โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘กล้าธรรม’เติมเกมรุก สู้ไปลุ้นไป หวังประตูเป็นพรรครัฐบาลยังไม่ปิด

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พรรคกล้าธรรม” หนึ่งในพรรคการเมืองใหม่ที่เข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2569 แต่แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่แวดวงการเมือง-นักวิเคราะห์การเมืองและโพลบางสำนักก็ประเมินว่า พรรคกล้าธรรมจะได้ สส.ระดับหนึ่ง คือ ประมาณขั้นต่ำ 30 ที่นั่ง หรือหากทำได้เกินเป้าก็อาจอยู่ที่ระดับ 40 เก้าอี้ เพราะบางจังหวัดมีผู้สมัครที่เป็นพวกสายแข็ง ฐานการเมืองแน่นอยู่หลายคน เช่น ที่พะเยา ฐานที่มั่นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป้าหมายคือต้องชนะยกจังหวัดสามที่นั่ง และอีกหลายจังหวัด เช่น กำแพงเพชร-ราชบุรี-ฉะเชิงเทรา-นราธิวาส-สงขลา เป็นต้น โดยมีการคาดหมายกันว่า กล้าธรรมจะได้ สส.เขตเป็นส่วนใหญ่ ส่วน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีการประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 คน ที่ก็จะคล้ายกับพรรคพลังประชารัฐตอนเลือกตั้งปี 2566 ที่ได้ สส. 40 คน โดยเป็น สส.เขต 39 คน ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ได้แค่ 1 คน

จากจังหวะเดินดังกล่าวทำให้แวดวงการเมืองเห็นตรงกันว่า แนวทางของ พรรคกล้าธรรม จะเหมือนพลังประชารัฐตอนปี 2566 คือเน้น สส.เขตเป็นหลัก เพราะมีอดีต สส.เขตจากสภาชุดที่ผ่านมา อยู่กับพรรคกล้าธรรมหลายคน รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นในระดับจังหวัดตั้งแต่นายก อบจ.-ประธาน อบจ.-สจ.หลายสิบจังหวัดไว้นานแล้ว ตั้งแต่เริ่มเกิดเป็นพรรคกล้าธรรม รวมถึงก็ต่อสายดึงทุนภูธร ทุนท้องถิ่นหลายจังหวัดมาคอยแบ็กอัปสนับสนุนผู้สมัคร สส.เขตของกล้าธรรมในแต่ละจังหวัด ทำให้มีความพร้อมในระดับหนึ่ง ผนวกกับปัจจุบันแกนนำของพรรคกล้าธรรมก็เป็น รมต.คุมกระทรวง 4 กระทรวง คือ ก.เกษตรฯ-ก.ศึกษาธิการ-ก.พัฒนาสังคม-ก.ท่องเที่ยวฯ ก็ทำให้มี power ในเชิงพื้นที่ระดับหนึ่งแม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ขณะที่เป้า สส.ปาร์ตี้ลิสต์มีการมองกันว่า หากกล้าธรรมได้สัก 2-3 คนก็ถือว่าเข้าเป้า

เมื่อ ..ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ก็คือคีย์แมนพรรคเบอร์หนึ่ง วางเป้าไว้ข้างต้น จึงทำให้จังหวะการหาเสียงของกล้าธรรมจึงเป็นพรรคที่ต้องยอมรับสภาพตัวเองว่าจะไปหวังกับกระแสไม่ได้ โดยเฉพาะกระแสในสังคมโซเชียลมีเดีย ต้องเน้นที่ผลคะแนนอย่างเดียว เห็นได้จากพรรคกล้าธรรมไม่มีการส่งคนไปขึ้นเวทีดีเบตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเวทีใหญ่ๆ เพื่อประชันนโยบาย เพราะรู้ดีว่าหากส่งคนไปก็ต้องโดนรุกหนักในเรื่องที่มีการมองว่าภาพลักษณ์พรรคมีลักษณะ “สีเทาๆ” จนพรรคการเมืองอย่างพรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะขืนหากส่งคนไปขึ้นเวที แทนที่จะได้คะแนน คนของพรรคจะโดนพรรคอื่นไล่ต้อนเข้ามุม สู้ไม่ส่งคนไปร่วมดีกว่า

