โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่ฮ่องสอน ประชุมเฝ้าระวังไฟป่าหมอกควันพื้นที่แนวชายแดน

เดลินิวส์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สถานการณ์ล่าสุดยังไม่พบไฟป่าในพื้นที่เพื่อนบ้านและยังไม่มีกลุ่มควันลอยผ่านแดนเข้ามาขณะ ด้านผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน มอบแนวทางในการเฝ้าระวังทั้งภายในและภายนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ไฟป่าฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังไม่เกิดค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ ดีมาก และ ดี ในพื้นที่ ต.จองคำ อ.เมือง PM 2.5 อยู่ที่ 14.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร ส่วนพื้นที่ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง อยู่ที่ 15.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย อยู่ที่ 20.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร ( ค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) และยังไม่พบไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่แนวชายแดนไทยเมียนมา และยังไม่มีกลุ่มควันจากไฟป่าลอยผ่านชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านชายแดน ประชุมหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่หมู่บ้านแนวชายแดนไทย – เมียนมา โดยมี นายวีรพงศ์ รัตนศรี นายอำเภอปางมะผ้า หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ หน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น ตัวแทนหมู่บ้านคู่ขนานแนวชายแดนไทย – เมียนมา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านปางคาม ตำบลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และค่าฝุ่นละออง (PM 2.5) ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขา ป่าไม้ และชุมชนกระจายตัว ส่งผลให้การเฝ้าระวังและควบคุมไฟป่ามีความท้าทาย ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อจำกัด และบทเรียนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งในด้านการป้องกันเชิงรุก ด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ ด้านการจัดทำแนวกันไฟ การจัดการหมอกควันข้ามแดนด้านการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์ ด้านการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน ตลอดจนการดูแลผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดำเนินงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของชุมชนบริบทพื้นที่ชายแดน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง (PM2.5) เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

นายครรชิต วงค์พระยา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 2 (เมืองแม่ฮ่องสอน) หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 8 (ม่อนตะแลง) และศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน (เหยี่ยวไฟ) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1สาขาแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุ “สายด่วนพิทักษ์ไพร 1362” รหัส 69-02-2910 พบเกิดไฟป่าขึ้นจึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการดับไฟ บริเวณบ้านห้วยโป่งกาน หมู่ 6 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้าย จึงเข้าควบคุมไฟป่าไว้ได้ พื้นที่ป่าถูกไฟไหม้โดยประมาณ 5 ไร่ พื้นที่ทำกินชาวบ้าน โดยไม่ทราบสาเหตุ และนายอนุสรณ์ ปูเครือ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 1 (ปาย) ร่วมกับกำนันและชาวบ้านได้เข้าตรวจสอบ ดับไฟตามรายงานจุดความร้อน (Hotspot) ดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS บริเวณป่าบ้านสบสา ท้องที่บ้านสบสา หมู่ 4 ต.เมืองเปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สามารถควบคุมไฟได้ พื้นที่ความเสียหายประมาณ 50 ไร่

สำหรับการแก้ปัญหาไฟป่าข้ามแดน เนื่องจากตลอดแนวชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่ อ.ปาย อ.ปางมะผ้า อ.เมือง อ.ขุนยวม อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย ทุกอำเภอติดชายแดนกับประเทศเมียนมา การแก้ปัญหาการป้องกันไฟป่าหมอกควันจะมีทหารฉก.สิงหนาท ทหารพราน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ร่วมกันทำกิจกรรมหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย -เมียนมา โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่อสอน มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานบ้านห้วยต้นนุ่นของไทย กับบ้านน้ำมางของเมียนมา เพื่อให้ราษฏรทั้งสองประเทศช่วยป้องกันไฟป่าหมอกควันข้ามแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...