรับเงินแบงค์ร้อยมาก่อนจะถอนเงินและเอ่ยขอบคุณลูกค้าไปอย่างคล่องแคลว หลังลูกค้าเดินจากไปเด็กสาวก็หันไปจัดการตักกับข้าวจากหม้อที่ตั้งเรียงรายบนแผงร้านใส่ในถุงแกงร้อนและมัดไว้ ก่อนจะจัดเรียงให้เป็นระเบียบบนแผงเช่นปกติ

แม้ดวงตากลมโตจะมีแต่ความเศร้าเสียใจแต่สุดท้ายร่างเล็กก็ฝืนอดทน มือเล็กขยับทำงานอย่างขยันไม่มีชักช้าเมื่อลูกค้าคนใหม่เดินเข้ามาเลือกก็ขายข้าวแกงเช่นนั้นไปจนตลาดวายและก็ขายจนหมดในเวลา 10 โมงเศษๆ

บรื้น~

“ส้ม น้ามารับแล้ว”

เสียงเรียกของชายวัยกลางคนตะโกนเรียกหาร่างบางที่กำลังเก็บของบนแผงของตัวเองไม่หยุด ส้มเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าเป็นน้าชายของตัวเองที่มารับข้าวของเพื่อกลับบ้านไปจัดเก็บและล้างทำความสะอาด ร่างบางพยักหน้าก่อนจะก้มหน้าก้มตาตรวจสอบของต่างๆอีกครั้ง เมื่อตรวจเช็คของที่มีและของใหม่สำหรับเตรียมไว้ทำกับข้าวในวันพรุ่งนี้แล้วก็ออกจากแผงช่วยขนของไปใส่รถพ่วงข้างของน้าชายที่ชื่อว่าหนุ่มทันที

“ส้ม ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนได้นะ หลานไม่ต้องฝืนหรอกรู้ไหม”

หนุ่มที่ขนของมาใส่รถพ่วงของตัวเองเอ่ยทักหลานสาวของตัวเองอย่างอ่อนใจ ร่างเล็กชะงักกับประโยคของน้าชายเพียงครู่ก่อนจะเงยหน้าที่ตอนนี้ดวงตาแดงกำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้แล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังฝืนไม่หลุดร้องไห้ออกมาและตอบกลับน้าชายของตนว่า

“ไม่หรอกน้า ส้มทำไหว ส้มไม่อยากให้ร้านของยายที่แม่รับช่วงต่อหายไปจ้ะ”

ส้มเอ่ยออกมาอย่างอดทน แม้ในใจจะแตกสลายไปหลายพันหลายหมื่นครั้งแล้วก็ตาม ดวงใจดวงนี้มันแทบแตกสลายเมื่อเรื่องของแม่อันเป็นที่รักที่เพิ่งเสียไปเมื่ออาทิตย์ก่อนมันถูกนึกถึงอีกครั้ง

ใช่แล้ว

ส้มไม่เหลือใครอีกแล้ว

เด็กสาวอายุ 16 ปีนามว่าส้มเพิ่งจะเสียมารดาอันเป็นที่รักไปเมื่ออาทิตย์ก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ที่เจ้าของรถที่ขับชนแม่เธอตอนออกไปซื้อของหน้าปากซอยดันเป็นลูกชายของสส.ชื่อดัง เจ้าตัวเพียงเอ่ยเล่าว่าแม่เธอพุ่งออกมาจากข้างทางออกมาให้รถชนเอง ตำรวจที่ถูกซื้อด้วยเงินและหวาดกลัวอำนาจก็พลันเชื่อและบอกว่าแม่เธอเป็นคนผิดแทน

ส้มต้องสูญเสียแม่ที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวไป พร้อมทั้งโดนตำรวจตำหนิยกใหญ่เพราะบอกว่าแม่เธอจนและคิดจะขว้างรถเพื่อหลอกเอาเงินจากคนรวยๆ ส้มบอกว่าไม่ใช่ก็โดนตำรวจคนอื่นๆทำท่าทางน่ากลัวใส่สุดท้ายเธอก็ต้องถูกน้าชายลากออกมาจากสถานีตำรวจและกลับบ้านพร้อมเสียงสะอื้นที่เสียแม่ไปโดยที่ทวงความยุติธรรมให้กับแม่ตัวเองไม่ได้เลย

รถที่ขับมาด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแถมคนขับยังไม่มีแม้แต่ใบขับขี่รถยนต์อย่างถูกต้องไม่โดนโทษอะไรเลย ส่วนแม่เธอกลับถูกใส่ความว่าโดนแม่เธอที่เป็นแม่ค้าขายข้าวแกงแสนจน หมายจะโดดลงถนนเพื่อหวังเงินปลอบขวัญจากคนรวย แค่คิดก็อยากต่อยหน้าไอ้คนขับรถที่ว่า ติดเพียงแค่เธอมันแค่ประชาชนตาดำๆที่สู้คนมีเงินและอำนาจไม่ได้เลย!

