โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ เรื่องพระราชโอรส-ธิดา ในรัชกาลที่ 5 ว่าอย่างไร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพ : พระบรมรูปหมู่ ฉายที่พลับพลาปากแพรก จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเสด็จไทรโยค พ.ศ.2431,1. สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ 2. รัชกาลที่ 6 3. รัชกาลที่ 5 4. สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงศ์ 5. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ (ซ้ายไปขวา) จาก fb สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ เรื่องพระราชโอรส-ธิดา ในรัชกาลที่ 5 ว่าอย่างไร

หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สวรรคต สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงย้ายไปประทับ ณ พระราชวังพญาไท โดยมีพระราชโอรส และพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น เสด็จไปเข้าเฝ้าฯ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมี นายแพทย์มัลคอล์ม สมิธ (Malcolm Smith) แพทย์ชาวอังกฤษ ที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในสมเด็จพระพันปีหลวง ทรงชักชวนให้มาปฏิบัติหน้าที่แพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระพันปีหลวง หมอสมิธจึงมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ เพื่อดูแลพระพลานามัยอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ได้เห็น และรับฟังเรื่องราวในราชสำนักสยามมากมาย

ครั้งหนึ่ง หมอสมิธกราบบังคมทูลถามสมเด็จพระพันปีหลวง ถึงเรื่องราวที่เขาสงสัยมานาน คือ รัชกาลที่ 5 มีพระมเหสี เจ้าจอม พระราชโอรส และพระราชธิดา รวมทั้งหมดกี่พระองค์ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธว่าอย่างไร เขาเล่าเรื่องนี้ไว้ในผลงาน “ราชสำนักสยามในทรรศนะของหมอสมิธ” (แปลจากภาษาอังกฤษเรื่อง “A Physician at the Court of Siam”)

เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ

เรื่องนี้ต้องย้อนไปถึงช่วงที่หมอสมิธถวายการรับใช้สมเด็จพระพันปีหลวงในฐานะแพทย์ประจำพระองค์ได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจสร้างบ้านพักของตัวเอง โดยเห็นว่า ไม่ควรอยู่ห่างจากตัวเมืองมากนัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง หากมีพระราชประสงค์ให้เข้าเฝ้าฯ ก็จะสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว

คืนวันหนึ่ง (สมเด็จพระพันปีหลวงโปรดทรงงานในเวลากลางคืน และจะบรรทมในเวลาราว 6 โมงเช้า-ผู้เขียนบทความออนไลน์) สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระราชดำรัสถามเรื่องที่พักของหมอสมิธ และทรงถามว่า ขาดเหลือสิ่งใดอีกบ้าง หมอสมิธกราบบังคมทูลว่า ยังขาดเงินอยู่อีก 3,000 ปอนด์ พระองค์จึงทรงตอบไปว่า “ถ้าเช่นนั้นฉันจะให้ยืม”

ให้หลังเพียง 3 วัน หมอสมิธก็ได้รับธนบัตรปึกหนึ่งมัดมาเป็นห่อเล็ก ๆ จึงนำเงินจำนวนนั้นไปเก็บรักษาไว้ในหีบอย่างดี และกราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า เขาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้

ต่อมา สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระราชดำรัสว่า “หากมีแล้วค่อยนำมาใช้คืน” แต่ปรากฏว่า 1 เดือนหลังจากนั้น พระองค์มีพระราชดำรัสกับหมอสมิธว่า ไม่ทรงต้องการเงินจำนวนนั้นอีกแล้ว ให้ถือเป็นของขวัญพระราชทานแก่หมอสมิธ

เมื่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อย สมเด็จพระพันปีหลวงก็ทรงพระเมตตาต่อหมอสมิธด้วยการพระราชทานชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยเงินทั้งชุดประมาณ 20 ชิ้น และชุดถ้วยชาม ซึ่งมีทั้งจานใส่อาหาร จานข้าว และแก้วน้ำ เป็นของขวัญสำหรับบ้านหลังใหม่ และเนื่องจากพระองค์เสด็จพระราชสมภพปีกุน ซึ่งหมอสมิธก็เกิดปีนักษัตรนี้เช่นกัน แต่สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระชนมมายุมากกว่า 12 ปี จานทุกใบจึงมีรูปหมูอยู่ตรงกลาง ส่วนแก้วน้ำก็สลักรูปหมูไว้ที่ข้างแก้ว

