โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าสัวจีนในไทยเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน “เสื่อผืนหมอนใบ” เป็นส่วนใหญ่จริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพประกอบเนื้อหา - ย่านชุมชนการค้าของชาวจีนบริเวณสะพานหัน-สำเพ็ง เมื่อ ค.ศ. 1948 หรือ พ.ศ. 2491 (ภาพจาก UWMLibraries)

เจ้าสัวจีนในไทยเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน “เสื่อผืนหมอนใบ” เป็นส่วนใหญ่จริงหรือ?

ภาพจำที่สังคมไทยมีต่อชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เดินทางรอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากในไทย มักเป็นภาพ “เสื่อผืนหมอนใบ” เป็นชาวจีนผู้ยากไร้ ที่ต้องการหลีกหนีความยากจนในแผ่นดินเกิดมาแสวงโชคในดินแดนใหม่ ต่อสู้ดิ้นรน ฝ่าฟันอุปสรรค เก็บหอมรอมริบสร้างตัวจนกระทั่งมั่งคั่งร่ำรวย

ตัวอย่างชาวจีนในกลุ่มนี้มีเช่น อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน ชาวจีนฮากกาจากหมู่บ้านเกษตรกรรมยากจนในตำบลฉุ่งเห้ว เขตหม่อยแย้น ลึกเข้าไปในมณฑลกวางตุ้ง เขาออกจากหมู่บ้านไปหางานทำที่ท่าเรือ และเดินทางมายังเมืองไทย เป็นลูกมือที่ร้านขายเหล้าของชาวจีนชื่อจิวเพ็กโก ซึ่งรับซื้อสินค้าหลากหลายชนิดจากพ่อค้าชาวจีนด้วยกัน เช่น ขอนซุง

อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนเป็นคนช่างสังเกต เขาค่อย ๆ เรียนรู้วิธีดูไม้ จนเปิดร้านค้าไม้ของตนเองในสมัยรัชกาลที่ 5 ธุรกิจของเขาเติบโตจนประมูลชนะสัมปทานค้าไม้ในหลายจังหวัด

อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนเป็นต้นตระกูล “ล่ำซำ” ที่ทุกวันนี้ยังมีบทบาทในสังคมไทยหลายวงการ

ยังมี เตียอูเต็ง ชายหนุ่มฐานะยากจนจากอำเภอเตี่ยอัง ที่ทำสัญญายืมเงิน 18 บาท เป็นค่าโดยสารมาเมืองไทย ทำงานรับจ้างเป็นแรงงานพายเรือได้เงินเดือนละ 3 บาท เมื่อเก็บเงินจ่ายหนี้หมดแล้วก็ไปรับจ้างหุงข้าว ก่อนจะไปรับจ้างทำงานในสวนผักได้เงินเดือนละ 10 บาท พอออมเงินได้จำนวนหนึ่งก็นำไปปล่อยกู้ ต่อมาเดินทางขึ้นเหนือไปค้าขายที่เมืองตากช่วงต้นรัชกาลที่ 5

เตียอูเต็งสร้างตัวจนมีฐานะร่ำรวย ภายหลังได้ร่วมทุนกับชาวจีนอีก 2 คน ก่อตั้งห้างกิมเซ่งหลี เขาขยับสถานะเป็นเจ้าภาษีนายอากร และไม่ลืมสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การสร้างสะพานข้ามคลองสามเสนในพระนคร

ทั้งสองเป็นตัวอย่างชาวจีนบางส่วน ที่สร้างฐานะด้วยตนเองจากศูนย์จนเป็น “เจ้าสัว” ในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือเมื่อ 100 กว่าปีก่อน แล้วเจ้าสัวจีนในไทยหลังจากนั้นยังคง “เสื่อผืนหมอนใบ” หรือไม่?

เจ้าสัวจีนในไทยเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน ส่วนใหญ่สร้างตัวจากศูนย์จริงหรือ?