“เฮ้อ น้าว่าส้มย้ายมาอยู่กับน้าเถอะ เป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวอยู่บ้านคนเดียวมันอันตรายนะ”

น้าชายเอ่ยออกมาอย่างปลงๆร่างสูงของชายอายุราวๆ 40 ต้นๆก็สตาร์ทรถมอไซต์พ่วงข้างที่ขนของมาครบแล้วออกไปโดนมีหลานสาวนั่งซ้อนท้ายนิ่งๆอยู่อย่างช้าๆ

“ส้มขอคิดดูก่อนนะคะ ส้มไม่อยากให้น้าอรกับน้องม่อนลำบากใจค่ะ อีกอย่างบ้านน้าก็มีห้องแค่สองห้อง ส้มไม่กล้าไปแย่งห้องม่อนหรอกค่ะ น้องโตเป็นหนุ่มแล้วต้องมีห้องส่วนตัว”

ส้มให้เหตุผลกับน้าชายอย่างตรงไปตรงมา น้าชายเป็นน้องชายของแม่เธอเอง น้าหนุ่มแต่งงานกับน้าอรมีบ้านอยู่คนละซอยกับบ้านของเธอ ทั้งสองคนมีลูกชายอายุ 13 ปีอยู่ด้วย บ้านก็หลังกลางๆค่อนไปเล็กโดยหน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายข้าวแกงที่รสมือไม่ต่างจากข้าวแกงที่เธอขายเท่าไร เนื่องจากฝีมือทำอาหารของครอบครัวฝั่งแม่ล้วนแต่ดีกันทุกคน น้าชายจึงได้ความสามารถไปพอๆกับแม่ของเธอ

ร้านของน้าหนุ่มเปิด 7 โมงปิด 4 โมงเย็น ส่วนแผงลอยของเธอเปิดเช้ามืดเวลาไม่ได้ชนกัน อีกทั้งของเธอขายให้กับพวกที่ซื้อไปขายต่อตามที่ต่างๆหรือซื้อเพื่อกลับไปกินบ้าน ส่วนร้านน้าชายขายแบบนั่งกินที่ร้านหรือซื้อแบบใส่กล่องไปกินที่บ้านหรือที่ทำงาน ยิ่งบ้านน้าอยู่ติดกับโรงงานเย็บผ้าจึงขายให้กับพนักงานโรงงานมากกว่า ทำให้ร้านข้าวแกงกับร้านข้าวของน้าชายไม่แย่งลูกค้ากัน

“อรก็เป็นห่วงส้มนั่นแหละ หรือจะให้น้ากับอรมาอยู่เป็นเพื่อนละ” หนุ่มยังถามหลานสาวของตัวเองอย่างเป็นห่วง เพราะให้ส้มอยู่บ้านของพี่สาวตัวเองคนเดียวก็น่าเป็นห่วงเกินไปจริงๆ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่อยู่อีก 2 ปี ส้มก็ว่าจะย้ายไปอยู่หอของมหาลัยแล้วละคะ”

“แต่อีกตั้ง 2 ปีเลยนะ ถ้าเกิดปัญหาระหว่างนั้นละ”

“ลุงจันกับป้าผ่องอยู่บ้านข้างๆ ไหนจะพี่สมรกับลูกชายพี่แกอย่างน้องทินละคะ น้าไม่ต้องห่วงนะคะ หนูอยู่ได้” ส้มเอ่ยบอกไปตามตรง

บ้านข้างๆที่ขนาบเธอก็เป็นเพื่อนบ้านคุ้นเคยกันดี ทั้งสองหลังล้วนแต่เป็นคนรู้จักที่สนิทสนมกับแม่เธอและเธอมาตลอด ดังนั้นส้มจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะสำคัญคือเธอไม่อยากไปอยู่บ้านของน้าซึ่งมันรบกวนน้ามากไป อีกอย่างคือเธอต้องทำกับข้าวมาขายที่ตลาดจึงไม่สะดวกที่จะทำที่ครัวของน้าชาย

ทำที่บ้านที่คุ้นเคยกับชินมือมันง่ายกว่านั่นแหละ

“เฮ้อ น้าไม่รู้จะกล่อมเรายังไงแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงส้มก็ห้ามประมาทนะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นให้โทรหาน้าทันทีเข้าใจไหม” หนุ่มถอนหายใจอย่างปลงๆก่อนจะเอ่ยเตือนและสั่งความทิ้งไว้กับหลานสาวคนเดียวของตัวเองแทน

“ค่ะ ส้มจะทำตามที่น้าหนุ่มบอกแน่นอนค่ะ” ส้มเอ่ยปากรับคำอย่างจริงจัง หนุ่มที่ได้ยินก็โล่งอกขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพากันขับบรถกลับไปบ้านของส้มอย่างช้าๆ

