โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GULF บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” เป้า 70.00 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น #2026 #SET #GULF บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” เป้า 70.00 บาท

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)ภาพรวมการประชุมมีโทนเชิงบวก โดยบริษัทสะท้อนโอกาสการเติบโตใน 3 ธุรกิจหลักพร้อมกัน ได้แก่ ธุรกิจโรงไฟฟ้า ธุรกิจก๊าซ และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าภายใต้แผน PDP ฉบับถัดไป คาดว่าจะมีแนวโน้มใกล้เคียงร่าง PDP2567 ซึ่งจะหนุนการเติบโตของกำลังการผลิตทั้งกลุ่ม IPP และพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 112 กิกะวัตต์ ภายในปี 2580F

ขณะเดียวกันบริษัทมองว่าการเปิดเสรีไฟฟ้าจะเป็น Catalyst เชิงโครงสร้าง ทั้งการขยายโครงการ Direct PPA สู่ระดับ 3–4 กิกะวัตต์ รองรับความต้องการจากธุรกิจ Data Center และโอกาสต่อยอดสู่ตลาดค้าส่งและค้าปลีกไฟฟ้า ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจ Smart Meter ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในระยะยาว

นอกจากนี้ธุรกิจ LNG ยังเดินหน้ามองหาโอกาสลงทุนใน Terminal และ Liquefaction เพื่อขยายธุรกิจ Trading โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 70.00 บาท และยังคงเป็น Top Pick ของกลุ่มในฐานะหุ้น Big Cap ที่มีการเติบโตต่อเนื่องและเป็น Proxy สำคัญต่อธีม PDP ใหม่และ Data Center ไทย.

ในรายละเอียด บริษัทประเมินว่าโครงสร้าง PDP ฉบับถัดไปจะใกล้เคียงร่าง PDP2567 โดยคาดว่าจะเน้นโรงไฟฟ้า IPP ใหม่ที่เริ่ม COD ในช่วงปี 2575–2577F เป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันเครื่องกังหันก๊าซยังมีข้อจำกัดด้านการผลิตและใช้เวลาก่อสร้างยาวประมาณ 7 ปี พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสู่ระดับ 46% จากปัจจุบัน 14% ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มจาก 56 กิกะวัตต์ เป็น 112 กิกะวัตต์ ภายในปี 2580F เพื่อตอบโจทย์ด้านพลังงานสะอาดและเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ทั้งนี้บริษัทคาดว่าอาจเห็น PDP ฉบับใหม่ภายในปี 2570F.

บริษัทมองว่าการปรับโครงสร้างค่าไฟสู่ระบบเสรีจะเป็นโอกาสสำคัญ จากเดิมที่ผู้ผลิตไฟฟ้าขายให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นหลัก โดยในระยะสั้นคาดว่าจะเกิดการขยายโครงการ Direct PPA จาก 2 กิกะวัตต์ สู่ระดับ 3–4 กิกะวัตต์ บนค่า Wheeling Charge ประมาณ 1 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าไฟในระยะยาวและรองรับความต้องการไฟฟ้าสีเขียวจากธุรกิจ Data Center ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในระยะยาวอาจมีการจัดตั้งตัวกลางซื้อขายไฟฟ้าในลักษณะตลาดเสรีคล้ายรูปแบบของ Australia ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ผู้ค้าส่งหรือค้าปลีกไฟฟ้า และต่อยอดธุรกิจ Smart Meter ร่วมกับพันธมิตรด้านโทรคมนาคม.

สำหรับธุรกิจ LNG บริษัทอยู่ระหว่างมองหาโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้ง LNG Terminal และ LNG Liquefaction ในต่างประเทศ เพื่อเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านธุรกิจ Trading โดยยังไม่ให้น้ำหนักต่อธุรกิจสำรวจและผลิตก๊าซ ขณะที่แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในช่วงปี 2569–2570F คาดว่าจะมีอัตรา Payout ใกล้เคียงระดับเดิมประมาณ 54%.

ในมุมมองผลประกอบการระยะสั้น คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 1/2569F จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากธุรกิจโทรคมนาคมตามทิศทาง ARPU ที่ปรับตัวดีขึ้นและต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง การทยอย COD โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 354 เมกะวัตต์ในช่วงปลายไตรมาส 4/2568 รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Jackson ที่เพิ่มขึ้นตามค่า Capacity Payment และ Spark Spread ที่ปรับตัวดีขึ้น.

โดยรวมยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 70.00 บาทต่อหุ้น และยังคงเป็น Top Pick ของกลุ่มพลังงาน จากแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องของกำลังการผลิตใหม่ทั้งจาก PDP ฉบับถัดไปและโครงการ Direct PPA รวมถึงบทบาทสำคัญในธีม Data Center และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของไทยในระยะยาว.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...