โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ครูน้อยโร่ขึ้นโรงพัก เจอ ผอ.โรงเรียนขู่เอาชีวิตยกครัว หลังร้องเรียน ป.ป.ช. เรื่องพบความผิดปกติ ในการเบิกจ่ายงบอาหารกลางวัน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันนี้ (11 ก.พ. 2569) ครูสอนดนตรีสากลโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพร เข้าแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ท่าแซะ

วันนี้ (11 ก.พ. 2569) ครูสอนดนตรีสากลโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพร เข้าแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ท่าแซะ หลังถูกร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช. กรณีพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณค่าอาหารกลางวันนักเรียน ก่อนถูกข่มขู่คุกคามอย่างรุนแรงถึงขั้นใช้ถ้อยคำหมายเอาชีวิต จะx่าทั้งตระกูล x่าให้xายยกครัว และจะยิงหัวxายคู่ ทำให้หวาดผวาและไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

โดย ครูผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า ได้ตรวจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณอาหารกลางวันนักเรียน โดยมีการเบิกค่าอาหารในวันที่ไม่มีการจัดการเรียนการสอน หรือวันที่นักเรียนไม่ได้รับประทานอาหารจริง จึงได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดชุมพร รวมถึงหน่วยงานต้นสังกัดด้านการศึกษา เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ต่อมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับคำร้องไว้ดำเนินการตรวจสอบ แต่ภายหลังการร้องเรียน ครูกลับถูกผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งเป็นผู้ถูกร้องเรียน แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสถานศึกษา มีการใช้ถ้อยคำข่มขู่คุกคามหลายครั้ง รวมถึงถ้อยคำรุนแรงในลักษณะว่าจะ ยิงหัว ซึ่งสื่อถึงการหมายเอาชีวิต ทำให้ครูผู้ร้องเรียนเกิดความหวาดกลัวและเห็นว่าอาจไม่ปลอดภัย จึงจำเป็นต้องเข้าแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ครูผู้ร้องเรียน ระบุเพิ่มเติมว่า การร้องเรียนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันนักเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ช่วงวันที่ 7-8 ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายอันเป็นเท็จ เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอรับการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน โดยไม่ได้ผ่านคณะกรรมการสถานศึกษา อีกทั้งยังมีการดำเนินการแก้ไขเงินกำไรจากยอดขายไอศกรีม และไม่ดำเนินการปันผลเงินกำไรของสหกรณ์โรงเรียน ส่งผลให้โรงเรียนได้รับความเสียหาย

สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่า ได้ดำเนินการขอทราบข้อเท็จจริง เรียกเอกสารหลักฐานจากโรงเรียน และสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า กรณีการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันนักเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เป็นเท็จ มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการไต่สวนต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นกรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการหรือเทียบเท่าลงมา และไม่เข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามแนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการ จึงมีมติให้มอบหมายให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการแทน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ขณะนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งมอบเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยให้สำนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ท. เขต 4 โดยสามารถติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินการได้ที่สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ครูผู้ร้องเรียน ยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากยื่นเรื่องร้องเรียน ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่องทั้งทางวาจาและพฤติกรรม โดยมีเหตุการณ์ที่ผู้บริหารเดินผ่านและกล่าวถ้อยคำข่มขู่ถึงชีวิต เช่น หากถูกไล่ออก จะไม่xายดี รวมถึงการกล่าวอ้างว่ามีการว่า จ้างบุคคลมาทำร้ายตนเองและครอบครัว และยังมีการพูดซ้ำหลายครั้งในลักษณะเดียวกัน เช่น xูจะยิงหัวxายคู่แน่นอน ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวอย่างรุนแรง

กรณีนี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาความโปร่งใสในการใช้งบประมาณอาหารกลางวันนักเรียนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความปลอดภัยของผู้ร้องเรียนในระบบการศึกษา รวมถึงบรรยากาศภายในโรงเรียนที่อาจไม่เหมาะสมต่อเด็กนักเรียน หากมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงในพื้นที่สถานศึกษา ครูผู้ร้องเรียนจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งด้านการเงินและพฤติกรรมการคุกคาม พร้อมขอให้มีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยผู้ร้องเรียนและพยาน รวมถึงเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะตามความเหมาะสม ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 และผ่านมากว่า 2 ปีแล้วแต่ผู้บริหารโรงเรียนคนดังกล่าวยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...