เมื่อถึงบ้านหลังเล็กที่มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ กับอีก 1 ห้องนั่งเล่น ก็พากับช่วยขนของลงไปไว้ที่พื้นข้างๆบ้านซึ่งถูกปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่ทำครัวแบบด้านนอก ลานที่ถูกเทปูนมีเครื่องครัวครบครันชเตาแก๊ส 2 ถัง กระทะและหม้อมีหลายใบหลายขนาดเพราะต้องทำอาหารหลายอย่าง ตู้กับข้าวมี 2 ตู้เพื่อเก็บเครื่องปรุงและวัตถุดิบแห้งที่ไม่เสียง่ายๆ ส่วนลึกเข้าไปจะมีประตูเชื่อมเข้าบ้านเพื่อเปิดไปหยิบของสดที่อยู่ในตู้แช่ขนาดกลางที่มีไว้สำหรับแช่ของสดซึ่งอยู่ในห้องนั่งเล่นพอดี

“ขอบคุณค่ะน้าหนุ่ม” ส้มไหว้ขอบคุณน้าหนุ่มก่อนจะส่งยิ้มให้กับผู้เป็นน้าเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันดูเศร้าหมองเกินไป

“ไม่เป็นไร งั้นอยู่บ้านดีๆ เดี๋ยวเย็นๆน้าขับมาตรวจดูอีกทีแล้วกัน”

“ค่ะน้า”

ส้มฟังจบก็ตอบรับคำเพราะเข้าใจว่าน้าหนุ่มเป็นห่วงเธอจากใจจริง หลังมองส่งน้าหนุ่มออกจากรั้วไม้สูงประมาณอกไปแล้วก็เดินตามไปปิดประตูรั้วด้านในเรียบร้อยก็หันหลังกลับมาจัดการข้าวของที่ขนไปขายวันนี้แทน

กับข้าวเหลืออยู่สองอย่างสำหรับเป็นอาหารเที่ยงของส้มจากนั้นอย่างอื่นทั้งหม้อ กระทะ หรือข้าวของต่างๆก็ถูกทำความสะอาดและวางคว่ำไว้ในพื้นที่ล้างจานเพื่อรอแห้งและนำไปใช้อีกครั้งในตอนเช้ามืดเวลาตี 1-2 อีกรอบ

แอ้ดดด~

ร่างบางเปิดประตูเข้าบ้านหลังเล็กชั้นเดียวอย่างช้าๆ ภาพเสียงบ่นของแม่ที่มักบอกว่าร้อนหรือบนว่าฝนตกน้ำท่วมมักจะท่วมจนเกือบข้อเท้า ถ้าไม่กั้นน้ำด้วยกระสอบทรายดังขึ้นมาอย่างแววๆ ดวงตากลมโตพลันแดงกำเพราะความทรงจำที่อยู่ร่วมกันแม่ที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงอาทิตย์ดี

“ฮึกๆ ฮือออ แม่จ้า ฮื้ออออ”

ส้มทรุดตัวลงหลังปิดประตูหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว เสียงร้องไห้ที่พยายามเบาที่สุดเพราะกลัวบ้านข้างๆรู้ ร่างบางขุดคูให้หัวพิงซบกับเข่าใช้อ้อมแขนเล็กทั้งสองตระกองกอดตัวเองอย่างปลอบโยน…แม้รู้ว่ามันจะไม่อบอุ่นเหมือนที่แม่กอดก็ตาม

// ฝากตัวหนูส้มไว้ให้นักอ่านติดตามด้วยนะครับ

ชีวิตที่ดีกว่าเดิม 1 (2/2)

“ฟู้ววว~”

ส้มนั่งร้องไห้กับตัวเองไปนานเกือบชั่วโมงสุดท้ายเสียงก็แหบเล็กน้อย น้ำตาที่หางตาเหลืออยู่เบาบางแต่ความรู้สึกที่คิดถึงและโหยหายังคงมีมากมายไม่ต่างจากเดิม เพียงแต่วันนี้เป็นอีกวันที่ส้มร้องไห้น้อยลงหลังจากแม่เสียไป

เพราะวันแรกที่รู้เธอร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน ยิ่งช่วงทำพิธีศพก็ร้องไห้ไม่เว้นเลยซักวัน พอหลังจากงานศพของแม่จึงเริ่มทำใจได้และร้องไห้น้อยลงเรื่อยๆ แม้จะยังร้องไห้อยู่แต่เธอรู้ว่าตัวเองจะต้องเข้มแข็ง ถึงมันจะใช้เวลานานเพราะเธอคงไม่อาจแข็งแกร่งภายในเวลาไม่นานได้ แต่ส้มรู้ว่าอีกไม่นานเธอก็จะกลับมาเป็นคนที่ร่าเริงและกวนโอ้ยอย่างที่เพื่อนๆบอกได้เหมือนเดิม

“โชคดีจริงๆที่ตอนนี้ปิดเทอม” ส้มพึมพำออกมาอย่างดีใจนิดๆ

เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมสองเพื่อรอเลื่อนชั้นไป ม.6 ในเดือนหน้า โชคดีที่สองคือส้มเป็นคนเรียนเก่งและไม่ขี้เกียจ ด้วยความที่อดีตมีเพียง 3 คนอย่าง ยาย แม่และส้มในบ้านหลังน้อยทั้งสามคนเลยสู้ชีวิตกันตลอด ขยันทำงาน ทำมาหากินและประหยัดกันมาก ส้มที่เห็นยายกับแม่ขยันเจ้าตัวเลยขยันตามทั้งยังตั้งใจเรียนและรับรู้ว่าตัวเองเรียนเก่งอยู่ไม่น้อย

ถ้าถามว่ามั่นใจได้ไงว่าตัวเองเรียนเก่ง?

