โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เอชเอสบีซีและเลนซิ่ง เชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับธุรกรรมทางการเงินเพื่อการค้าแบบเรียลไทม์ข้ามแพลตฟอร์ม-เชื่อมหลายธนาคาร

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย

เอชเอสบีซีและเลนซิ่งเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับธุรกรรมทางการเงินเพื่อการค้าแบบเรียลไทม์ข้ามแพลตฟอร์ม-เชื่อมหลายธนาคาร การทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ที่เชื่อมโยงภาคขนส่งสินค้า ภาคธุรกิจ และภาคธนาคารชี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการขยายการให้บริการทางการเงินเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลและลดเวลาการจัดส่งเอกสารได้ถึง 75%

ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัล หลังประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ข้ามแพลตฟอร์ม (Electronic Bill of Lading Interoperability) ซึ่งเชื่อมหลายแพลตฟอร์มและหลายธนาคารเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ นวัตกรรมที่ปรับเปลี่ยนการค้าระหว่างประเทศแบบเดิมสู่ระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท เลนซิ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเส้นใยพิเศษจากไม้ชั้นนำของโลกครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญสู่การเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถขยายขนาดการให้บริการทางการเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดส่งเอกสารด้านการค้าระหว่างประเทศเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลา ซึ่งต้องใช้เอกสารจำนวนมากสูงสุดถึงกว่า 50 แผ่น และต้องเกี่ยวข้องกับมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดส่งสินค้าสูงสุดถึงกว่า 30 องค์กรต่อหนึ่งการจัดส่งสินค้า โดยใบตราส่งสินค้าหรือ Bill of Lading ซึ่งออกโดยบริษัทผู้ขนส่งสินค้าเพื่อยืนยันการรับสินค้าจากผู้ส่งออก ถือเป็นหนึ่งในเอกสารการค้าที่สำคัญที่สุดสำหรับการจัดส่งสินค้า ทั้งนี้ ด้วยนวัตกรรมทางการเงินนี้ ทำให้เลนซิ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการนี้ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถลดระยะเวลาการส่งมอบเอกสารสำหรับการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศจีนจากปกติที่ต้องใช้เวลาถึง 4 วัน เหลือเพียง 1 วันเท่านั้น พร้อมรับประกันความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด

นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กับแพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศ Global Shipping Business Network (GSBN), IQAX ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการค้าดิจิทัล, ICE Digital Trade, ธนาคารพันธมิตรในประเทศจีน และ Jiangsu Dasheng Group Co., Ltd. สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของความร่วมมือข้ามแพลตฟอร์มในการพัฒนาประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความสามารถในการขยายขนาดการค้าโลก ตลอดจนตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารเอชเอสบีซีในการนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมทางการเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

ธุรกรรมเริ่มต้นจาก New Golden Sea Shipping ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ออกใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แก่เลนซิ่ง (ไทยแลนด์) บนแพลตฟอร์ม IQAX จากนั้น เลนซิ่งได้โอนใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปยังธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ซึ่งรับผ่านแพลตฟอร์ม ICE CargoDocs และส่งต่อไปยังธนาคารพันธมิตรในประเทศจีนบนแพลตฟอร์มเดียวกัน จากนั้น สิ้นสุดกระบวนการด้วยการที่ Jiangsu Dasheng Group ส่งมอบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บนแพลตฟอร์ม IQAX ซึ่งขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบนี้แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์มและความสำเร็จของความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างเครือข่ายภาคการขนส่งสินค้าและเครือข่ายภาคธนาคาร

ด้วยการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม IQAX และแพลตฟอร์ม ICE CargoDocs เข้าด้วยกัน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนของ GSBN ที่ช่วยให้ความร่วมมือข้ามแพลตฟอร์มนี้มีเอกภาพและป้องกันความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลเอกสารที่มีแหล่งต้นทางที่แตกต่างกันนี้ ส่งผลให้าการส่งมอบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ข้ามแพลตฟอร์ม ข้ามภาคธุรกิจ และข้ามประเทศ เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยให้ภาคธุรกิจและภาคธนาคารสามารถเปลี่ยนผ่านกระบวนการจัดส่งเอกสารทางการค้าสู่ระบบดิจิทัลที่ช่วยลดอุปสรรคในการทำงานและทำให้กระบวนการจัดการเอกสารมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะธนาคารเพื่อการค้าระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลกและธนาคารเพื่อการค้าระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของไทยจากการจัดอันดับโดย Euromoney ทำให้ธนาคารเอชเอสบีซีเป็นผู้นำด้านการปรับเปลี่ยนการค้าสู่ระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนลูกค้าในการนำนวัตกรรมโซลูชันทางการเงินมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยง ทั้งนี้ การเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นับเป็นก้าวสำคัญด้านการค้าผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราต่อการให้บริการทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลเพื่อการค้าระหว่างประเทศที่สามารถขยายขนาดการให้บริการได้ แต่ยังช่วยให้เราพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสทางดิจิทัลในอนาคตได้อีกด้วย”

ความสามารถในการเชื่อมโยงข้ามแพลทฟอร์มนี้ ได้เปลี่ยนใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากการบันทึกข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลแบบเดิมสู่การเป็นเครื่องมือเพื่อการค้าที่มีประสิทธิภาพจากการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เชื่อถือได้และการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง ซึ่งเราเชื่อมั่นว่านวัตกรรมนี้จะสามารถปรับโฉมการค้าโลกให้เป็นระบบนิเวศน์ดิจิทัลที่เชื่อมต่อกัน อันนำมาซึ่งประสิทธิภาพที่มากขึ้นและต้นทุนที่ต่ำลงให้กับภาคธุรกิจ

นายกัมบา กล่าวเสริมว่า “ธนาคารเอชเอสบีซียินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนเลนซิ่งในด้านนวัตกรรมทางการเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของเลนซิ่งอันจะช่วยลดต้นทุนและเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันในฐานะผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายเส้นใยพิเศษจากไม้ระดับโลกอย่างยั่งยืน”

นายมาร์ติน ฮอลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัตการ บริษัท เลนซิ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด

นายมาร์ติน ฮอลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัตการ บริษัท เลนซิ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “บริษัท เลนซิ่ง (ไทยแลนด์) จำกัดในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญระดับโลกของ Lenzing และเป็นผู้ผลิตเส้นใยไลโอเซลล์ชั้นนำของโลกมองว่าประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความโปร่งใสในเอกสารการค้าถือเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นวัตกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าการเชื่อมโยงระหว่างระบบได้หลายแพลตฟอร์มและหลายธนาคารเข้าด้วยกัน สามารถทำให้ขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของห่วงโซ่อุปทาน โดยเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการนำร่องนี้ ซึ่งไม่เพียงครอบคลุมใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่เป็นการสร้างเอกสารทางการค้า (e-BL) ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด (Certificates of origin) และใบรับรองประกันภัย (Insurance certificates) อีกด้วย นอกจากนั้น ยังนับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนสู่การค้าผ่านระบบดิจิทัลที่ยั่งยืนและพร้อมสำหรับอนาคต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...