โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘จุลพันธ์’ ชวนจับตาปมภาษีทรัมป์ 10% ทั่วโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘จุลพันธ์’ ชวนจับตาปมภาษีทรัมป์ 10% ทั่วโลก ชี้ไทยพอมีลุ้นส่งออก แต่หนี้ครัวเรือน 86% ยังถ่วงเศรษฐกิจทำฟื้นไม่สุด มองผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นความท้าทายต้องจับตามอง

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า มาจับตาติดตามภาษีทรัมป์รอบใหม่ไปด้วยกัน เมื่อคืนนี้ ศาลสูงสุดสหรัฐ เพิ่งตัดสินว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้กฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) เก็บภาษีสินค้านำเข้าแบบที่ทำอยู่นั้นผิดกฎหมาย ทำไม่ได้ และทรัมป์ได้นำกฎหมายอีกฉบับขึ้นมาใช้ทันที โดยประกาศเก็บภาษีสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลก 10% เท่ากันหมด มีผลวันที่ 24 ก.พ. นี้เลย

นายจุลพันธ์ ระบุว่า สำหรับประเทศไทยก่อนหน้านี้เรากำลังเจรจากันอยู่ที่ 19% พอเปลี่ยนมาเป็น 10% เท่ากันทุกประเทศ น่าจะส่งผลดีต่อสินค้าส่งออกของไทยบ้าง โดยเฉพาะสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตรบางอย่างที่ได้รับการยกเว้น แต่กฎหมายฉบับนี้มีอายุแค่ 150 วัน คือประมาณ 5 เดือน เท่านั้น พอหมดอายุแล้วจะเป็นยังไงต่อ ตอนนี้ต้องรอติดตาม เพราะทรัมป์ยังมีกฎหมายอื่นในมืออีกที่ใช้กับประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ ซึ่งไทยเราก็เข้าข่ายด้วย

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่ต้องดูกันต่อคือ บรรดาบริษัทที่เสียภาษีไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ก็มีสิทธิฟ้องขอเงินคืนจากรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นเงินมหาศาล แต่ทรัมป์บอกไม่คืนง่ายๆ เรื่องนี้คงถกเถียงกันในศาลอีกนาน และถ้าทรัมป์อยากต่ออายุภาษีนี้หลังจาก 5 เดือน ต้องให้สภาโหวตผ่าน ซึ่งขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้งเดือน พ.ย. นี้ว่าพรรครีพลับลิกันของทรัมป์จะยังกุมเสียงข้างมากในสภาได้หรือไม่

นายจุลพันธ์ ระบุว่า ขณะเดียวกันโจทย์ในบ้านเราก็ต้องแก้กันต่อไปครับ เพราะส่งออกได้มากขึ้นเป็นเรื่องดี แต่คนในประเทศยังมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง 86% ต่อ GDP ไม่มีเงินจับจ่าย และคนตัวเล็กตัวน้อยยังขอสินเชื่อจากธนาคารแทบไม่ได้ ถ้าไม่แก้ตรงนี้ เศรษฐกิจก็ฟื้นได้ไม่เต็มที่ เรื่องนี้ยังไม่จบ ยังต้องติดตามกันต่อไป ความผันผวนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาเป็นความท้าทายที่ต้องจับตามอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...