โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Mercedes-Benz พาทดสอบสมรรถนะ รีดอะดรีนาลีนกับรถ EV ไฮบริดและ G-Class ที่สนามช้าง

BT Beartai

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2567 เวลา 07.43 น.
Mercedes-Benz พาทดสอบสมรรถนะ รีดอะดรีนาลีนกับรถ EV ไฮบริดและ G-Class ที่สนามช้าง

เป็นประจำทุกปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จะชวนสื่อมวลชนและลูกค้าไปร่วมทดสอบสมรรถนะของรถ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG หลากหลายรุ่นที่ขายประจำปีนั้น ๆ ในสนามแข่งจริง ภายใต้กิจกรรมชื่อว่า “Mercedes-Benz Driving Events 2024” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

รถยนต์ที่นำมาทดสอบวันนี้มีรถสันดาป ทั้ง G-Class, SL 43 และ Mercedes-AMG หลากหลายรุ่น รวมถึงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง CLE 53 4MATIC+ Coupé นอกจากนี้ยังมีรถไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุด GLE 53 HYBRID 4MATIC+ ไปจนถึงรถ EV อย่าง EQS 500 และ EQE 300 รวมทั้งหมดกว่า 24 รุ่นด้วยกัน

โดยแบ่งสถานีทดสอบออกเป็น 4 สถานี ได้แก่ สถานี Motor Khana, Brake & Avoid, Drag Race และ Cornering ซึ่งแต่ละสถานีจะให้เราทดสอบประสิทธิภาพของตัวเองทั้งการเข้าโค้ง ระยะเบรก ความรวดเร็วในการตัดสินใจ การขับตามไลน์ในสนามแข่ง เพื่อให้รู้สึกถึงสมรรถนะของรถที่แตกต่างกันไป

สถานีแรกที่เราได้ทดสอบคือ Cornering ที่ช่วยเสริมทักษะการเข้าโค้งในสนามแข่งจริงช่วงสั้น ๆ ประมาณ 4-5 โค้ง โดยอาศัยรถ EV และ PHEV ของ Mercedes-Benz โดยเฉพาะ EQE 300 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งจุดเด่นของรถ EV ในสนามแข่งแบบนี้คือการเข้าถึงความเร็วที่ค่อนข้างไว รวมถึงประสิทธิภาพของการเบรกที่ทำได้ค่อนข้างดี แม้ฟิลลิงการขับขี่จะไม่เร้าใจรถสันดาป ที่มีเสียงเครื่องยนต์และจังหวะรอบเครื่องยนต์ประกอบบรรยากาศก็ตาม แต่ก็ทำให้เห็นว่ารถไฟฟ้าก็ขับในสนามแข่งได้เหมือนกันนะ

สถานีต่อมาคือ Motor Khana หรือจิมคาน่าที่เราเรียกกัน เป็นสถานีที่ใช้ทดสอบความเร็วและความคล่องตัวของตัวรถ เพื่อให้ได้เวลาที่ต้องการ แถมมีของรางวัลแจกตอนท้ายด้วยนะสำหรับใครที่ทำเวลาได้ดีที่สุด ซึ่งในเส้นทางจะมีทั้งสลาล่อม จังหวะเบรกและเข้าโค้งด้วยความเร็ว รวมถึงการตอบสนองของพวงมาลัยและการทรงตัวของรถ ซึ่งในสถานีนี้แต่ละคนจะได้ใช้รถซีดานแต่ละรุ่นของ Mercedes-AMG ในการทดสอบความคล่องตัวนั่นเอง

สถานีถัดมาคือ Brake & Avoid สถานีทดสอบประสิทธิภาพในการเบรกและการตัดสินใจเฉพาะหน้าของผู้ขับขี่ เมื่อจำเป็นต้องเบรกและหักเลี้ยวในเสี้ยววินาที ที่ความเร็วประมาณ 80 km/h ตัวรถจะแสดงผลอย่างไร โดยอาศัยรถเอสยูวีเซกเมนต์ต่าง ๆ ของ Mercedes-AMG ในการทดสอบ โดยเฉพาะพี่ใหญ่อย่าง GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บนพื้นที่เปียกก็เอาอยู่

และสถานีสุดท้ายที่ได้ทดสอบกันคือ Drag Race หรือการทดสอบความเร็วทางตรง พร้อมกับเบรกให้รถหยุดนิ่งในช่องที่กำหนด ซึ่งเรามีโอกาสได้ทดสอบรถสมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG G 63 เอสยูวีสุดพรีเมียมที่เป็นรถในฝันของใครหลายคน ได้เหยียบคันเร่งเต็มแม็กซ์ พร้อมฟังเสียงประตูกริ๊บ ๆ มันช่างฟินเหลือเกิน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ ที่สามารถทำ Launch Control ออกตัวด้วยความเร็วสูงได้ ไปจนถึงรถสปอร์ตคูเป้อย่าง Mercedes-AMG SL 43 ที่แม้ขับสองล้อก็มีดีกรีความเร็วไม่แพ้กัน ซึ่งรถแต่ละเซกเมนต์มีระยะเบรกไม่เท่ากัน นักขับแต่ละคนต้องกะระยะเบรกกันให้ถูกด้วย เพื่อให้รถหยุดในช่องที่กำหนดนั่นเอง

ไฮไลต์สุดท้ายคือนำเทคนิคและสกิลที่เรียนรู้ทั้ง 4 สถานีมาใช้ในการขับขี่จริงในสนามแข่งแบบ Full Lap ด้วยการขับตาม Racing Line ของอินสตักเตอร์ในสนามแข่งว่าควรจะเข้าและออกโค้งอย่างไร ให้ตัวรถรักษาความเร็วและทำความเร็วได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกประสบการณ์ที่หาไม่ได้บ่อยนัก แต่ยังอาศัยทักษะจากการขับขี่ในสนามแข่ง ไปใช้บนถนนจริงได้อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...