โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายสื่อ ระหว่างลงพื้นที่ทำข่าวสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายนักข่าวระหว่างลงพื้นที่ทำข่าว เหตุสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65 ชี้คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาได้ ให้ศาลปกครองชั้นต้นเริ่มพิจารณาคดี

วันที่ 22 ก.พ. 2569 มีรายงานว่า มีคดีน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพการทำงานของสื่อมวลชนภาคสนาม ที่เกี่ยวพันกับสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ภายหลังศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งที่ 17/2569 ตามคำร้องที่ 283/2567 ให้รับคดีตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ทำร้ายสื่อมวลชน ระหว่างลงพื้นที่ทำข่าวการสลายการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” เมื่อปี พ.ศ. 2565

สำหรับข้อเท็จจริงคดีนี้ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ลงพื้นที่ไลฟ์สดการชุมนุมดังกล่าว ช่วงเวลาประมาณเที่ยงของวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 แล้วถูกตำรวจ คฝ. ใช้โล่ผลักจนล้มระหว่างกำลังไลฟ์สดเหตุสลายการชุมนุม แม้จะแจ้งว่าเป็นสื่อมวลชน ก่อนจะใช้กระบองฟาดซ้ำและเตะซ้ำที่ลำตัวหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บหลายจุด โดยตำรวจ คฝ. นายหนึ่งได้หยิบฉวยโทรศัพท์ที่ใช้ไลฟ์โยนลงพื้นกระทั่งหน้าจอแตก

นำไปสู่การฟ้องคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในฐานะต้นสังกัดของตำรวจ คฝ. ทั้งหมดต่อศาลปกครอง ให้มีคำพิพากษา 2 เรื่อง 1.ให้กำหนดคำบังคับในกรณีจะสลายการชุมนุมว่า ให้ตำรวจหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หรือหากจะใช้กำลังก็ต้องยึดหลักพอสมควรแก่เหตุ โดยขั้นตอนต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และ 2.ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 5% นับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น

สำหรับคดีนี้ ศาลปกครองชั้นต้น มีคำสั่ง “ไม่รับคดีนี้ไว้พิจารณา” เพราะเห็นว่าการสลายการชุมนุมกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” ในวันดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและตามที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทางกายภาพมิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายปกครอง หรือกฎ/คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น ประกอบกับมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการชุมนุมสาธารณะ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อาญา) อันแสดงให้เห็นว่า การดำเนินงานของตำรวจ คฝ. เกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะเป็นการดำเนินการตาม ป.อาญา “คดีนี้จึงไม่อยู่ในอนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง” (คดีหมายเลขที่ 1910/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 2495/2566)

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ ศาลปกครองสูงสุดกลับเห็นต่าง และมีคำสั่ง “ให้รับคดีนี้ไว้พิจารณา” โดยให้เหตุผลว่า การที่ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ไม่ได้มีการบัญญัติไว้ว่าให้ศาลใดเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาไปตาม “หลักทั่วไป” ที่ว่าศาลปกครองเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง และเมื่อพิจารณาจาก พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จะเห็นว่ามีเพียง 2 มาตราเท่านั้น ที่บัญญัติให้ศาลยุติธรรมเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง ได้แก่ มาตรา 21 (กรณีที่การชุมนุมสาธารณะไม่เป็นไปตามกฎหมาย สามารถขอให้ศาลแพ่ง/ศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจ สั่งเลิกการชุมนุมนั้นได้) และมาตรา 25 (กรณีที่ผู้ชุมนุมมีการกระทำใดๆ ที่มีลักษณะรุนแรง เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะสามารถสั่งเลิกการชุมนุมนั้นได้ โดยผู้ชุมนุมสามารถยื่นคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อศาลแพ่ง/ศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจ) “กรณีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ..เป็นกรณีที่ศาลปกครองมีอำนาจกำหนดคำบังคับได้” และเมื่อผู้ฟ้องคดีได้นำคดีนี้มายื่นฟ้องต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่รู้เหตุแห่งการฟ้องคดี จึงเป็นเหตุให้สามารถ “รับคดีนี้ไว้พิจารณา” ได้

สำหรับการสลายการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” ของตำรวจ คฝ. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 นอกจากจะมีสื่อมวลชนอย่างน้อย 4 คนได้รับบาดเจ็บ (รวมถึงนักข่าวจาก The MATTER) ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมว่า พฤติกรรมของตำรวจ คฝ. ดังกล่าว เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีคำสั่งที่ 414/2565 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาบทลงโทษหากมีตำรวจ คฝ. รายใดกระทำผิด แต่ภายหลังได้สั่งยุติเรื่อง โดยอ้างว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. ในวันดังกล่าว เป็นไปโดยถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว” ไม่มีใครต้องถูกลงโทษทางวินัย

และนอกจากคดีนี้ พฤติการณ์ของตำรวจ คฝ. ในเหตุการณ์วันดังกล่าว ยังถูกผู้ชุมนุมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 12.5 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...