โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮิปโปสูญพันธุ์ไปแล้ว 4 ประเทศ และกำลังลดลงจากความขัดแย้งกับคน

Environman

เผยแพร่ 12 ก.ย 2567 เวลา 13.00 น.

ให้น้องหมูเด้งอยู่กับเรานาน ๆ ‘ฮิปโปในธรรมชาติ’ กำลังอยู่ในอันตรายจากความขัดแย้งกับมนุษย์และการถูกทำลายที่อยู่อาศัย ภัยคุกคามดังกล่าวทำให้ชิ้นส่วนจากฮิปโปเช่น ฟัน หนัง และกะโหลกถูกซื้อขายอย่างถูกกฎหมายทั่วโลก

ที่ผ่านมาเราทุกคนจะได้เห็นข่าวการซื้อขายชิ้นส่วนจากสัตว์อย่างหนังของเสือ งาของช้า หรือนอของแรดกันเป็นจำนวนมาก และเป็นที่รู้กันดีว่าพวกมันถูกคุกคามอย่างหนักจนใกล้สูญพันธุ์ แต่ทว่าก็มีอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่กำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน นั่นคือ ฮิปโปโปเตมัส

สิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยรู้กันก็คือในแอฟริกานั้นมีฮิปโปอยู่ 2 สายพันธุ์ได้แก่ฮิปโปโปเตมัสแคระ (pygmy hippopotamus) ซึ่งใกล้สูญพันธุ์และพบได้แค่เพียงพื้นที่เล็ก ๆ ทางตะวันตกของแอฟริกาเท่านั้น ขณะที่อีกสายพันธุ์คือฮิปโปโปเตมัสทั่วไป (common hippopotamus)ที่มีขนาดใหญ่กว่า แม้จะมีคำว่า ‘ทั่วไป’ แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ ‘ทั่วไป’ ในถิ่นกำเนิดของมันเลย

เชื่อหรือไม่ว่าฮิปโปโปเตมัสทั่วไปนั้นสูญพันธุ์ไปแล้วอย่างน้อย 4 ประเทศและก็มีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ ในหลายประเทศซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบหรือไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นในธรรมชาติของทวีปแอฟริกา พวกมันถูกล่า ถูกฆ่า และถูกขายอยู่เต็มตลาด นักอนุรักษ์หลายคนจึงเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสัตว์เหล่านี้

“ในฐานะผู้นำชิ้นส่วนฮิปโปรายใหญ่ที่สุดในโลก รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถละเลยความรับผิดชอบและบทบาทสำคัญที่รัฐบาลสามารถมีได้ในการยับยั้งการค้าที่ถูกกฎหมายอีกต่อไป” Adam Peyman จาก Humane Society International (HSI) กล่าว

ปัญหาที่ถูกมองข้าม

ฮิปโปเป็นสัตว์กินพืชที่มีรูปร่าง ‘ตุต๊ะ’ ชอบใช้เวลาทั้งวันในการนอนเล่นน้ำอย่างน่ารักและหมั่นเขี้ยวด้วยรูจมูกใหญ่ ๆ ตาเล็ก ๆ และหูน้อย ๆ ซึ่งในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกแล้ว ฮิปโปเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 รองจากช้างแอฟริกัน และแรดขาว โดยตัวผู้จะหนักได้ถึง 2,000 กิโลกรัมหรือ 2 ตัน

สิ่งที่พิเศษก็คือขากรรไกรที่สามารถอ้าได้เกือบ 180 องศาทำให้เห็นฟันหน้ายาวที่ดูน่ากลัว มันแข็งแกร่งมากจนทำให้มนุษย์บาดเจ็บได้ เป็นผลให้ฮิปโปเป็นสัตว์ที่อันตรายยิ่งกว่าสิงโตด้วยซ้ำหากนับเฉพาะในแอฟริกา แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดใหญ่และแข็งแรง ฮิปโปก็เป็นสัตว์ที่ล่าได้ง่ายด้วยกับดักที่ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรพิเศษ

แค่ไม้ตอกตะปูหรือลวดดักสัตว์ก็ทำให้เท้าของฮิปโปติดเชื้อจนเสียชีวิตได้ ตามรายงานระบุว่ามีฮิปโปหลายพันตัวถูกฆ่าทุกปีโดยชาวบ้านในพื้นที่และนักล่าสัตว์ที่นำชิ้นส่วนไปขายในตลาดต่างประเทศ แต่ในปัจจุบันมนุษย์เริ่มขัดแย้งกับฮิปโปมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการแย่งชิงสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต

“ฮิปโปต้องการทรัพยากรเช่นเดียวกับเรา” Rebecca Lewison จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก ซึ่งเป็นประธานร่วมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านฮิปโปในสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ (IUCN) กล่าว