ก็เพราะเธอสามารถเข้าในโจทย์หรือเนื้อหาการเรียนการสอนของครูได้เพียงแค่อ่านหรือทำความเข้าใจแค่ 2-3 ครั้งยังไงละ

ถึงไม่ใช่อัจฉริยะที่สามารถเข้าใจได้ในรอบเดียวแต่เธอก็มั่นใจว่ารอบสองหรือสามเธอก็เข้าใจแล้วเช่นกัน ดังนั้นเรื่องเรียนไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงของเธอเลยซักนิด และเธอก็หวังว่าจะสามารถเรียนสูงๆเพื่อให้คุณยายกับคุณแม่ของเธอดีใจที่ลูกสาวหลานสาวเรียนจบปริญญาตรีได้

น่าเสียดาย

คุณยายของเธอเสียไปเมื่อ 2 ปีก่อนและเธอก็มาเสียแม่ของเธอไปอีกเมื่ออาทิตย์ก่อน หัวใจของส้มปวดร้าวและแตกสล่ายแต่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากมีชีวิตอยู่ต่อไป หลายครั้งเฝ้าถามว่าเธอจะอยู่ไปทำไมในเมื่อไม่มีแม่กับยายแล้วเหลือแค่เธอคนเดียว แต่แล้วในที่สุดประโยคของยายเธอที่แม่ชอบพูดให้ฟังเสมอก็ถูกนึกถึง

‘ชีวิตคนเรามีอะไรให้ทำมากมายทั้งสุขและเศร้า ยายไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้ลูกๆหลานๆใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดก็พอ’

“ใช้ชีวิตให้มีความสุข”

ส้มเอ่ยออกมาอย่างแน่วแน่ดวงตากลมโตจากเศร้าสร้อยเริ่มมีประกายสดใสขึ้นมาในแววตาเล็กน้อย หัวใจของเธอยังมีคำสอนและความทรงจำของทั้งสองคนอยู่ เธอยังไม่หายเศร้าเสียใจหรอกเพียงแค่ให้เวลามันรักษาหัวใจที่ร้าวจนเกือบแตกเป็นผงให้แข็งแรงขึ้นในอนาคตก็พอ

เธอทำได้สิ!!

ตุบ!

ร่างบางในชุดนอนแขนสั้นและกางเกงขายาวเนื้อบางล้มตัวลงนอนในห้องนอนของตัวเอง ส้มพลิกใบหน้ามานอนหงายมองเพดานห้องอย่างเหม่อลอย ดวงตากลมโตกระพริบมองเพดานไม้สีน้ำตาลอย่างนั้นเกือบนาทีก่อนจะค่อยๆหลับตาและพยายามกล่อมให้ตัวเองนอนหลับไปให้ได้ จนในที่สุดเธอก็เริ่มเคลิ้มๆใกล้จะหลับเพราะน่าจะเหนื่อยกับการร้องไห้ของวันนี้

ติ๊ง!

[ยินดีด้วยค่ะ คุณได้ระบบสุ่มฟรี ฉลองการมีระบบครั้งแรก คุณได้รับโอกาสสุ่ม 1 ครั้ง ต้องการสุ่มเลยไหมคะ?]

“หื้อ?”

ส้มที่นอนอยู่และกำลังจะเคลิ้มหลับหลังจากพูดคุยบอกลากับน้าหนุ่มที่กลับไปแล้ว เพราะมาดูความเรียบร้อยของเธอลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงงเสียงที่ดังอยู่ไม่ไกลทำให้เธอตกใจลืมตาขึ้นมามองหาต้นตออย่างเร็วรวด เพียงแต่สิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่คนหรืออะไรที่เหมือนผีหรือวิญญาณ แต่เป็นกล่องข้อความสีฟ้าน้ำเงินที่ลอยอยู่เบื้องหน้าเธอกลางอากาศต่างหาก!

[คุณต้องการรับการสุ่มไหมคะ หากต้องการกรุณาเอ่ยในใจหรือเอ่ยออกมาว่า ‘สุ่ม’ ค่ะ]

“ใครน่ะ!?”

ส้มที่ได้ยินเสียงอีกรอบเอ่ยถามออกมาอย่างตกใจ ร่างเล็กผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะขดตัวเป็นก้อนและใช้หลังพิงหัวเตียงอย่างหวาดกลัว ดวงตากลมโตมองไปรอบๆห้องแต่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหน้าจอที่เหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟหรือเกมส์การ์ตูนที่อยู่ตรงหน้า

[ระบบเองค่ะ]

“ระบบ?”

[ใช่ค่ะ ระบบเองค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ระบบเป็นระบบสุ่มฟรีที่มอบให้คุณโดยเฉพาะ ตอนนี้มีคุณมีโอกาศสุ่มของรางวัลฟรีหนึ่งครั้งจะใช้เลยไหมคะ?]

