สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ เรื่องพระราชโอรส-ธิดา ในรัชกาลที่ 5 ว่าอย่างไร
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ เรื่องพระราชโอรส-ธิดา ในรัชกาลที่ 5 ว่าอย่างไร
หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สวรรคต สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงย้ายไปประทับ ณ พระราชวังพญาไท โดยมีพระราชโอรส และพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น เสด็จไปเข้าเฝ้าฯ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมี นายแพทย์มัลคอล์ม สมิธ (Malcolm Smith) แพทย์ชาวอังกฤษ ที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในสมเด็จพระพันปีหลวง ทรงชักชวนให้มาปฏิบัติหน้าที่แพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระพันปีหลวง หมอสมิธจึงมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ เพื่อดูแลพระพลานามัยอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ได้เห็น และรับฟังเรื่องราวในราชสำนักสยามมากมาย
ครั้งหนึ่ง หมอสมิธกราบบังคมทูลถามสมเด็จพระพันปีหลวง ถึงเรื่องราวที่เขาสงสัยมานาน คือ รัชกาลที่ 5 มีพระมเหสี เจ้าจอม พระราชโอรส และพระราชธิดา รวมทั้งหมดกี่พระองค์ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธว่าอย่างไร เขาเล่าเรื่องนี้ไว้ในผลงาน “ราชสำนักสยามในทรรศนะของหมอสมิธ” (แปลจากภาษาอังกฤษเรื่อง “A Physician at the Court of Siam”)
เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ
เรื่องนี้ต้องย้อนไปถึงช่วงที่หมอสมิธถวายการรับใช้สมเด็จพระพันปีหลวงในฐานะแพทย์ประจำพระองค์ได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจสร้างบ้านพักของตัวเอง โดยเห็นว่า ไม่ควรอยู่ห่างจากตัวเมืองมากนัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง หากมีพระราชประสงค์ให้เข้าเฝ้าฯ ก็จะสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว
คืนวันหนึ่ง (สมเด็จพระพันปีหลวงโปรดทรงงานในเวลากลางคืน และจะบรรทมในเวลาราว 6 โมงเช้า-ผู้เขียนบทความออนไลน์) สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระราชดำรัสถามเรื่องที่พักของหมอสมิธ และทรงถามว่า ขาดเหลือสิ่งใดอีกบ้าง หมอสมิธกราบบังคมทูลว่า ยังขาดเงินอยู่อีก 3,000 ปอนด์ พระองค์จึงทรงตอบไปว่า “ถ้าเช่นนั้นฉันจะให้ยืม”
ให้หลังเพียง 3 วัน หมอสมิธก็ได้รับธนบัตรปึกหนึ่งมัดมาเป็นห่อเล็ก ๆ จึงนำเงินจำนวนนั้นไปเก็บรักษาไว้ในหีบอย่างดี และกราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า เขาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้
ต่อมา สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระราชดำรัสว่า “หากมีแล้วค่อยนำมาใช้คืน” แต่ปรากฏว่า 1 เดือนหลังจากนั้น พระองค์มีพระราชดำรัสกับหมอสมิธว่า ไม่ทรงต้องการเงินจำนวนนั้นอีกแล้ว ให้ถือเป็นของขวัญพระราชทานแก่หมอสมิธ
เมื่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อย สมเด็จพระพันปีหลวงก็ทรงพระเมตตาต่อหมอสมิธด้วยการพระราชทานชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยเงินทั้งชุดประมาณ 20 ชิ้น และชุดถ้วยชาม ซึ่งมีทั้งจานใส่อาหาร จานข้าว และแก้วน้ำ เป็นของขวัญสำหรับบ้านหลังใหม่ และเนื่องจากพระองค์เสด็จพระราชสมภพปีกุน ซึ่งหมอสมิธก็เกิดปีนักษัตรนี้เช่นกัน แต่สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระชนมมายุมากกว่า 12 ปี จานทุกใบจึงมีรูปหมูอยู่ตรงกลาง ส่วนแก้วน้ำก็สลักรูปหมูไว้ที่ข้างแก้ว
น้ำพระทัยที่สมเด็จพระพันปีหลวงพระราชทานให้เสมอมา ทำให้เขาตั้งใจจะกราบบังคมทูลเชิญพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาเสวยพระกระยาหารที่บ้าน แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจเกิดขึ้น เขาจึงปรึกษาข้าราชบริพารในพระองค์ถึงการเตรียมพระกระยาหารเข้าไปเทียบเครื่องเสวยในวัง ซึ่งไม่มีใครขัดข้อง และตกลงกันว่า เครื่องเสวยทุกรายการจะเป็นพระกระยาหารฝรั่งทั้งหมด
