ฮิปโปสูญพันธุ์ไปแล้ว 4 ประเทศ และกำลังลดลงจากความขัดแย้งกับคน
ให้น้องหมูเด้งอยู่กับเรานาน ๆ ‘ฮิปโปในธรรมชาติ’ กำลังอยู่ในอันตรายจากความขัดแย้งกับมนุษย์และการถูกทำลายที่อยู่อาศัย ภัยคุกคามดังกล่าวทำให้ชิ้นส่วนจากฮิปโปเช่น ฟัน หนัง และกะโหลกถูกซื้อขายอย่างถูกกฎหมายทั่วโลก
ที่ผ่านมาเราทุกคนจะได้เห็นข่าวการซื้อขายชิ้นส่วนจากสัตว์อย่างหนังของเสือ งาของช้า หรือนอของแรดกันเป็นจำนวนมาก และเป็นที่รู้กันดีว่าพวกมันถูกคุกคามอย่างหนักจนใกล้สูญพันธุ์ แต่ทว่าก็มีอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่กำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน นั่นคือ ฮิปโปโปเตมัส
สิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยรู้กันก็คือในแอฟริกานั้นมีฮิปโปอยู่ 2 สายพันธุ์ได้แก่ฮิปโปโปเตมัสแคระ (pygmy hippopotamus) ซึ่งใกล้สูญพันธุ์และพบได้แค่เพียงพื้นที่เล็ก ๆ ทางตะวันตกของแอฟริกาเท่านั้น ขณะที่อีกสายพันธุ์คือฮิปโปโปเตมัสทั่วไป (common hippopotamus)ที่มีขนาดใหญ่กว่า แม้จะมีคำว่า ‘ทั่วไป’ แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ ‘ทั่วไป’ ในถิ่นกำเนิดของมันเลย
เชื่อหรือไม่ว่าฮิปโปโปเตมัสทั่วไปนั้นสูญพันธุ์ไปแล้วอย่างน้อย 4 ประเทศและก็มีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ ในหลายประเทศซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบหรือไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นในธรรมชาติของทวีปแอฟริกา พวกมันถูกล่า ถูกฆ่า และถูกขายอยู่เต็มตลาด นักอนุรักษ์หลายคนจึงเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสัตว์เหล่านี้
“ในฐานะผู้นำชิ้นส่วนฮิปโปรายใหญ่ที่สุดในโลก รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถละเลยความรับผิดชอบและบทบาทสำคัญที่รัฐบาลสามารถมีได้ในการยับยั้งการค้าที่ถูกกฎหมายอีกต่อไป” Adam Peyman จาก Humane Society International (HSI) กล่าว
ปัญหาที่ถูกมองข้าม
ฮิปโปเป็นสัตว์กินพืชที่มีรูปร่าง ‘ตุต๊ะ’ ชอบใช้เวลาทั้งวันในการนอนเล่นน้ำอย่างน่ารักและหมั่นเขี้ยวด้วยรูจมูกใหญ่ ๆ ตาเล็ก ๆ และหูน้อย ๆ ซึ่งในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกแล้ว ฮิปโปเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 รองจากช้างแอฟริกัน และแรดขาว โดยตัวผู้จะหนักได้ถึง 2,000 กิโลกรัมหรือ 2 ตัน
สิ่งที่พิเศษก็คือขากรรไกรที่สามารถอ้าได้เกือบ 180 องศาทำให้เห็นฟันหน้ายาวที่ดูน่ากลัว มันแข็งแกร่งมากจนทำให้มนุษย์บาดเจ็บได้ เป็นผลให้ฮิปโปเป็นสัตว์ที่อันตรายยิ่งกว่าสิงโตด้วยซ้ำหากนับเฉพาะในแอฟริกา แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดใหญ่และแข็งแรง ฮิปโปก็เป็นสัตว์ที่ล่าได้ง่ายด้วยกับดักที่ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรพิเศษ
แค่ไม้ตอกตะปูหรือลวดดักสัตว์ก็ทำให้เท้าของฮิปโปติดเชื้อจนเสียชีวิตได้ ตามรายงานระบุว่ามีฮิปโปหลายพันตัวถูกฆ่าทุกปีโดยชาวบ้านในพื้นที่และนักล่าสัตว์ที่นำชิ้นส่วนไปขายในตลาดต่างประเทศ แต่ในปัจจุบันมนุษย์เริ่มขัดแย้งกับฮิปโปมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการแย่งชิงสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต
“ฮิปโปต้องการทรัพยากรเช่นเดียวกับเรา” Rebecca Lewison จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก ซึ่งเป็นประธานร่วมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านฮิปโปในสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ (IUCN) กล่าว