“เดี๋ยวๆ หมายถึงข้อความที่ลอยนี่เหรอที่พูดตอบมา แล้วระบบสุ่มฟรีคืออะไร ทำไมฉันได้มันมาละ?”

ส้มที่เคยอ่านมังงะหรือการ์ตูนแนวระบบหรือดันเจี้ยนอยู่บ้างเอ่ยถามออกมาอย่างสับสน เรื่องแบบนี้มันควรมีแต่ในการ์ตูน นิยาย หรือหนังอะไรพวกนั้นไม่ใช่เหรอ

หรือว่าจริงๆแล้วตอนนี้เธอฝันกันแน่?

เพียะ!

“อู้ย เจ็บจริง!”

ส้มที่ได้ยินว่าถ้าตีตัวเองหรือหยิกตัวเองแล้วเจ็บไม่หลุดจากภาพฝันหรือตื่นแสดงว่าเป็นเรื่องจริงก็พลันร้องออกมาอย่างเจ็บจี้ด เพราะเธอเพิ่งจะตีเข้าที่แขนของตัวเองด้วยแรงที่เรียกว่าแรงพอประมาณ และที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดซึ่งน่าจะยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริงไม่ใช่ว่าเธอฝันไปแต่อย่างใด!!

[คุณไม่จำเป็นต้องตีตัวเองก็ได้ค่ะ แค่มองไปที่ข้อความบางอย่างแล้วก็หันไปมองอย่างอื่น ถ้าหากหันกลับมามองข้อความเดิมที่ว่านั่นแล้วข้อความที่ว่าไม่เปลี่ยนไปก็แสดงว่าเป็นความจริงแล้วค่ะ]

“ใครจะไปรู้ละ ก็เห็นในนิยายหรือในหนังเขาทำแบบนี้กันนิ!” ส้มเผลอเอ่ยปากตอบโต้เสียงที่ดังอยู่ออกมาอย่างทันที พอนึกได้ก็ตะปบปากตัวเองอย่างเร็วเพราะกลัวว่าจะเหมือนคุณยายเธอบอกที่ว่าห้ามพูดหรือตอบรับคำเรียกในตอนกลางคืน

ถึงตอนนี้จะเพิ่ง 3 ทุ่มเกือบ 4 ทุ่มเองก็เถอะ

แต่มันก็ดึกไหมละ!?!

[ระบบไม่ใช่ผีหรือวิญญาณอะไรพวกนั้นค่ะ ระบบเป็นระบบสุดจะมีความสามารถและมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกใบนี้ เพราะงั้นคุณสบายใจได้]

“พูดยืนยันเองก็ง่ายสิ” ส้มเอ่ยเถียงออกมาอย่างหลุดอีกเช่นเคยเมื่อได้ยินระบบอะไรที่ว่านั่นยืนยันตัวเอง

หมับ!

มือเล็กปิดปากตัวเองพร้อมสายหัวอย่างไม่ยินยอม

เธอไม่ได้พูด เมื่อกี้ไม่ใช่เธอนะ!

[งั้นลองนึกในใจก็ได้ค่ะ ก่อนอื่นตอนนี้ระบบสุ่มมีสิทธิการสุ่มให้คุณ 1 รอบ จะสุ่มเลยไหมคะ ถ้าหากกลัวสามารถนึกในใจได้ค่ะ]

‘สุ่ม…งี้อ๋อ?’

ส้มที่คิดว่าในใจคงไม่เป็นอะไรก็ลองนึกในหัวดู และเมื่อเธอเอ่ยจบข้อความที่อยู่ตรงหน้าก็กลายเป็นช่องสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาวๆที่มีอะไรบางอย่างเลื่อนขึ้นไปเร็วๆจนชวนตาลายแทน

ดื้อออออ~

ติ๊ง!

เสียงแบบเดียวกับก่อนหน้าดังขึ้นอีกครั้ง ใช้เวลาราวๆ 1 นาทีไม่ถึงดีไอ้แถบยาวๆที่เลื่อนๆก่อนหน้าเหมือนเครื่องสล็อตหมุนๆเสี่ยงโชคก็หยุดลง ดวงตากลมโตหรี่ลงเพื่ออ่านข้อความที่ปรากฏตรงหน้าก่อนจะต้องเบิกตาโตมากขึ้นเพราะสิ่งที่อ่านเจอ

[ยินดีด้วยค่ะ คุณได้ความสามารถมองเห็นเลขนำโชคเป็นระยะเวลา 3 เดือนค่ะ]

“มะ หมายถึงเลขนำโชคแบบหวยไรงี้เหรอ?!?”

ส้มที่เห็นข้อความที่สุ่มได้ก็ถึงกับตาโตปากอ้ากว้างลืมปิดปากไปแล้วเพราะเผลอตกใจจนหลุดปากถามออกมา แต่นาทีนี้ส้มไม่สนใจอะไรแล้ว เธออยากรู้มากกว่าว่ามันใช้ได้จริงเหรอ ถ้ามันไม่ใช่ฝันและเป็นความจริง แบบนี้ก็หมายความว่าเธอมองเลขนำโชคได้จริงๆอะดิ!?!?

