โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

มติชทพ.โหวต กัญจนา คัมแบ๊กหน. เล่ายิบเหตุท็อป ต้องย้ายซบภท. ย้ำปัดทิ้งมรดกพ่อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ชาติไทยพัฒนา” จัดประชุมใหญ่เลือก กก.บห.ชุดใหม่“กัญจนา” นั่งหัวหน้าพรรค ย้ำ “วราวุธ” ไม่ได้ทิ้งพรรคที่พ่อสร้าง จิตวิญญาณบรรหารยังอยู่ในตัว “ท็อป-หนูนา” แจง ย้ายไป ภท. ให้งานมีประสิทธิภาพ พ้อ ปี’66 ในสุพรรณฯ ชทพ.ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ 3 น้องชายหวิดตก เป็นได้แค่ ส.ส.ปัดเศษ ยัน รอบนี้แม้ไม่ได้ส่งผู้สมัคร แต่ประสาน “วราวุธ” ได้

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 มกราคม ที่สำนักงานสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จัดประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายธีระ วงศ์สมุทร อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แทนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าที่พ้นจากตำแหน่งไป ขณะที่บรรยากาศการประชุมครั้งนี้ มีแกนนำพรรคคนสำคัญเดินทางมาร่วมประชุมด้วยหลายคน อาทิ นายจองชัย เที่ยงธรรม สมาชิกพรรค นายสมชาย สุจิตต์ สมาชิกพรรค

โดยที่ประชุมมีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 9 คน ประกอบด้วย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ รองหัวหน้าพรรค นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เลขาธิการพรรค นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง รองเลขาธิการพรรค นางพวงรัตน์ ชัยบุตร เหรัญญิกพรรค นายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค จำนวน 3 คน ได้แก่ นายสุรชัย ทิณเกิด นายอภิวัชร บัวพันธ์ และ นายบุญส่ง รัตนพร

จากนั้น น.ส.กัญจนากล่าวเปิดใจภายหลังได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคว่า ขอบคุณที่สมาชิกเลือกพวกเราเป็นกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ลบคำกล่าวหาที่ว่า พรรค ชทพ.จะไม่มีอยู่แล้ว พรรคเรายังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ไม่นึกว่าที่สุดวันหนึ่งตนจะต้องกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค หลังจากที่เคยเป็นมาช่วงหนึ่ง และส่งมอบต่อให้นายวราวุธ ศิลปอาชา ซึ่งมันมีเหตุปัจจัยว่าทำไมเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เนื่องจากนายวราวุธได้ลาออกจากหัวหน้าพรรค ย้ายบ้านไปอยู่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมกับอดีต ส.ส.ของพรรค และสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง

ถามว่าทำไมนายวราวุธและสมาชิกบางส่วนต้องย้ายบ้าน ก็มีข้อถกเถียง ถามหากันวุ่นวาย บางคนอาจจะปรารถนาที่จะโจมตีอยู่แล้ว สร้างวาทกรรมว่า นายวราวุธทิ้งพรรคที่พ่อสร้างมา ซึ่งจริงๆ ตนเคยอธิบายในโซเชียลแล้วครั้งหนึ่ง ขออธิบายอีกครั้งว่า เหตุที่นายวราวุธและชาวพรรค ชทพ. ต้องย้ายบ้านไปสู่บ้านที่ใหญ่กว่า เพราะพรรค ชทพ.แม้ในยุคที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ยังอยู่ หลังๆ ก็มีขนาดเล็กลงอย่างมาก อย่างในการเลือกตั้งปี 54 เราได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต 15 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 4 คน รวม 19 คน กลายเป็นพรรคขนาดเล็กไปแล้ว

น.ส.กัญจนากล่าวว่า การทำงานการเมืองถ้าจะให้มีประสิทธิภาพ พรรคขนาดเล็กทำงานได้ยากมาก ตนได้ยินมากับหูบางคนบอกว่า พรรคขนาดเล็กเลือกไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำอะไรไม่ได้ ไปเลือกพรรคใหญ่ดีกว่า สามารถทำอะไรได้เป็นรูปธรรม ซึ่งมันก็เป็นความจริง การเลือกตั้งที่ผ่านมา ตนและชาวพรรค ชทพ. ขอขอบคุณชาวสุพรรณบุรีที่เลือก ส.ส.เขตยกจังหวัดเรื่อยมา รวมถึงจังหวัดอื่นที่น้อยมาก มีสุพรรณบุรีที่เหมือนเป็นเมืองหลวงของพรรค ชทพ. ที่เลือก ส.ส.เขตครบทุกคน ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทราบหรือไม่ว่า แม้การเลือกตั้งช่วงที่นายบรรหารยังมีชีวิตอยู่ พรรค ชทพ.ก็ไม่ได้เป็นพรรคที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ในสุพรรณบุรี ทั้งที่ตลอดชีวิตนายบรรหารทำให้สุพรรณบุรีมาก แต่กลับไม่ได้ที่ 1 กลายเป็นพรรคอื่นที่ไม่ได้ทำอะไรให้สุพรรณบุรีเลย โดยเฉพาะการเลือกตั้งปี’66 พรรค ชทพ.เราไม่ได้แม้แต่ที่ 2 แต่เป็นที่ 3 ด้วยซ้ำ อันดับ 1 คือ พรรคก้าวไกล ซึ่งคือพรรคประชาชน (ปชน.) ในปัจจุบัน อันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย (พท.) บางทีก็นึกว่าทำไมเป็นอย่างนี้ เราทุ่มเทให้สุพรรณบุรีมาก แต่ทำไมเรื่องพรรคเราถึงเป็นที่ 3 ทราบหรือไม่ว่า นายวราวุธเกือบสอบตก เขาได้เป็น ส.ส.ปัดเศษ เป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค ได้คะแนนประมาณแสนกว่าๆ เกือบสอบตก