ด้วยการปรับเปลี่ยนที่ดิน สร้างเขื่อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้สภาพแวดล้อมที่ชุ่มไปด้วยน้ำเกิดความแห้งแล้งและไม่อุดมสมบูรณ์อีกต่อไป ผลักดันให้ฮิปโปต้องเข้าไปหาอาหารและที่อยู่ของมันในพื้นที่ของมนุษย์มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของฮิปโปยังสามารถเลีย้งคนได้อีกจำนวนมากในชุมชนท้องถิ่น ฮิปโปจึงถูกล่ามากขึ้น
“ในความคิดเห็นของผม การค้าชิ้นส่วนฮิปโปโปเตมัสในสหรัฐอเมริกาเป็นผลพลอยได้จากเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้ต้องฆ่าสัตว์” Crawford Allan ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าสัตว์ป่าจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ในแอฟริกา กล่าว “ไม่มีใครทิ้งอะไรไปเปล่า ๆ ดังนั้นหากคุณฆ่าสัตว์เพราะมันเป็นอันตรายต่อชุมชนของคุณ คุณก็จะกินเนื้อ ขายหนัง ขายฟัน ขายกะโหลกศีรษะให้กับนักสะสม”
ทาง Lewison ได้ยกตัวอย่างในอุทยานแห่งชาติ Virunga ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งประชากรฮิปโปโปเตมัสลดลงจากเกือบ 30,000 ตัวในช่วงกลางทศวรรษ 1970 เหลือเพียงไม่ถึง 1,000 ตัวในปี 2005 โดยสัตว์เหล่านี้ถูกฆ่าเนื่องจากสงครามกลางเมืองสร้างความอดอยากให้กับประชาชน
ต้องดำเนินการรอบด้าน
Paul Scholte สมาชิกกลุ่ม Hippo Specialist Group ที่ตั้งอยู่ในเอธิโอเปียซึ่งได้เผยแพร่ผลการสำรวจประชากรฮิปโปโปเตมัสในแคเมอรูนตอนเหนือ ชี้ให้เห็นว่าพิ้นที่อนุรักษ์ของรัฐบาลนั้นมีจำนวนลดลง และพื้นที่ที่บริษัทเอกชนเช่าเพื่อล่าสัตว์ก็มีจำนวนคงที่หรือเพิ่มขึ้น
“ปัจจัยที่อธิบายว่าประชากรฮิปโปโปเตมัสมีจำนวนคงที่หรือไม่นั้น คือการมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหรือกลุ่มลาดตระเวนคอยดูแลตลอดทั้งปี” Scholte กล่าว พร้อมอธิบายว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ลาดตระเวนในฤดูฝนเป้นส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นเรื่องยากลำบาก แต่กับบริษัทเอกชนที่ทำเพื่อเงินแล้วไม่ใช่
ดังนั้นจึงมีชิ้นส่วนฮิปโปออกมามากมายโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งสูง การลดลงของจำนวนฮิปโปโปเตมัสก็อาจส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์อื่นด้วย เมื่อพวกมันเคลื่อนที่ไปมา ฮิปโปจะเปิดช่องแม่น้ำ และเนื่องจากพวกมันมีขนาดใหญ่มาก พวกมันจึงสามารถกินหญ้าสายพันธุ์สูงที่ทนทานได้
ทำให้เกิด ‘แหล่งอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์’ ซึ่งประกอบด้วยหญ้าสั้นที่กินได้ของสัตว์อื่น ๆ ตามงานวิจัยของ Scholte เองก็ชี้ให้เห็นว่าเมื่อฮิปโปโปเตมัสในอุทยานแห่งชาติ Comoé ของไอวอรีโคสต์ในช่วงสงครามกลางเมืองลดลง ก็ทำให้จำนวนแอนทีโลป Buffon's kob ลดลงอย่างมากและต่อเนื่อง
นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการวิจัยและปกป้องฮิปโป ทั้งในด้านการสำรวจประชากรที่มีความเสี่ยงสูงสุด แนวทางการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับฮิปโป การอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัย และท้ายที่สุดหยุดการค้าชิ้นส่วนฮิปโป
การผลักดันให้ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์นั้น “อาจเป็นก้าวแรกในการมีส่วนร่วมกับผู้คนในวงกว้าง และความพยายามในการอนุรักษ์ทั่วโลก ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เท่านั้น” Lewison กล่าว
ที่มา
https://e360.yale.edu/…/hippos-endangered-species-listing
https://www.biologicaldiversity.org/…/2022-03-23_Hippo…
https://www.theguardian.com/…/call-for-hippos-to-join…
https://www.zsl.org/wha…/projects/pygmy-hippo-conservation
https://www.treehugger.com/hippo-facts-5101529
https://www.natgeokids.com/…/general…/ten-hippo-facts/
Photo: Chuckupd/Mount Kenya Wildlife Conservancy