หมอสมิธเล่าว่า ในกรุงเทพฯ การเลือกชนิดพระกระยาหารทำได้ค่อนข้างจำกัด และพ่อครัวชาวจีนก็มีอยู่ไม่มากนัก จึงไม่อาจสนองความต้องการของเขาได้อย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดก็สรุปกันได้ว่า รายการเครื่องเสวยจะเริ่มด้วยซุปข้น ต่อด้วยไก่งวงย่าง และแฮมจากเมืองยอร์คชิ้นใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งทอดในน้ำมันน้อย ๆ และถั่วลันเตาอบ ตามด้วยขนมที่เรียกว่า sponge triffle และของหวานชนิดอื่น ๆ ตามธรรมเนียมพระกระยาหารทุกชนิดต้องบรรจุในภาชนะเงิน ซึ่งจะส่งกลับคืนภายหลัง
เมื่อถึงวันที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ หมอสมิธนำไก่งวง 1 ตัว หนัก 12 ปอนด์ แฮมจากเมืองยอร์ค หนัก 4 ปอนด์ พร้อมด้วยพระกระยาหารอื่น ๆ เข้าไปในห้องบรรทมในเวลาหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย สมเด็จพระพันปีหลวงประทับอยู่บนพระแท่นบรรทมตามปกติ ส่วนหมอสมิธอยู่กับพื้นข้างพระแท่นบรรทม ขั้นตอนทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี พ่อครัวที่หมอสมิธนำเข้าไปปรุงพระกระยาหารก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด สมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระสำราญ และมีพระราชปฏิสันถารกับผู้เข้าเฝ้า
แล้วก็ถึงเวลาสำคัญของเขา
“ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะจึงทูลถามพระองค์ถึงเรื่องที่ข้าพเจ้าใคร่จะทราบมานานแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมเหสีและเจ้าจอม ตลอดจนพระราชโอรสและพระราชธิดารวมทั้งหมดกี่พระองค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบแก่ข้าพเจ้าได้ ข้อมูลที่ข้าพเจ้าได้รับทราบมาก็เป็นจำนวนที่เหลือเชื่อและในพงศาวดารก็มิได้ระบุไว้แน่ชัด
สมเด็จพระพันปีหลวงไม่อาจทรงตอบคำถามของข้าพเจ้าเกี่ยวกับจำนวนพระมเหสีและเจ้าจอมของพระเจ้าอยู่หัวได้ และพระองค์เองก็ไม่ทรงคิดว่าพระเจ้าอยู่หัวจะทรงทราบด้วยเช่นกัน ส่วนจำนวนพระราชโอรสและพระราชธิดานั้นมีด้วยกันทั้งสิ้น ๗๘ พระองค์ไม่นับถึงที่สิ้นพระชนม์ในพระครรภ์พระมารดา พระองค์ได้ตรัสว่า ‘เท่านี้ก็มากพอแล้ว เพราะถ้าหากมีมากกว่านี้ก็คงจะเป็นพวกที่พระเจ้าอยู่หัวไม่โปรด’ และทรงกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดาอีกเลยนับตั้งแต่พระชนมายุ ๔๒ พรรษา”
หมายเหตุ : ในหนังสือ “จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา” ที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ทรงรวบรวม ระบุว่า รัชกาลที่ 5 มีพระราชโอรส 32 พระองค์ พระราชธิดา 44 พระองค์ และไม่ปรากฏว่าเป็นพระราชโอรส หรือพระราชธิดา 1 พระองค์ รวมทั้งหมด 77 พระองค์
อ่านเพิ่มเติม :
- ทำไม “สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี” พระภรรยาเจ้ารัชกาลที่ 5 ถึงทรงเป็น “สมเด็จรีเยนต์”
- ทำไม “สมเด็จพระพันปีหลวง” พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 ทรงนอนตอนเช้า และทรงตื่นในเวลาค่ำ?
- เมนูโปรด สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5 คืออะไร?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า. (2548). จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา (พิมพ์ครั้งที่ 4). บรรณกิจ 1991.
สมิธ, มัลคอล์ม. (2537). ราชสำนักสยามในทรรศนะของหมอสมิธ (ศุกลรัตน์ ธาราศักดิ์, ผู้แปล). กรมศิลปากร.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตอบหมอสมิธ เรื่องพระราชโอรส-ธิดา ในรัชกาลที่ 5 ว่าอย่างไร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com