[จริงแท้แน่นอนค่ะ ติดตั้งความสามารถเรียบร้อย ขอให้สนุกกับความสามารถนะคะ]

“เดี๋ยวๆ จะไปเลยเหรอ อย่าบอกนะว่าให้สุ่มครั้งหนึ่งแล้วไปเลย ฮัลโหล! เฮ้!!”

….

ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

ให้มันได้งี้สิ!!

ตุบ!

ส้มล้มตัวนอนลงกับเตียงขอตัวเองอย่างเหลือกอด เพราะไม่คิดเลยว่าระบบที่โผล่มาเมื่อกี้อยู่ๆจะหายไปเลย แบบนี้ไม่ใช่หมายความว่าเธอมีสิทธิได้สุ่มอะไรพวกนี้แค่ครั้งเดียวหรอกนะ

โอ้ยยยย ไม่เข้าใจเลย อะไรก็ไม่รู้งงไปหมด เธออาจจะเหนื่อยมากจนเก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะเหมือนจริงมากเกินไปก็ได้ใครจะรู้

นอนดีกว่า!

// ใช่ น่าจะฝันแหละ นอนดีกว่าครับ!!

ชีวิตที่ดีกว่าเดิม 2 (1/2)

ซ่า~

เสียงของไข่ที่ตอกลงไปทอดในน้ำมันที่ร้อนกำลังงดีดังขึ้นในพื้นที่ครัวข้างๆบ้านหลังน้อย แสงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นผ่านหลังคาบ้านเรือนแต่พื้นที่ด้านข้างที่เป็นครัวสำหรับทำอาหารก็มีร่างเล็กของเด็กสาววัย 15-16 ตื่นมาทำอาหารซะแล้ว

ส้มทอดไข่ดาวสำหรับกินเองตอนเช้าก่อนจะไปทำงานอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตมองไข่ดาวที่ขอบสีขาวค่อยๆเป็นสีเหลืองและเกรียมนิดๆก็ฉายรอยยิ้มกว้าง มือเรียวเล็กก็ตวัดทัพพีตักไข่ที่สุกได้ที่แบบฉบับขอบสุกเกรียมๆขึ้นมาโปะบนจานข้าวสวยร้อนๆที่มีควันพวยพุ่งมาจากจานข้าว มือเล็กเอื้อมไปตักพะแนงหมูที่ทำเสร็จในหม้อรอตักใส่ถุงแกงร้อนขายในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงข้างหน้ามาราดทับต่ออีกที

ตุบ!

“อ่า~ ร้อนๆ หู้ววว ง้ำๆ”

ส้มนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆตู้กับข้าวแก้มกลมก็กำลังเคี้ยวข้าวเช้าของวันนี้อย่างสุขใจ เมื่อวานร้องไห้ตอนเย็นไปแล้วก็เหมือนได้รับการปลดปล่อยพลังงานด้านลบออกไปแล้ว ดังนั้นเช้านี้ของส้มจึงตื่นมาค่อยข้างสดใสไม่น้อย ร่างบางตื่นมาทำอาหารตั้งแต่ตี 1 แม้จะนอนเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเพราะตื่นมาช่วยแม่เวลานี้บ่อยๆอยู่แล้ว

มื้อเช้าก็กินข้าวตอนนี้จากนั้นก็รอน้าหนุ่มขับรถมารับพาหม้อกับข้าวและหม้อข้าวสาวหรือข้าวของต่างๆไปตลาดเพื่อตั้งแผงต่อ ซึ่งกับข้าวเธอก็ทำน้อยลงเรื่อยๆเพราะอีกไม่นานโรงเรียนจะเปิดแล้ว ถึงตอนนั้นเธอคงไม่ได้ทำกับข้าวขายตอนเช้าแล้วช่วงนี้เลยทำๆไปก่อนเพื่อจะได้เก็บเงินเพิ่ม

แม้เธอจะไม่มีงานทำแต่เพราะเงินประกันของแม่ที่ทำไว้ทำให้เธอได้เงินชดเชยมาไม่น้อย ไหนจะเงินที่ไอ้เด็กเวรนั้นที่ขับรถชนแม่เธอจ่ายเป็นค่าปิดปากอีกในระดับหลักแสนต้นๆ คิดแล้วก็เจ็บใจหลังเศร้าเพราะเสียแม่ไปได้อาทิตย์หนึ่ง ความแค้นที่สุมอยู่ในอกของส้มก็ผุดขึ้นมาเหมือนไฟที่รอวันปะทุ

ถ้าเธอมีโอกาสเมื่อไรเธอจะล้างแค้นให้แม่เธอเอง

ไม่ได้คิดจะฆ่าหรือทำแบบเดียวกันหรอก แต่อย่าให้เธอมีโอกาสเอาคืนเพราะพวกมันจะต้องชดใช้ให้สาสมกับที่ใส่ร้ายแม่เธอและทำให้เธอเสียแม่ไป อย่างน้อยๆเธอก็ขอสาปแช่งให้พ่อแม่และคนที่ทำแม่เธอโดนกรรมตามสนองอย่างเหมาะสมก่อนแล้วกัน!!