ด้วยการปรับเปลี่ยนที่ดิน สร้างเขื่อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้สภาพแวดล้อมที่ชุ่มไปด้วยน้ำเกิดความแห้งแล้งและไม่อุดมสมบูรณ์อีกต่อไป ผลักดันให้ฮิปโปต้องเข้าไปหาอาหารและที่อยู่ของมันในพื้นที่ของมนุษย์มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของฮิปโปยังสามารถเลีย้งคนได้อีกจำนวนมากในชุมชนท้องถิ่น ฮิปโปจึงถูกล่ามากขึ้น

“ในความคิดเห็นของผม การค้าชิ้นส่วนฮิปโปโปเตมัสในสหรัฐอเมริกาเป็นผลพลอยได้จากเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้ต้องฆ่าสัตว์” Crawford Allan ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าสัตว์ป่าจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ในแอฟริกา กล่าว “ไม่มีใครทิ้งอะไรไปเปล่า ๆ ดังนั้นหากคุณฆ่าสัตว์เพราะมันเป็นอันตรายต่อชุมชนของคุณ คุณก็จะกินเนื้อ ขายหนัง ขายฟัน ขายกะโหลกศีรษะให้กับนักสะสม”

ทาง Lewison ได้ยกตัวอย่างในอุทยานแห่งชาติ Virunga ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งประชากรฮิปโปโปเตมัสลดลงจากเกือบ 30,000 ตัวในช่วงกลางทศวรรษ 1970 เหลือเพียงไม่ถึง 1,000 ตัวในปี 2005 โดยสัตว์เหล่านี้ถูกฆ่าเนื่องจากสงครามกลางเมืองสร้างความอดอยากให้กับประชาชน

ต้องดำเนินการรอบด้าน

Paul Scholte สมาชิกกลุ่ม Hippo Specialist Group ที่ตั้งอยู่ในเอธิโอเปียซึ่งได้เผยแพร่ผลการสำรวจประชากรฮิปโปโปเตมัสในแคเมอรูนตอนเหนือ ชี้ให้เห็นว่าพิ้นที่อนุรักษ์ของรัฐบาลนั้นมีจำนวนลดลง และพื้นที่ที่บริษัทเอกชนเช่าเพื่อล่าสัตว์ก็มีจำนวนคงที่หรือเพิ่มขึ้น

“ปัจจัยที่อธิบายว่าประชากรฮิปโปโปเตมัสมีจำนวนคงที่หรือไม่นั้น คือการมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหรือกลุ่มลาดตระเวนคอยดูแลตลอดทั้งปี” Scholte กล่าว พร้อมอธิบายว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ลาดตระเวนในฤดูฝนเป้นส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นเรื่องยากลำบาก แต่กับบริษัทเอกชนที่ทำเพื่อเงินแล้วไม่ใช่

ดังนั้นจึงมีชิ้นส่วนฮิปโปออกมามากมายโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งสูง การลดลงของจำนวนฮิปโปโปเตมัสก็อาจส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์อื่นด้วย เมื่อพวกมันเคลื่อนที่ไปมา ฮิปโปจะเปิดช่องแม่น้ำ และเนื่องจากพวกมันมีขนาดใหญ่มาก พวกมันจึงสามารถกินหญ้าสายพันธุ์สูงที่ทนทานได้

ทำให้เกิด ‘แหล่งอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์’ ซึ่งประกอบด้วยหญ้าสั้นที่กินได้ของสัตว์อื่น ๆ ตามงานวิจัยของ Scholte เองก็ชี้ให้เห็นว่าเมื่อฮิปโปโปเตมัสในอุทยานแห่งชาติ Comoé ของไอวอรีโคสต์ในช่วงสงครามกลางเมืองลดลง ก็ทำให้จำนวนแอนทีโลป Buffon's kob ลดลงอย่างมากและต่อเนื่อง

นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการวิจัยและปกป้องฮิปโป ทั้งในด้านการสำรวจประชากรที่มีความเสี่ยงสูงสุด แนวทางการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับฮิปโป การอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัย และท้ายที่สุดหยุดการค้าชิ้นส่วนฮิปโป

การผลักดันให้ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์นั้น “อาจเป็นก้าวแรกในการมีส่วนร่วมกับผู้คนในวงกว้าง และความพยายามในการอนุรักษ์ทั่วโลก ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เท่านั้น” Lewison กล่าว

ที่มา

https://e360.yale.edu/…/hippos-endangered-species-listing

https://www.biologicaldiversity.org/…/2022-03-23_Hippo…

https://www.theguardian.com/…/call-for-hippos-to-join…

https://www.zsl.org/wha…/projects/pygmy-hippo-conservation

https://www.treehugger.com/hippo-facts-5101529

https://www.natgeokids.com/…/general…/ten-hippo-facts/

Photo: Chuckupd/Mount Kenya Wildlife Conservancy

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...