ม.วลัยลักษณ์เปลี่ยนทะลายปาล์มเหลือทิ้งราคา 1 สตางค์ สู่สารชีวเคมีมูลค่าหลักล้าน
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ผศ.ดร.ลิตวดี เจือบุญ และ รศ.ดร.วิชิตพันธุ์ รองวงศ์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมเปลี่ยน "ทะลายปาล์มน้ำมันเปล่า" ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งมีราคาเพียง 10 สตางค์ต่อกิโลกรัม ให้กลายเป็น"กรดลิวูลินิก" (Levulinic Acid) สารตั้งต้นทางชีวเคมีที่มีมูลค่าสูงระดับหลักล้านบาท
มุ่งตอบโจทย์อุตสาหกรรมยา อาหาร พลังงานและการเกษตรอินทรีย์ พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงงานต้นแบบ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 นี้
ผศ.ดร.ลิตวดี เจือบุญ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีทะลายปาล์มเปล่าเหลือทิ้งในระบบกว่า 8,000 ตันต่อปี ซึ่งมีราคาตกต่ำเพียงกิโลกรัมละ 0.1 บาท
อีกทั้งการกำจัดด้วยวิธีการเผายังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ขัดแย้งกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ Net Zero ของประเทศ
ทีมวิจัยจึงได้ประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ หมุนเวียน และสีเขียว BCG Model พัฒนา 'เครื่องปฏิกรณ์แบบพิเศษ' ร่วมกับกระบวนการสกัดสารเคมีแบบ 2 ขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถเปลี่ยนทะลายปาล์มเปล่า 6.7 กิโลกรัม ให้เป็นกรดลิวูลินิกมูลค่าสูงได้ถึง 1 กิโลกรัม
กรดลิวูลินิกมีความต้องการในตลาดโลกสูงมาก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายระดับ ตั้งแต่เกรดพลังงานไปจนถึงเกรดบริสุทธิ์สูงสำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหาร ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังต้องนำเข้าสารเคมีกลุ่มนี้ 100%
นอกจากนี้ นวัตกรรมดังกล่าวยังสามารถนำไปต่อยอดสังเคราะห์เป็นสาร 5-Aminolevulinic Acid เพื่อใช้เป็นสารกำจัดศัตรูพืชอินทรีย์ ทดแทนการใช้สารเคมีอันตรายอย่าง 'ไกลโฟเซต' โดยมีความปลอดภัยต่อมนุษย์ ไร้สารตกค้างและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
นอกจากกรดลิวูลินิกแล้ว กระบวนการสกัดนี้ยังเป็นรูปแบบ Zero Waste หรือไร้ของเสียตกค้าง โดยสามารถสกัดสารพลอยได้อื่นๆ ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เช่น ลิกนิน , กรดฟอร์มิก และ เฟอร์ฟูรัลเพื่อจำหน่ายเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมเคมีได้ทั้งหมด
นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศ แต่ยังเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมันของไทย เมื่อภาคเอกชนสามารถนำของเสียไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล ก็จะส่งผลดีกลับไปยังเกษตรกรชาวสวนปาล์มที่จะสามารถขายทะลายปาล์มทิ้งเปล่าได้ในราคาที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว ถือเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง
สำหรับโครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับการร่วมลงทุนจากภาคเอกชนคือ บริษัท ทักษิณปาล์ม (2521) จำกัด
ซึ่งก้าวต่อไปจะมีการติดตั้งและเดินเครื่องโรงงานสาธิตต้นแบบขนาด 100 ลิตร ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหากประสบความสำเร็จจะมีการขยายกำลังการผลิตสู่ระดับ 1,000 ลิตรต่อไป.