จี. วิลเลียม สกินเนอร์ (G. William Skinner) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา ทำการวิจัยภาคสนามในช่วงทศวรรษที่ 2490 (สงครามเย็นเริ่มต้นในทศวรรษนี้) เขารวบรวมรายชื่อผู้นำชุมชนจีนในไทยตามที่ปรากฏในสื่อ เอกสารของหอการค้าไทย-จีน สิ่งพิมพ์ของสมาคมจีนต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ผู้เกี่ยวข้องกับองค์กรชุมชน หรือผู้ใกล้ชิดกับผู้นำขององค์กรเหล่านั้น จากนั้นมีกรรมการช่วยคัดสรรรายชื่อกระทั่งได้ 135 คน ที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้นำระดับสูงสุด

สกินเนอร์ศึกษาภูมิหลังชาวจีนเหล่านี้อย่างละเอียด เช่น กลุ่มภาษา การอพยพเข้ามาในไทย การศึกษา การสร้างตัว การเชื่อมสัมพันธ์ผ่านการแต่งงาน เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในผลงาน “สมาคมเจ้าสัว ผู้นำและอำนาจของชุมชนจีนในประเทศไทย” แปลจากภาษาอังกฤษเรื่อง “Leadership and Power in the Chinese Community of Thailand”

ในประเด็นการสร้างตัวด้วยตนเอง สกินเนอร์จำแนกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

“กลุ่มสร้างตัวด้วยตนเองจากศูนย์” กลุ่มนี้เริ่มต้นโดยแทบไม่มีทุน หรือการสนับสนุนจากครอบครัว ต้องอาศัยไหวพริบ แรงงาน และโชคของตนเอง

“กลุ่มสร้างตัวด้วยตนเอง” แม้กลุ่มนี้จะถือว่า เป็นผู้สร้างตนเองอย่างชัดเจน แต่อาจมีจุดเริ่มต้นไม่ลำบากเท่ากลุ่มแรก เพราะได้รับการสนับสนุนเล็กน้อยจากครอบครัว เช่น การสานต่อกิจการเล็ก ๆ ของบิดา จนกลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

“กลุ่มกึ่งสร้างตัวด้วยตนเอง” กลุ่มนี้ปรับปรุงสถานะทางเศรษฐกิจ และสังคม จากจุดเริ่มต้นเดิมในระดับหนึ่ง โดยอาจได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัว แต่ก็มีส่วนผลักดันตนเองอย่างมาก

“กลุ่มไม่ใช่ผู้สร้างตัวด้วยตนเอง” กลุ่มนี้ประกอบด้วยผู้สืบทอดกิจการของบิดาที่ดำเนินการอยู่แล้ว และสถานะปัจจุบันถือว่า เป็นผลสืบเนื่องจากจุดเริ่มต้นที่ได้เปรียบ กล่าวโดยสรุป คือ ผู้นำกลุ่มนี้มีสถานะทางสังคมเกิดจาก “การได้รับ” ไม่ใช่ “การบรรลุ” ด้วยความพยายามของตนเอง

สกินเนอร์สรุปเรื่องการสร้างตัวด้วยตนเองของเจ้าสัวจีนในไทย ที่เขาศึกษาในช่วงทศวรรษที่ 2490 ไว้ว่า กลุ่มสร้างตัวด้วยตนเองจากศูนย์มี 27 คน (20%) กลุ่มสร้างตัวด้วยตนเองมี 55 คน (41%) กลุ่มกึ่งสร้างตัวด้วยตนเองมี 20 คน (15%) และกลุ่มไม่ใช่ผู้สร้างตัวด้วยตนเองมี 33 คน (24%)

ข้อมูลนี้ทำให้เห็นภาพว่า มากกว่า 3 ใน 5 ของผู้นำชุมชนจีนในไทย เป็นผู้สร้างตัวด้วยตนเองจริง แต่มีราว 1 ใน 5 เท่านั้น ที่สอดคล้องกับภาพจำของผู้อพยพชาวจีนที่ยากไร้ แล้วสร้างตัวจากศูนย์