น้ำพระทัยที่สมเด็จพระพันปีหลวงพระราชทานให้เสมอมา ทำให้เขาตั้งใจจะกราบบังคมทูลเชิญพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาเสวยพระกระยาหารที่บ้าน แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจเกิดขึ้น เขาจึงปรึกษาข้าราชบริพารในพระองค์ถึงการเตรียมพระกระยาหารเข้าไปเทียบเครื่องเสวยในวัง ซึ่งไม่มีใครขัดข้อง และตกลงกันว่า เครื่องเสวยทุกรายการจะเป็นพระกระยาหารฝรั่งทั้งหมด

หมอสมิธเล่าว่า ในกรุงเทพฯ การเลือกชนิดพระกระยาหารทำได้ค่อนข้างจำกัด และพ่อครัวชาวจีนก็มีอยู่ไม่มากนัก จึงไม่อาจสนองความต้องการของเขาได้อย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดก็สรุปกันได้ว่า รายการเครื่องเสวยจะเริ่มด้วยซุปข้น ต่อด้วยไก่งวงย่าง และแฮมจากเมืองยอร์คชิ้นใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งทอดในน้ำมันน้อย ๆ และถั่วลันเตาอบ ตามด้วยขนมที่เรียกว่า sponge triffle และของหวานชนิดอื่น ๆ ตามธรรมเนียมพระกระยาหารทุกชนิดต้องบรรจุในภาชนะเงิน ซึ่งจะส่งกลับคืนภายหลัง

เมื่อถึงวันที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ หมอสมิธนำไก่งวง 1 ตัว หนัก 12 ปอนด์ แฮมจากเมืองยอร์ค หนัก 4 ปอนด์ พร้อมด้วยพระกระยาหารอื่น ๆ เข้าไปในห้องบรรทมในเวลาหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย สมเด็จพระพันปีหลวงประทับอยู่บนพระแท่นบรรทมตามปกติ ส่วนหมอสมิธอยู่กับพื้นข้างพระแท่นบรรทม ขั้นตอนทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี พ่อครัวที่หมอสมิธนำเข้าไปปรุงพระกระยาหารก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด สมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระสำราญ และมีพระราชปฏิสันถารกับผู้เข้าเฝ้า

แล้วก็ถึงเวลาสำคัญของเขา

“ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะจึงทูลถามพระองค์ถึงเรื่องที่ข้าพเจ้าใคร่จะทราบมานานแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมเหสีและเจ้าจอม ตลอดจนพระราชโอรสและพระราชธิดารวมทั้งหมดกี่พระองค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบแก่ข้าพเจ้าได้ ข้อมูลที่ข้าพเจ้าได้รับทราบมาก็เป็นจำนวนที่เหลือเชื่อและในพงศาวดารก็มิได้ระบุไว้แน่ชัด

สมเด็จพระพันปีหลวงไม่อาจทรงตอบคำถามของข้าพเจ้าเกี่ยวกับจำนวนพระมเหสีและเจ้าจอมของพระเจ้าอยู่หัวได้ และพระองค์เองก็ไม่ทรงคิดว่าพระเจ้าอยู่หัวจะทรงทราบด้วยเช่นกัน ส่วนจำนวนพระราชโอรสและพระราชธิดานั้นมีด้วยกันทั้งสิ้น ๗๘ พระองค์ไม่นับถึงที่สิ้นพระชนม์ในพระครรภ์พระมารดา พระองค์ได้ตรัสว่า ‘เท่านี้ก็มากพอแล้ว เพราะถ้าหากมีมากกว่านี้ก็คงจะเป็นพวกที่พระเจ้าอยู่หัวไม่โปรด’ และทรงกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดาอีกเลยนับตั้งแต่พระชนมายุ ๔๒ พรรษา”

หมายเหตุ : ในหนังสือ “จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา” ที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ทรงรวบรวม ระบุว่า รัชกาลที่ 5 มีพระราชโอรส 32 พระองค์ พระราชธิดา 44 พระองค์ และไม่ปรากฏว่าเป็นพระราชโอรส หรือพระราชธิดา 1 พระองค์ รวมทั้งหมด 77 พระองค์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า. (2548). จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา (พิมพ์ครั้งที่ 4). บรรณกิจ 1991.

สมิธ, มัลคอล์ม. (2537). ราชสำนักสยามในทรรศนะของหมอสมิธ (ศุกลรัตน์ ธาราศักดิ์, ผู้แปล). กรมศิลปากร.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ เรื่องพระราชโอรส-ธิดา ในรัชกาลที่ 5 ว่าอย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...