‘ขอให้ธุรกิจล้มละลาย ขอให้บ้านแตก ขอให้บาดเจ็บจนเป็นอัมพาตแม่ม!!’

“ฟู้วว~”

ส้มได้ระบายด้วยการด่าและสาปแช่งแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย เธอรู้ว่ามันอาจจะดูไม่ดีแต่สุดท้ายเธอก็ยังมีความรู้สึก มีหัวใจ มีรัก โลภ โกรธและหลง ดังนั้นก่อนเธอจะตายหรือบวชชีถือศีลอยู่ในธรรม

ขอด่าเพื่อให้หายแค้นใจก่อนเถอะ

ปากเรียวเคี้ยวข้าวอย่างแรงเผื่อว่าจะระบายแรงอารมณ์โมโหของตัวเองออกมาได้บ้าง และเมื่อตักข้าวคำสุดท้ายกินเสร็จเสียงของน้าหนุ่มที่ดังเรียกอยู่หน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นพอดิบพอดี

“ส้ม น้ามาแล้ว!”

เสียงตะโกนของน้าหนุ่มทำให้ส้มรีบเอาจ้านไปล้างและวิ่งไปเปิดประตูให้น้าหนุ่มเอารถมอไซต์พ่วงข้างมาจอดหน้าบ้านทันที พื้นที่ลานหน้าบ้านมีไว้สำหรับตั้งราวตากผ้าโดยพื้นที่ก็มีไม่มากแต่ก็พอให้ตั้งราวและให้รถมอไซต์พ่วงข้างของน้าหนุ่มเข้ามาจอดได้พอดีเท่านั้น

แต่เท่านี้ก็ถือว่ากว้างมากแล้วเพราะบ้านอื่นเล็กกว่านี้อีก โชคดีที่บ้านหลังนี้เป็นของยายของเธอทำให้เธอไม่ต้องย้ายออกไปไหน มีบ้านให้ซุกหัวนอนไม่ต้องเร่รอนหรือย้ายไปรบกวนน้าหนุ่มกับน้าอรที่บ้านของพวกเขา

“มาๆ ขนไปกัน ตลาดน่าจะคึกคักกันแล้วละนะ” น้าหนุ่มมองนาฬิกาเห็นว่าจะตี 3 แล้วก็เร่งมือช่วยกันขนของขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

ส่วนเจ้าตัวก็ตื่นเวลานี้เพื่อไปซื้อของสำหรับทำอาหารในร้านตัวเองเหมือนกัน เพราะร้านของหนุ่มต้องตื่นมาตั้งในตอนตี 3-4 กว่าจะจัดร้านและทำอะไรพร้อมก็ปาเข้าไป ตี 5 กว่าแล้ว ลูกค้ามักจะมานั่งกินข้าวตอน 6.30-8.00 โมงก่อนเข้างาน ดังนั้นตื่นเวลานี้ก็เพื่อไปซื้อของและมารับหลานสาวไปขายของที่ตลาดก็ไม่ใช่เรื่องรบกวนอะไร

ส้มก็รู้เวลาตั้งร้านและซื้อของของน้าหนุ่มจึงขอบคุณที่น้าหนุ่มมารับตอนเช้าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่น้อย เพราะเมื่อก่อนเป็นแม่เธอที่จ้างมอไซต์รับจ้างมารับมาส่ง แต่น้าหนุ่มเห็นว่าเธออยู่คนเดียวส่วนพวกรับจ้างมอไซต์เป็นชายไม่น่าไว้ใจเพราะแม่จ้างทั่วไปไม่ใช่เจ้าประจำน้าหนุ่มจึงอาสามารับไปส่งที่ตลาดและรับกลับบ่อยๆแทน

ส่วนถ้าวันไหนไม่ไปรับกลับน้าหนุ่มก็จะโทรมาบอกก่อนเพื่อที่จะให้ส้มจ้างคนรู้จักในตลาดไปส่งที่บ้านแทน เพราะถ้าหาที่ตลาดตอนสายๆจะเจอคนรู้จักที่รถมอไซต์สามล้อเครื่องว่างแล้วไปส่งอยู่ เสียค่าไปส่งเพียงรอบละ 40-50 บาทได้อยู่ ส่วนเช้ามืดหาไม่ค่อยได้เพราะเขามีเจ้าประจำต้องไปรับไปส่งอยู่แล้ว เหลือแค่รถมอไซต์พ่วงหรือสามล้อขาจรที่เธอกับน้าหนุ่มไม่ไว้ใจเท่าไรจึงตัดสินใจไม่จ้างแทน

จ้อกแจ้กจอแจ

“กับข้าวจ้า 40 บาทุกอย่าง ข้าวสวยถุงละ 20 เพิ่มไข่ดาวหรือหมูยอก็ 10-15 บาทจ้ะ รับอะไรดีจ๊ะพี่สาว?”

