โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SAWAD ดีด 8% รับกำไร Q2 โต 9% แตะ 1.32 พันลบ. โบรกชูเป้าสูง 40 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 16 ส.ค. 2567 เวลา 04.48 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (16 ส.ค.67) ราคาหุ้น บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดตลาด ณ เวลา 11:04 น. อยู่ที่ 30.00 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 8.11% สูงสุดที่ระดับ 30.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 28.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 138.20 ล้านบาท

นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร SAWAD เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 ของบริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 1,320.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,222.79 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยราว 4,662.27 ล้านบาท เงินปันผลและรายได้อื่นราว 665.98 ล้านบาท รวมรายได้อยู่ที่ 5,328.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดบการเติบโตรายได้และกำไรขยายตัวเล็กน้อยท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ความต้องการสินเชื่อในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวโดดเด่นที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคม

ขณะที่ ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิรวม 2,598.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,543.67 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 10,740.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ระดับ 99,746 ล้านบาท ส่วนครึ่งแรกของปี 67 บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ที่มาจากนโยบายการช่วยเหลือลูกค้าให้ดีขึ้นและแก้ปัญหาภาวะขาดทุนจากรถยึด เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวแก่บริษัทและช่วยควบคุมระดับเอ็นพีแอลให้เป็นไปตามกรอบนโยบายของบริษัท

"เราเชื่อว่าสถานการณ์ขาดทุนจากการขายรถยึดได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีนี้ไปแล้ว ครึ่งปีหลังจะเป็นครึ่งปีที่เติบโตดีขึ้น ศรีสวัสดิ์จะเน้นโฟกัสธุรกิจหลักคือสินเชื่อที่มีหลักประกัน และเพิ่มขนาดธุรกิจนายหน้าประกัน โดยที่บริษัทได้พัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถกดซื้อผ่านออนไลน์ และซื้อผ่านสาขาที่พนักงานสามารถคำนวณเบี้ยประกันจากพันธมิตรชั้นนำได้อย่างเหมาะสม คาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้เร่งขยายสาขาเพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อและการเติบโตในอนาคต จบสิ้นปีนี้ศรีสวัสดิ์จะมีสาขาทั้งหมด 5,600 สาขาโดยประมาณ" นางสาวธิดา กล่าว

ส่วนด้านสภาพคล่องจากการออกหุ้นกู้ บริษัทมั่นใจสถานะทางการเงินว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง เพราะด้วยลักษณะของธุรกิจทำให้มีกระแสเงินสดในแต่ละวันหมุนเวียนเข้าบริษัทฯอย่างมาก พร้อมชำระหุ้นกู้ได้ตลอดเวลา ประกอบบริษัทฯมีพันธมิตรรายใหญ่ในอุตสาหกรรมการเงินจากไต้หวันที่พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานเครือศรีสวัสดิ์ จึงยิ่งทำให้สถานะการเงินของบริษัทฯมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทำให้บริษัทฯสามารถชำระคืนได้ตรงตามกำหนดเสมอมา

รวมทั้ง บริษัทได้ประเมินความเหมาะสมในการระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นกู้ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงิน บริษัทคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะดอกเบี้ยขาลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐมี

แนวโน้มประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนในช่วงครึ่งหลังของปี 67 ในการบริหารธุรกิจให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์คงประมาณการตัวเลขการเติบโตของกำไรสุทธิปี 67-69 ของไว้ที่ 12.10% แต่อาจปรับประมาณการหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 16 ส.ค. 67 ทั้งนี้คงคำแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 40 บาท คิดเป็นค่า P/BV อยู่ที่ 1.72 เท่า ภายใต้สมมติฐานค่า LT ROE ที่ 18.10% และ COE ที่ 12.60%

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ปรับลดประมาณการและราคาพื้นฐานถึงแม้จะคาดว่าสินเชื่อในครึ่งปีหลังจะเร่งตัวขึ้น แต่สินเชื่อช่วงครึ่งปีแรกโตต่ำกว่าคาดมาก ทำให้ทางฝ่ายปรับลดประมาณการการปล่อยสินเชื่อปี 67 ลง ส่งผลให้ประมาณการกำไรลดลงด้วยเหลือ 5.2 พันล้านบาท ยังเพิ่มขึ้นจำกปีก่อน 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้แนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาพื้นฐานลงด้วยเหลือ 38 บาท

นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,265 ล้านบาท ใกล้เคียงกับฝ่ายนักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากรายได้ดอกเบี้ย (NII) เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทรงตัว จากไตรมาสก่อนหน้าคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 2% จากต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) จากสินเชื่อจำนำทะเบียน

ขณะที่ กำไรทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลดลง 7% จากไตรมาสก่อนหน้าจากขาดทุนรถยึด ชดเชยกับค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะ NPL Ratio เพิ่มที่ 3.41% จากไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 3.23% จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่วนกำไรสุทธิครึ่งปีแรก คิดเป็น 50% ของกำไรสุทธิทั้งปี 2024 ที่คาดการณ์อยู่ที่ 5,015 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...