น.ส.กัญจนากล่าวว่า ในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ถ้านายวราวุธไม่ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ สอบตกแน่นอน ซึ่งนายวราวุธและอดีต ส.ส.ของพรรค ต้องการทำงานให้คนสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำต้องย้ายบ้านไปอยู่บ้านใหญ่ขึ้น ถ้ายังอยู่บ้านเดิม ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ได้รับใช้พี่น้องแน่นอน เปรียบเสมือนชีวิตของนายบรรหาร เกิดสุพรรณบุรี โตสุพรรณบุรี จนอายุ 18 ปี นายบรรหารรักสุพรรณบุรีแค่ไหน แต่ยังต้องทิ้งสุพรรณบุรี เพื่อไปทำมาหากินที่ กทม. เพื่อให้เติบใหญ่ แล้วกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ถ้านายบรรหารอ้างว่ารักสุพรรณบุรีแล้วอยู่แค่สุพรรณบุรี คงไม่ได้เติบโต และวันหนึ่งได้เป็นนายกฯกลับมาพัฒนาบ้านเกิดหรอก เช่นเดียวกับนายวราวุธ ถ้าไม่ย้ายไปอยู่บ้านที่ใหญ่กว่าก็ไม่มีโอกาสมารับใช้คนสุพรรณบุรีและจังหวัดอื่น เราจะไม่ได้เป็น ส.ส.แน่นอน

ทั้งนี้ รบกวนช่วยตน และนายวราวุธอธิบายให้คนอื่นๆ ได้เข้าใจ จะได้ไม่พูดกันอีกว่านายวราวุธทิ้งพรรคที่พ่อสร้างมา ซึ่งการไปอยู่กับพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีหลากหลายกระทรวงที่ทำงานร่วมกัน จะมีศักยภาพในการประสานกับกระทรวงต่างๆ ภายใต้พรรคใหญ่ การทำงานจะเชื่อมประสานกันง่ายขึ้น

“ไม่ต้องห่วงพรรค ชทพ.ก็ยังอยู่ตรงนี้ กัญจนาก็ยังเฝ้าบ้าน ยังมีกรรมการบริหารพรรคช่วยกันเฝ้า ดูแลพรรค ชทพ.อยู่ตรงนี้ ไม่ได้ไปไหน พรรคเรายังอยู่ ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไร ไม่ว่าวราวุธหรือทุกคนที่ไปอยู่พรรคใหม่ ไม่ว่าสวมสีอะไร ชื่อพรรคอะไร แต่จิตวิญญาณของนายบรรหาร เลือดของนายบรรหารยังอยู่เต็มตัวของวราวุธ เจตนารมณ์ที่สืบทอดกันมาไม่ได้เปลี่ยนไปตามสีเสื้อ แต่ยังอยู่เต็มตัว เลือดนายบรรหารไม่ได้เสื่อมไปไหน แต่อยู่ในตัวกัญจนาและวราวุธตลอดชีวิต” น.ส.กัญจนากล่าว

น.ส.กัญจนากล่าวอีกว่า แม้การเลือกตั้งครั้งนี้เราจะไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส. แต่บ้านที่ชื่อพรรค ชทพ.ยังอยู่ ทั้งที่กทม. สุพรรณบุรี และสาขาพรรคในจังหวัดอื่นๆ เรายังมีที่ทำการพรรคอยู่ มีกรรมการบริหารพรรค เรายังเป็นชาวพรรค ชทพ. แม้จะไม่ได้มีบทบาททางการเมือง แต่สามารถประสานกับนายวราวุธได้ ทุกข์ร้อนอะไรก็ไปขอความช่วยเหลือได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มติชทพ.โหวต กัญจนา คัมแบ๊กหน. เล่ายิบเหตุท็อป ต้องย้ายซบภท. ย้ำปัดทิ้งมรดกพ่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...