ส้มเรียกลูกค้าเหมือนทุกครั้ง แม้เมื่อวันก่อนๆจะไม่ได้เรียกเพราะยังเสียใจเรื่องงานศพของแม่อยู่ก็ตาม แต่วันนี้รู้สึกดีขึ้นไม่น้อยจึงกลับมาสดใสและร่าเริงได้เล็กน้อยบ้างแล้ว ปากเล็กเอ่ยเรียกลูกค้าเสียงดังแข่งกับแม่ค้าคนอื่นๆพอลูกค้ามาก็ขายของอย่างรวดเร็ว จนเวลาผ่านไปถึง 8.50 กับข้าวในแผงของเธอก็หมดลง

“ส้มเอ๊ย ดีขึ้นแล้วสินะ ดีๆ มีอะไรก็บอกป้าได้นะเข้าใจมั้ย?” ป้าษาเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าส้มเริ่มเก็บข้าวของแล้ว

อาทิตย์ก่อนเห็นตาแดงมาขายกับข้าวดูเศร้าจนไม่กล้าทัก เมื่อวานก็พอจะดูดีแล้วแต่ก็ยังมีสีหน้าเศร้าอยู่ แต่วันนี้สดใสขึ้นมากเลยถึงจะยังมีแววเศร้าอยู่แต่เมื่อษาเห็นแบบนี้ก็โล่งอกกล้าเอ่ยทักขึ้นมา

ส้มมองป้าษาที่คงจะอยากทักทายเธอตั้งแต่หลายวันก่อนด้วยรอยยิ้มจริงใจ เธอรู้ว่าเธอเศร้ามาหลายวันป้าๆลุงๆหลายคนที่รู้จักกันก็คงอยากทักทายปลอบใจเธอแต่เธอไม่ค่อยตอบอะไรเลย วันนี้เห็นเธออารมณ์ดีขึ้นแล้วเลยกล้าส้มจึงรู้สึกดีใจไม่น้อยที่มีคนห่วงใยเธออยู่หลายคน

“จ้ะป้าษา ส้มบอกแน่นอน ว่าแต่ทำไมป้าษามาแถวนี้ละ?”

“ก็ว่าจะมาดูส้มแหละ แล้วก็วันนี้วันหวยออก ว่าจะไปเจ้นีซักหน่อย พอดีได้เลขเด็ดมาเผื่อจะรวยกับเขาบ้างไง” ป้าษาเอ่ยตอบพรางมองสำรวจหน้าตาของเจ้าส้มที่เธอเอ็นดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

ถึงแผงของเธอจะอยู่ด้านหน้าๆไม่ใช่ด้านในกลางตลาดแบบหนูส้ม แต่เมื่อว่างเธอก็จะเดินมาดูมาส่องส้มเสมอเพราะกลัวเด็กสาวเศร้าเสียใจจนทำเรื่องน่ากลัว ยังดีถามแม่ค้าพ่อค้าใกล้ๆกันก็บอกว่าเจ้าส้มแค่เศร้า ต้องให้เวลามันทำใจหน่อยเฉยๆก็ดีใจไม่น้อย มาวันนี้เห็นหน้ามันสดใสก็รู้สึกโล่งใจกว่าเดิมทันที

“อ่อ วันหวย…ออก” ส้มเอ่ยตามอย่างเพิ่งนึกออกก่อนประโยคท้ายจะค่อยๆเบาลงเรื่อยจนเหมือนพึมพำกับตัวเอง

หวย?

เลข?

ความสามารถเลขนำโชค!?!?

ติ๊ง!

[เลขนำโชควันนี้ 5 8 1 0 4 7]

“ห้ะ!?”

ส้มที่ตกใจหลังคิดเรื่องเมื่อคืนออกก็ได้แต่ตาโตมองกลางอากาศตรงหน้าที่มีกล่องข้อความเหมือนเมื่อคืนโผล่มาจริงๆ ทั้งยังบอกเลขนำโชคมาถึง 6 ตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเธอคิดถึงหวยในวันนี้

แบบนี้หมายความว่าไง??

ช่วยบอกด้วยดิว่า บน ล่าง หรือตรงๆหกตัวเลย

บอกกันแค่นี้จะเล่นถูกไหมเล่า?!

// แจ้งไว้เตือนคนที่เข้ามาอ่านนะครับ เผื่อว่าใครพลาดไม่ได้อ่านต้องหน้าแรกๆของนิยายที่ไรท์เพิ่งอัพไป

มีตอนติดเหรียญล่วงหน้าครับ (ปลดฟรี 2 วันหนึ่งตอน) ** เริ่มติดตอนที่ 21

ราคาล่วงหน้าคือ 2 เหรียญ = 1 บาท (มีตัวอักษรมากกว่า 9,000 หรือมากว่า 1,500 คำ)

การซื้อเหรียญล่วงหน้าเป็นแบบซื้อถาวร

หลังจากนิยายจบไรท์กลับมาติดเหรียญ+อัพราคาไม่ต้องซื้อซ้ำ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...