100 วันแรก 'ยศชนัน' ชู 'ทำงานแบบสมานฉันท์' แก้ปากท้องคู่สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เปลี่ยนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง
วันนี้ (17 มกราคม 2569) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมเวทีดีเบตในรายการดีเบต Nation Election DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย ซึ่งบนเวที Nation Debate ได้ตั้งคำถามว่า 'ถ้าได้เป็นผู้นำประเทศอะไรคือเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่จะสร้างจุดเปลี่ยนให้กับประเทศไทยเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในหนึ่งปีแรก'
ศ.ดร.ยศชนัน ประกาศย้ำจุดยืน การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศเศรษฐกิจรายได้สูงและมูลค่าสูง โดยเริ่มจากการทำงานแบบสมานฉันท์ใน 100 วันแรก และเร่งแก้ปัญหาปากท้องควบคู่ไปกับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้ขยายความและระบุขั้นตอนการทำงานไว้อย่างละเอียด ดังนี้
1. เปลี่ยนวิธีคิดการทำงานใน 100 วันแรกสู่ "Synergistic Government"
พรรคการเมืองคือ พรรคของประชาชน สิ่งสำคัญใน 100 วันแรกคือการเดินหน้าสอบถามองค์กรต่างๆ นำไอเดียที่ดีมาจูนกับนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย
"เปลี่ยนประเทศไทยเป็น Synergistic Government เป็นรัฐบาลที่วันนี้เราจับมือกัน สมัครสมานสามัคคี… เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยได้"
2. ภารกิจเร่งด่วนที่สุด: แก้หนี้ และสร้างรายได้
หลังจากปูพื้นฐานการทำงาน สิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อเขยื้อนฐานเศรษฐกิจคือ "การแก้หนี้ทั้งระบบ" เพื่อปลดล็อกให้คนไทยหายใจได้หลังวิกฤตโควิด จากนั้นจะมุ่งเน้นการ "สร้างความหวัง" ให้กับ 3 กลุ่มหลักที่มีผลต่อ GDP ทันที
-เกษตรกร : ประกันกำไรราคาผลิตผลทางการเกษตร 30 %
-SME และอุตสาหกรรม : เน้นสนับสนุนสินค้า Made in Thailand และใช้ความต้องการภาครัฐ
“กองทัพ Innovation กองทัพ Start Up มาเลย ความต้องการภาครัฐคือสิ่งสำคัญที่เราต้องให้เขา ทำให้เริ่มในเวทีโลกได้”
-ภาคบริการและการท่องเที่ยว : สนับสนุนคนไทยที่ไปทำงานต่างแดน ด้วยแนวคิดที่ว่าประเทศไทยไม่เคยทิ้งคนไทย ไม่ว่าเขาจะอยู่ในแผ่นดินไทย หรืออยู่ในแผ่นดินอื่นครับ
3. สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine)
เพื่อสร้างความหวังให้ไทยเติบโตในระดับโลก โดยให้ใช้จุดแข็งของประเทศสร้างเศรษฐกิจใหม่ทันที
4. การเรียกคืนความเชื่อมั่น และปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย
รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติด้วยการจัดการปัญหาเรื้อรังอย่างเด็ดขาด คอร์รัปชัน ไม่จบไม่เลิกครับ ยาเสพติด ไม่หมดไม่เลิก สแกมเมอร์ ไม่หมดไม่เลิก
5. ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย Digital Government
สุดท้ายคือการใช้เทคโนโลยีมาปลดล็อกสวัสดิการ โดยการรวมข้อมูลสาธารณสุขเพื่อยกระดับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค นี่จะเป็นครั้งแรกที่เรารวมข้อมูลทางด้านสาธารณสุขมารวมกัน เพื่อบริหารจัดการระบบสารณสุขได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โดยสรุปเป้าหมายสูงสุดคือการใช้ "การศึกษา นวัตกรรม และงานวิจัย เปลี่ยนแปลงประเทศไทย"