ทั้งนี้ สัดส่วนของผู้นำที่สร้างตัวด้วยตนเองในหมู่ผู้นำชาวจีนในกรุงเทพฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2453 (ปีสิ้นรัชกาลที่ 5-ผู้เขียนบทความออนไลน์) เป็นต้นมา โดยสัมพันธ์กับช่วงอายุ คือ ผู้นำชุมชนจีนในไทยในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่สร้างตัวด้วยตนเองจากศูนย์จนประสบความสำเร็จ มีสัดส่วน 35% ขณะที่ในกลุ่มอายุ 31-40 ปี มีเพียง 9% เท่านั้น

ชาวจีนในไทยผู้ปักหลักความสำเร็จด้วยตนเองขยันแค่ไหน?

นักวิชาการด้านจีนศึกษารายเดิมบอกว่า คนเหล่านี้ทุ่มเทให้ธุรกิจจนเกือบจะเกินขอบเขตความเป็นปกติ เห็นได้จากตอนสัมภาษณ์ ผู้นำกลุ่มนี้พูดตรงกันว่า การทำงานไม่ว่าจะเป็นงานอะไร หรือไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนน้อยเพียงใด ก็ยังดีกว่าการอยู่เฉย ๆ

ผู้นำชุมชนจีนรายหนึ่ง ที่สร้างตัวด้วยตนเองจากศูนย์ กล่าวกับสกินเนอร์ทันทีที่พบกันว่า “ถ้าคุณไม่ได้มาช่วยผมหาเงิน ผมก็ไม่คุยด้วยหรอก” ขณะที่นักธุรกิจค้าข้าวอีกรายกล่าวอย่างหนักแน่นว่า เขาไม่เคยเสียเวลากับเรื่องใดก็ตามที่ไม่เกี่ยวกับข้าว และทำงานตั้งแต่ตี 5 ถึง 4 ทุ่มเป็นประจำ

ด้านเจ้าของหลักของหนึ่งในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และมีกำไรมากสุดในกรุงเทพฯ ตอนอายุ 60 ปี นอนคืนละ 4 ชั่วโมง เพื่อจะได้อุทิศเวลาให้การทำธุรกิจมากที่สุด

ขณะที่อีกราย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลร่ำรวยสุดในกรุงเทพฯ ช่วงวัยกลางคนเคยทำงานวันละ 18 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี เมื่ออายุ 53 ปี ก็ลดเวลาทำงานลงเป็นวันละ 10-12 ชั่วโมง โดยไม่มีเวลาสำหรับกิจกรรมพักผ่อน ส่วนผู้นำที่โดดเด่นอีกราย อายุ 75 ปี ตื่นตี 4 ทุกเช้า แล้วไปทำงานตอน 7 โมงเช้า และกลับบ้านหลัง 5 โมงเย็นทุกวัน

ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มสร้างตัวด้วยตนเองจากศูนย์ หรือกลุ่มไหน ปัจจุบันทายาทของผู้นำชาวจีนเหล่านั้นจำนวนไม่น้อยก็ยังคงสืบทอดธุรกิจของตระกูลมาถึงทุกวันนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เจฟฟรี ซุน, พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร (2568) ประวัติจีนกรุงสยาม A History of the Thai-Chinese เล่มที่ 2 ยุคล่าอาณานิคม (สมชาย จิว, พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, กิตติพัฒน์ มณีใหญ่ และนิรันดร นาคสุริยันต์, ผู้แปล). มติชน.

จี. วิลเลียม สกินเนอร์. (2568). สมาคมเจ้าสัว ผู้นำและอำนาจของชุมชนจีนในประเทศไทย (กันต์กนิษฐ์ โพธิกิจ, ฐนพงศ์ ลือขจรชัย, ทวิรัฐ สองเมือง, สฏฐภูมิ บุญมา และสุธาสินี พรสกุลไพศาล, ผู้แปล). มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าสัวจีนในไทยเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน “เสื่อผืนหมอนใบ” เป็นส่วนใหญ่จริงหรือ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...