ยิ่งล่าสุด อดีต สส.-และปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคกล้าธรรมอย่าง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส.พรรคกล้าธรรม และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ ก็ถูกคณะกรรมการธุรกรรม ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่า 158 ล้านบาท ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลต่อพรรคกล้าธรรมตามมา

จึงยิ่งทำให้แนวทางหาเสียงของพรรคกล้าธรรมมุ่งไปในทิศทางเดียว คือ เน้นการหาเสียงในระดับพื้นที่รายจังหวัด เพราะรู้ดีว่าตัวเองมีจุดอ่อนในเรื่องภาพลักษณ์การเมืองที่ยังแก้ไม่ตก การหวังสร้างกระแสในโซเชียลมีเดียหรือการหวังคะแนนจากการส่งคนไปขึ้นเวทีดีเบตหรือเวทีประชันนโยบาย เป็นเรื่องที่ต้องตัดทิ้งออกไป ในแผนยุทธศาสตร์หาเสียง และเทน้ำหนักไปที่การหาเสียงแบบเข้าถึงพื้นที่เป็นหลัก เน้นเจาะ สส.เขตในจังหวัดที่ตัวเองคาดหวังจะได้ชัยชนะเป็นหลัก และให้คะแนนในระดับพื้นที่ช่วยดันให้พรรคกล้าธรรมมีคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้พรรคได้ สส.สักขั้นต่ำ 40 ที่นั่ง ก็ถือว่าเข้าเป้าแล้ว

จากนั้นก็ค่อยรอการลุ้นเปิดดีล เจรจาร่วมตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งต่อไป ซึ่งกล้าธรรมก็ต้องหวังให้ภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าภูมิใจไทยจะดึงกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล หลังเคยซื้อใจกันมาตอน ร.อ.ธรรมนัส-กล้าธรรม หักกับทักษิณ ชินวัตร และเพื่อไทย มาจับมือตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย จนอนุทินได้เป็นนายกฯ ทำให้กล้าธรรมก็ยังมั่นใจว่าหลังเลือกตั้งยังอาจจะได้เป็นรัฐบาลต่อ แต่หากพรรคประชาชน ชนะเลือกตั้งและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พรรคกล้าธรรมก็ต้องรับสภาพเป็นฝ่ายค้านทันที

สำหรับจังหวะการหาเสียงของพรรคกล้าธรรม พบว่า ช่วงที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมรุกหนักในพื้นที่เลือกตั้งในจังหวัดที่คาดหวังว่าจะชนะการเลือกตั้ง สส.เขต โดยแกนนำพรรคลงไปช่วยหาเสียงอย่างหนัก

อย่างเช่น เมื่อ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมีแกนนำพรรคและผู้สมัครขึ้นเวทีครบทีม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า-ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่เป็นการปราศรัยช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม โดยมีแกนนำพรรคร่วมขึ้นเวทีหลายคน รวมถึง เดชอิศว์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่เลือกตั้งรอบนี้ส่งลูกชายสองคนลงสมัคร สส.เขต สงขลา พรรคกล้าธรรม ซึ่งก็มีการมองกันว่า เดชอิศม์-นายกชาย นักการเมืองสไตล์ใจถึงพึ่งได้ ต้องทุ่มสรรพกำลังที่มีเพื่อให้ลูกชายสองคนชนะเลือกตั้ง

และก่อนหน้านั้น คือวันที่ 13 มกราคม พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พร้อมด้วย ดร.นฤมล และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่จังหวัดร้อยเอ็ด

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวย้ำถึงแนวทางการทำงานของพรรคกล้าธรรมว่า พรรคยึดหลัก “ไม่ขายฝัน แต่ทำได้จริง” โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและหนี้สินของพี่น้องประชาชน อย่างเช่น เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ตอนแรกที่ประกาศว่าจะทำให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ทุกคนก็บอกว่าขี้โม้ ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ จากนี้ก็จะทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งทุน และย้ำว่าพรรคจะไม่เสนอนโยบายที่สวยหรูแต่ทำไม่ได้ เพราะเมื่อถึงเวลาเป็นรัฐบาลแล้วไม่สามารถทำตามสัญญา จะสร้างความเดือดร้อน ความผิดหวังให้กับประชาชน เป็นต้น

ผลเลือกตั้งที่จะออกมาวันที่ 8 .. พรรคกล้าธรรมจะได้ สส.กี่คน และสุดท้าย จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เป็นอีกหนึ่งฉากการเมืองที่น่าติดตาม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...