ทบ.จับตา! ความเคลื่อนไหวอาวุธ PHL-03 จากฝั่งกัมพูชา เตือนเขมร ถ้าใช้จริง ไทยตอบโต้แน่!!
กองทัพยังคงเฝ้าระวังและติดตามโดยไม่ประมาทหากมีการพิจารณานำมาใช้จริงจะทำให้ฝ่ายไทยมีความชอบธรรมเพิ่มขึ้นในการตอบโต้กลับด้วยความแม่นยำ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ.69 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กรณีที่มีกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานบริเวณพื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมและเป็นอธิปไตยของประเทศไทย
โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลและบริบทในพื้นที่ คาดว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวอาจถูกวางไว้ก่อนที่ทหารกัมพูชาจะถอยร่นออกจากพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อทหารไทย เนื่องจากทราบดีอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาเคยลักลอบเข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังมีการประเมินว่าอาจมีทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชาลักลอบวางไว้ในหลายจุด แม้ฝ่ายไทยจะดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม เนื่องจากยอมรับว่าทุ่นระเบิดที่กัมพูชาได้วางไว้ยังมีอยู่เยอะมากในพื้นที่ๆ ฝ่ายกัมพูชาได้เคยวางกำลังอยู่ก่อน และมาในปัจจุบันฝ่ายเราได้เข้าไปควบคุมพื้นที่เหล่านั้นอยู่
ซึ่งนับเป็นความท้าทายต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชามีความห่วงใยเป็นอย่างมาก ได้กำชับหน่วยให้เพิ่มความ ระมัดระวัง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบ ดำเนินการเก็บกู้ เพื่อพยายามทำพื้นที่ให้ปลอดภัยให้ได้มากที่สุด
สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวอาวุธ PHL-03 จากฝั่งกัมพูชาที่มีประชาชนบางส่วนกังวลนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ในขณะนี้จากข้อมูลทางด้านการข่าวฝ่ายกองทัพ ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวในเรื่องอาวุธดังกล่าว โดยเฉพาะในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งกองทัพยังคงเฝ้าระวังและติดตามโดยไม่ประมาท
แต่ทั้งนี้อาวุธประเภทดังกล่าวเป็นอาวุธที่มีระยะยิงไกล เกินขอบเขตบริเวณพื้นที่แนวชายแดน เกินระดับความเหมาะสมของสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจากที่ผ่านมายังไม่ปรากฏกัมพูชามีความพยายามที่จะนำมาใช้ เพราะหากมีการพิจารณานำมาใช้จริงจะทำให้ฝ่ายไทยมีความชอบธรรมเพิ่มขึ้นในการตอบโต้กลับด้วยความแม่นยำต่อเป้าหมายสำคัญๆ ในทางลึกมากขึ้น
ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงกว้างขวางกับประเทศกัมพูชาได้ ทำให้ที่ผ่านการใช้อาวุธในปฏิบัติการทางทหารจึงระมัดระวังให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมตามความจำเป็น
โฆษกกองทัพบกเน้นย้ำว่า กองทัพมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ทั้งกำลังทางบกและกำลังทางอากาศในการป้องกันประเทศในทุกมิติ โดยไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและเคารพในกติกาที่ได้ตกลงร่วมกัน ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS